และคงจะดีไม่น้อย ถ้าในการขับเคลื่อน มหาวิทยาลัยไทย ไปสู่ Entrepreneurial University มีการปรับเอาแนวทางจากต้นแบบมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ประสบความสำเร็จในการเป็น มหาวิทยาลัยแห่งการเป็นผู้ประกอบการ มาใช้ และนี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดงานเสวนา “Becoming an Entrepreneurial University : Building Bridge and Shaping The Future” ขึ้น
โดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข. ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เชิญ University of Strathclyde “มหาวิทยาลัยผู้ประกอบการ” หรือ Entrepreneurial University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งใน สกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ใน เมืองกลาสโกว์ ทางด้านตะวันตกของสกอตแลนด์ มาร่วมถอดบทเรียนความสำเร็จของการสร้างอีโคซิสเตมที่เหมาะสมสำหรับ Entrepreneurial University
ทั้งนี้ มีหลากหลายแง่มุมที่ผู้บริหารจาก University of Strathclyde ได้มาแชร์ในงานเสวนานี้ และมหาวิทยาลัยไทยสามารถนำไปปรับใช้เพื่อวางแนวทางเดินหน้ามหาวิทยาลัยแห่งการเป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการสร้าง Leadership & Culture หรือความเป็นผู้นำและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยแห่งการเป็นผู้ประกอบการ ที่แทรกซึมไปในทุกองคาพยพในองค์กร ตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องมีความเข้าใจในหลักการของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปสู่การเป็น Entrepreneurial University เพื่อเชื่อมประสานให้ทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกพัฒนาไปอย่างสอดคล้องกัน
“บพข. หรือ Program Management Unit for Competitiveness (PMUC) เป็นหน่วยงานบริหารจัดการทุนที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในและนอกประเทศ เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และศาสตร์ต่างๆ มาเชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) ที่ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูง สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พัฒนาสังคมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”
“PMUC ไม่ใช่แค่เป็นหน่วยงานที่ให้ทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับโครงการวิจัยเท่านั้น แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Ecosystem ให้กับนวัตกรรมของไทย และความท้าทายในการทำงานของ PMUC คือการปิดช่องว่างของโครงการวิจัยของไทยและพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถไปสู่การผลิตเพื่อใช้จริงในเชิงพาณิชย์ให้ได้ ในโอกาสนี้เราต้องขอขอบคุณ University of Strathclyde ซึ่งเป็นพันธมิตรและเป็นต้นแบบของเราในการให้ความรู้กับผู้บริหารงานวิจัยระดับสูงและร่วมพัฒนามหาวิทยาลัยไทยสู่การเป็น Entrepreneurial University อย่างยั่งยืน”
Julian Taylor, Managing Director, University of Strathclyde
ความท้าทายและโอกาส บนเส้นทางการเป็น Entrepreneurial University ของ University of Strathclyde
Julian Taylor, Managing Director, University of Strathclyde กล่าวถึงความท้าทายสำคัญของการเป็น Entrepreneurial University ว่า
“ความท้าทายของการเป็น Entrepreneurial University อยู่ที่การสร้างสะพานเชื่อมต่อเพื่อปูทางสู่การพัฒนาและยกระดับนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรมก็จริง และสิ่งที่ยากไม่แพ้กัน คือ การสร้างสะพานเพื่อเชื่อมความร่วมมือนี้เข้ากับประเทศชาติกับผู้คน แต่ความท้าทายนี้จะง่ายขึ้นถ้าเรามาเป็นพันธมิตรที่ร่วมมือกัน และ University of Strathclyde ก็มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างอีโคซิสเตมกับ PMUC เพื่อยกระดับนวัตกรรมของไทย เพิ่มขีดความสามารถให้นวัตกรไทยเดินหน้าไปสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ”
“University of Strathclyde ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1796 เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ในเมืองกลาสโกว์ ทางด้านตะวันตกของสกอตแลนด์ และยังตั้งอยู่ใจกลางเมืองกลาสโกว์ที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักร นอกจาก University of Strathclyde จะโดดเด่นในเรื่องงานวิจัยที่สามารถปรับใช้ได้จริงแล้ว University of Strathclyde ยังมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรที่ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ University of Strathclyde จึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและมีความสัมพันธ์อันดีกับภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมมาโดยตลอด”
“จากจุดเด่นนี้เอง ทำให้ในปี 2013 University of Strathclyde ได้รับรางวัล Entrepreneurial University of the Year โดย Times Higher Education ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2020 เรายังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งปีของสกอตแลนด์ และได้รับรางวัล Queen’s Anniversary Prize สำหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและการศึกษาต่อซึ่งเป็นเกียรติประวัติสูงสุดระดับชาติอีกด้วย”
“University of Strathclyde มีการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้ตอบโจทย์การเป็น Entrepreneurial University โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเมืองและชุมชนเป็นหลัก บวกกับการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสรรค์และยกระดับกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นให้ตอบโจทย์การสร้างโอกาสให้ผู้คน โดยเฉพาะชาวเมืองกลาสโกว์ ชาวสกอตแลนด์ และทำให้สหราชอาณาจักร ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำในด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี ระดับโลกด้วย”
“ทั้งนี้ เรามองว่าการเรียนรู้ระหว่าง University of Strathclyde, PMUC และมหาวิทยาลัยของไทย จะเป็นการเรียนรู้แบบ 2 ทาง เพื่อที่จะเข้าใจอีโคซิสเตมที่แท้จริงของการยกระดับนวัตกรรมในไทยไปสู่เชิงพาณิชย์ เพราะในมุมมองของ University of Strathclyde ความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) เกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัยต่างๆประกอบกัน เช่น โครงสร้างพื้นฐาน เครือข่ายการพัฒนาผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-Driven Entrepreneurship) การสนับสนุนทุนจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่ง University of Strathclyde มีความยินดีที่จะนำจุดเด่นของโมเดลที่เราใช้ขับเคลื่อน Entrepreneurial University จนประสบความสำเร็จมาแชร์เพื่อสร้างเป็น Framework เป็น Action Plan ที่นำสู่เป้าหมายของการส่งเสริมและสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการนวัตกรรมของไทยร่วมกัน”
Professor Duncan Graham, Associate Principal & Executive Dean of Faculty of Science, University of Strathclyde
Professor Duncan Graham, Associate Principal & Executive Dean of Faculty of Science, University of Strathclyde ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการสานต่อความสำเร็จของการเป็น Entrepreneurial University สู่การสร้างความแข็งแกร่งให้เมืองกลาสโกว์ เป็นเมืองแห่งผู้ประกอบการนวัตกรรมว่า
“University of Strathclyde ก่อตั้งขึ้นด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและไม่ได้วางเป้าหมายการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้เป็นเหมือนมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งอื่นในสหราชอาณาจักร ทว่า University of Strathclyde ยังอยากเป็นมหาวิทยาลัยที่คนทุกคนที่ต้องการแสวงหาความรู้สามารถเดินเข้ามาเพื่อมาหาความรู้ด้านต่างๆได้อย่างสนิทใจ และในด้านของการนำเสนองานวิจัยในด้านต่างๆ University of Strathclyde ก็มีความโดดเด่นเด่นในด้านนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพราะกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยของเราได้รับการยอมรับในระดับโลก (World Leading) และได้มาตรฐาน Internationally Excellent ของ Times Higher Education Analysis of REF 2021 อีกด้วย”
“นอกจากนั้น อีกหนึ่งจุดเด่นของ University of Strathclyde คือ ที่ตั้ง ที่อยู่ใจกลางเมืองกลาสโกว์ จึงได้ชื่อว่าเป็น พื้นที่สำหรับการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ เข้าถึงง่าย ไม่ใช่แค่สำหรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งรวบรวมงานวิจัยและนวัตกรรมสำหรับสังคมทั้งในระดับประเทศและระดับโลกอีกด้วย”
“และ University of Strathclyde ยังได้สร้างอีโคซิสเตมที่ตอบสนองความเป็น Entrepreneurial University ในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การจัดตั้ง Technology and Innovation Centre (TIC) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการทรานสฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ อย่าง มหาวิทยาลัย กับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ”
และ Professor Duncan Graham ยังชี้ให้เห็นจุดเด่นของประเทศไทยด้วย ที่มีอีโคซิสเตมผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเด่นๆ เช่น อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ที่ดีและหลากหลายอยู่แล้ว การต่อยอดจากจุดเด่นนี้เพื่อสร้างทั้ง มหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ หรือ อีโคซิสเตมของผู้ประกอบการนวัตกรรมจึงไม่ได้ยากเลย
บพข. ถอดบทเรียนความสำเร็จจาก University of Strathclyde สู่โครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารมหาวิทยาลัยไทย (Top Research Executive Training Deep Dive Program: TREX ) เดินหน้าสู่ มหาวิทยาลัยผู้ประกอบการ เต็มขั้น
ผศ.ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษที่ปรึกษาอาวุโส บพข. ได้มาบอกเล่าถึงสิ่งที่ได้จากการไปศึกษาดูงานที่ University of Strathclyde ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการวางแนวทางพัฒนา มหาวิทยาลัยแห่งการเป็นผู้ประกอบการในไทยว่า
“การได้รับโอกาสจากได้ไปเรียนรู้กับ University of Strathclyde นับเป็นโอกาสที่ดีไม่ใช่ต่อ บพข. เท่านั้น แต่ต่อประเทศไทยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในมุมของการเรียนรู้แนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยไทยให้เป็น มหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ หรือ Entrepreneurial University และการสร้างอีโคซิสเตมในมหาวิทยาลัยตนเองให้เข้มแข็ง สมบูรณ์ เพื่อที่จะมาสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรที่มีบทบาทในการพัฒนานวัตกรรม พัฒนาธุรกิจนวัตกรรมต่อ ซึ่งเราตั้งใจนำโมเดลความสำเร็จที่ University of Strathclyde ใช้เพื่อมาปรับกับการพัฒนามหาวิทยาลัยของไทย”
“โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญ คือ เราเชื่อว่าในการสร้างอีโคซิสเตมของมหาวิทยาลัยผู้ประกอบการ นักวิจัยในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีความเข้าใจในแนวทางนี้ ทว่า ในส่วนของผู้บริหารมหาวิทยาลัย มองว่ายังต้องมีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการในไทยพอสมควร เพราะจากที่เราเห็นโมเดลการพัฒนาของ University of Strathclyde การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการนี้เป็นการเดินหน้าไปทุกองคาพยพ ตั้งแต่ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ผู้บริหารระดับสูง คณาจารย์ ไปจนถึงพนักงานในมหาวิทยาลัยให้เข้าใจแนวคิดและแนวทางการทำให้ University of Strathclyde เป็น Entrepreneurial University และให้ความร่วมมือพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดการรับรู้และยอมรับ ตลอดจนแนวคิดนี้ยังเชื่อมต่อและกระจายไปในประชาชนทุกคนและทุกภาคส่วนในเมืองกลาสโกว์ ซึ่งนำมาสู่ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเช่นกัน”
“ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองว่า หนึ่งใน Key Success สำคัญของการสร้าง Entrepreneurial University คือความเป็นผู้นำที่สร้างความเปลี่ยนแปลง หรือ Leadership ที่สอดคล้องกับการพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่การเป็น มหาวิทยาลัยผู้ประกอบการ ขอยกตัวอย่างที่ University of Strathclyde หนึ่งใน Key success สำคัญ คือ แนวคิดหลักที่ Professor Sir Jim Mcdonald ได้วางรากฐานการเป็น Entrepreneurial University ไว้ จนในวันนี้กลายมาเป็นวัฒนธรรมองค์กร หรือ Culture ในองค์กร ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีบุคคลที่มีอิทธิพลมากขนาดนี้ เพราะท่านเป็นผู้บริหารมา 16 ปี ทุกคนในมหาวิทยาลัยรวมถึงผู้คนในเมืองจึงรู้จัก Sir Jim Mcdonald ด้วย”
“การเป็น Entrepreneurial University หรือ มหาวิทยาลัยแห่งการเป็นผู้ประกอบการ ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่สร้างสตาร์ทอัพเท่านั้น เป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างคนที่คิดอย่างผู้ประกอบการ Think as Entrepreneur / Behave like an entrepreneur / Doing Research as an entrepreneur”