ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ได้กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่มีอิทธิพลสูงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้าน นวัตกรรม AI ระดับโลกภายในปี 2030 ด้วยการสนับสนุนของรัฐบาลและการลงทุนจากภาคเอกชน AI ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ในจีน ทั้งด้านการผลิต การเงิน โลจิสติกส์ การสร้างเมืองอัจฉริยะและระบบขนส่งอัตโนมัติ ฯลฯ
นอกจากนั้น ความสำเร็จเหล่านี้ช่วยยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของจีนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ทั้งนี้ เขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Delta – YRD) ซึ่งประกอบด้วยนครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง และมณฑลอานฮุย ได้ก้าวขึ้นเป็นพื้นที่ชั้นนำด้าน AI โดยมีขนาดอุตสาหกรรม AI คิดเป็นมูลค่าเกือบ 2 แสนล้านหยวน (สถิติ ณ กันยายน 2567) คิดเป็น 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรม AI ของจีน จึงเป็นพื้นที่หนึ่งที่น่าจับตา และไทยสามารถหาโอกาสขยายความร่วมมือต่อไป
ส่องเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมและ นวัตกรรม AI ของจีน
เดือนกรกฎาคม 2560 คณะรัฐมนตรีจีนได้เผยแพร่แผนพัฒนา AI ยุคใหม่เป็นครั้งแรก ประกอบด้วยการวางแนวทางพัฒนา เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ภารกิจหลัก และมาตรการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับ AI ให้เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาเป็น 3 ระยะ ดังนี้
• ภายในปี 2563 ขนาดอุตสาหกรรมหลักด้าน AI มีมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านหยวน และผลักดันให้ขนาดของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI อาทิ การผลิตอัฉริยะ การแพทย์สมัยใหม่ การศึกษาสมัยใหม่ และพลังงานใหม่ มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านหยวน
• ภายในปี 2568 ตั้งเป้าให้มีความก้าวหน้าสำคัญในการพัฒนาทฤษฎีพื้นฐานด้าน AI โดยเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้งานบางส่วนจะก้าวสู่ระดับแนวหน้าของโลก และตั้งเป้าให้อุตสาหกรรมหลักด้าน AI มีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านหยวน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI มีมูลค่ากว่า 5 ล้านล้านหยวน
• ภายในปี 2573 ทฤษฎี เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ AI ของจีนจะก้าวสู่ระดับแนวหน้าของโลก โดยขนาดอุตสาหกรรมหลักด้าน AI จะมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านหยวน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI มีมูลค่ากว่า 10 ล้านล้านหยวน
เจาะลึกนโยบายอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์และเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจจีน
จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีนระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (ปี 2564 – 2568) พบว่า แนวทางการพัฒนา AI ได้เปลี่ยนจากการพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่การบูรณาการที่ลึกซึ้งในภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ชิปประมวลผล ระบบปฏิบัติการ อัลกอริทึมสำคัญของ AI และเซ็นเซอร์ อีกทั้งเร่งการวิจัยพัฒนาทฤษฎีและวัสดุพื้นฐานให้เกิดความต่อเนื่อง
ปัจจุบัน รัฐบาลจีนมีนโยบายที่สำคัญเกี่ยวกับอุตสาหกรรม AI อาทิ
1. สนับสนุนนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยมุ่งส่งเสริมนวัตกรรมในเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะด้าน AI เชิงสร้างสรรค์ และสนับสนุนการใช้งานที่เป็นนวัตกรรมในอุตสาหกรรมและสาขาต่าง ๆ
2. ส่งเสริมการบูรณาการทางอุตสาหกรรม โดยมุ่งบูรณาการ AI กับเศรษฐกิจจริง ยกระดับการเชื่อมต่อการประมวลผลข้ามภูมิภาค และเร่งสร้างระบบศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่แบบบูรณาการระดับประเทศ
3. ควบคุมการพัฒนาอุตสาหกรรม AI โดยออกมาตรการชั่วคราวสำหรับการจัดการบริการ AI ทั่วไป เพื่อควบคุมการพัฒนาอุตสาหกรรม AI และปกป้องความมั่นคงของชาติและผลประโยชน์สาธารณะ
ทั้งนี้ ในส่วนของเขต YRD ก็มีการออกนโยบายสนับสนุน AI ที่สอดรับกับนโยบายภาพรวมของส่วนกลาง ได้แก่
เซี่ยงไฮ้
ได้รับการกำหนดให้ AI เป็น 1 ใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่มุ่งพัฒนา (เซมิคอนดักเตอร์/ยาชีวภาพ/AI) โดยในปี 2563 เซี่ยงไฮ้ได้ออกกฎหมายท้องถิ่นเกี่ยวกับ AI เป็นแห่งแรกของประเทศ พร้อมทั้งกำหนดมาตรฐานเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว การประเมินหุ่นยนต์ และการประเมินความน่าเชื่อถือของโมเดลขนาดใหญ่ จึงทำให้เซี่ยงไฮ้อยู่ในฐานะแนวหน้าของการพัฒนา AI ควบคู่กับการคุ้มครองทางกฎหมายด้าน AI
โดยกฎหมายฉบับนี้ยังได้ประกาศระเบียบการพัฒนาอุตสาหกรรม AI ซึ่งมุ่งเสริมสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การบูรณาการ AI เข้ากับเศรษฐกิจและการบริหารเมือง และการสร้างกลุ่มอุตสาหกรรม AI ระดับโลก เพื่อส่งเสริมการพัฒนา AI อย่างยั่งยืนและการขยายการใช้งาน AI ในทุกด้านของวิถีชีวิตและเศรษฐกิจ
![]()
เจียงซู
มีนครหนานจิงเป็นพื้นที่หลักในการพัฒนาด้าน AI โดยได้ประกาศ “แผนปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและการพัฒนา AI (ปี 2567 – 2569)” และ “นโยบายและมาตรการเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและการพัฒนา AI” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างอุตสาหกรรม AI ที่มีอิทธิพลระดับชาติ และภายในปี 2569 นครหนานจิงจะพัฒนาโมเดล พื้นฐานด้าน AI ระดับโลก 1 โมเดล และโมเดล AI
สำหรับอุตสาหกรรม 20 โมเดล พร้อมทั้งขยายขนาดอุตสาหกรรม AI ให้มีมูลค่าถึง 6 แสนล้านหยวน และกระตุ้นการประยุกต์ใช้ AI ในหลายอุตสาหกรรม เช่น การผลิต พลังงาน การท่องเที่ยว การขนส่ง การแพทย์ และการบริหารเมือง ฯลฯ นอกจากนี้ จะพัฒนาแอปพลิเคชันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ โดยคัดเลือกแอปพลิเคชัน AI ที่โดดเด่น 30 ตัวอย่างต่อปี
เจ้อเจียง
มีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรม AI ด้วยการสนับสนุนการลงทุนจากภาครัฐภายใต้กองทุนพิเศษและใช้แนวคิด “AI+” เพื่อเสริมขีดความสามารถของหลายอุตสาหกรรม โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีหลัก โครงสร้างพื้นฐานด้านการคำนวณและชุดข้อมูลคุณภาพสูง พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้ นวัตกรรม AI ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การแพทย์ การเกษตร และการขนส่ง ฯลฯ
พร้อมทั้งบ่มเพาะคลัสเตอร์อุตสาหกรรมบูรณาการ AI ระดับหมื่นล้านหยวนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม พัฒนาโซนนำร่องการประยุกต์ใช้นวัตกรรมระดับเมือง 15 โซน พัฒนาสวนอุตสาหกรรมลักษณะเฉพาะ 100 แห่ง พัฒนาบริษัท AI กว่า 3,000 แห่ง โดยตั้งเป้าให้อุตสาหกรรม AI ในมณฑลมีรายได้กว่า 1 ล้านล้านหยวน และมีระบบนิเวศ AI ชั้นนำระดับประเทศภายในปี 2570

อานฮุย
ได้ประกาศ “แผนพัฒนา นวัตกรรม AI ระยะ 3 ปี (2566 – 2568)” ซึ่งเน้นสนับสนุนบริษัทเอกชนในการวิจัยและพัฒนา การเปิดกว้างทรัพยากรข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้าน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะนครเหอเฝยที่ได้ประกาศ “นโยบายการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม AI และนวัตกรรม” เพื่อเสริมสร้างบทบาทเหอเฝยในฐานะ 1 ใน 4 “Comprehensive National Science Center” ของจีน (เซี่ยงไฮ้ เหอเฝย ปักกิ่ง และเซินเจิ้น) และเร่งพัฒนาเป็นศูนย์นวัตกรรมที่มีอิทธิพลระดับโลก ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินการหลัก 6 ด้าน ได้แก่
1. สร้างแพลตฟอร์มการคำนวณ
2. เปิดกว้างในด้านทรัพยากรข้อมูลสาธารณะและข้อมูลอุตสาหกรรมอย่างมีคุณภาพสูง
3. พัฒนาเทคโนโลยีหลัก
4. สนับสนุนการใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ
5. สร้างตลาดสำหรับภาคธุรกิจ
6. พัฒนากฎระเบียบและการฝึกอบรมบุคลากร
เพื่อผลักดันให้อานฮุยกลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีโมเดลขนาดใหญ่ภายในปี 2568 และเสริมสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรม AI ที่มีอิทธิพลในระดับโลก
YRD กับความโดดเด่นในฐานะศูนย์รวม อุตสาหกรรม AI ใหญ่สุดในจีน
ปัจจุบันเขต YRD มีขนาดของอุตสาหกรรม AI คิดเป็นมูลค่าเกือบ 2 แสนล้านหยวน (สถิติ ณ กันยายน 2567) คิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรม AI ของจีน (มูลค่าเกือบ 6 แสนล้านหยวน) โดยเขต YRD มีสร้างโครงสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI เต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน อัลกอริทึมซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชันอุตสาหกรรม ซึ่งได้พัฒนาความสามารถแบบก้าวกระโดดในด้านต่างๆ เช่น การคำนวณอัลกอริทึม การประมวลผลทางภาษาและรูปภาพ การจดจำ การรู้จำคำพูด และเทอร์มินัลอัจฉริยะ
ทั้งนี้ เขต YRD เป็นศูนย์รวมบริษัทที่จดทะเบียนด้าน AI ทั้งบริษัทมหาชนขนาดใหญ่และบริษัทยูนิคอร์นที่มีศักยภาพสูง (ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) ถึง 176 ราย คิดเป็นร้อยละ 32 ของทั้งประเทศจีน (ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ 66 ราย เจียงซู 43 ราย เจ้อเจียง 42 ราย และอานฮุย 25 ราย) อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้าน AI ที่สำคัญ โดยในปี 2566 – 2567 จีนมีการลงทุนใน AI 798 โครงการ ซึ่งเป็นการลงทุนในเขต YRD 349 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 44 ของการลงทุนทั้งหมด (สูงสุดในจีน) (ไม่ปรากฏข้อมูลเชิงมูลค่า) โดยความสำเร็จนี้ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐทำให้เขต YRD กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม AI ที่สำคัญสำหรับจีน ทั้งในด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาอุตสาหกรรม
ที่มา : บทความ เรื่อง “ศึกษา นวัตกรรม AI ในเขต YRD (ตอนที่ 1: เจาะนโยบายและเป้าหมายการพัฒนา)” โดย ณัฐธิดา นิสภกุลชัย ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้














