ไม่มีสัญญาณมือถือ ไม่มี Internet ไม่มี ATM
Rowan Beard เจ้าของบริษัททัวร์ Young Pioneer Tours ที่ได้รับสัมปทานให้จัดโปรแกรมท่องเที่ยว “เกาหลีเหนือ” ที่เปิดประเทศในรอบ 5 ปี
“ชาวเกาหลีเหนือไม่ใช่หุ่นยนต์ พวกเขามีความคิดเห็น มีเป้าหมาย และอารมณ์ขัน” Rowan Beard กระชุ่น

เมื่อ Rowan Beard ได้รับอนุญาตให้เริ่มทำทัวร์ใน “เกาหลีเหนือ” เขารวบรวมกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยากมา “เกาหลีเหนือ” ภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น
Rowan Beard ไม่อยากพลาดโอกาสนี้ โดยลูกทัวร์ส่วนใหญ่เป็นบล็อกเกอร์และผู้ที่เสพติดการเดินทาง
ทุกคนต้องการมาเยือน “เกาหลีเหนือ” เป็นประเทศสุดท้ายในโปรแกรมของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มี “แฟนพันธุ์แท้เกาหลีเหนือ” ร่วมเดินทางมาด้วย

ลูกทัวร์ของ Rowan Beard ประกอบด้วยนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรเลีย ขับรถข้ามพรมแดนจากประเทศจีนไปยังพื้นที่ห่างไกลของเมืองราซอนเพื่อท่องเที่ยวเป็นเวลา 4 คืน
แม้จะได้ยินชื่อเสียงของประเทศเกาหลีเหนือมาบ้าง แต่ลูกทัวร์ก็ยังเกิดอาการประหม่า จากการควบคุมที่เข้มงวด เพราะนักท่องเที่ยวจะต้องถูกประกบโดยไกด์ท้องถิ่นตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
ลูกทัวร์ต้องปฏิบัติตามตารางการท่องเที่ยวที่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้าอย่างเคร่งครัด โดยโปรแกรมทัวร์จะมีการเยี่ยมชมโรงงานเบียร์ โรงเรียน และร้านขายยาที่เพิ่งเปิดใหม่ ที่มียาเพียบพร้อม
ลูกทัวร์เปรียบเทียบการเยือนเกาหลีเหนือกับการไปทัศนศึกษา โดยคุณจะไม่สามารถออกจากโรงแรมได้โดยไม่มีไกด์ท้องถิ่น
แม้กระทั่งการเข้าห้องน้ำก็ต้องขออนุญาตจากไกด์ท้องถิ่น!!

แม้จะมีการควบคุมการเดินทาง แต่ลูกทัวร์ก็ยังสามารถเห็นภาพชีวิตจริงบางส่วนได้ ที่ชาวเกาหลีเหนือทุกคนต้องทำงานตลอดวัน ไม่มีคนที่ใช้เวลาไปนั่งชิลล์ หรือเอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ
ในโปรแกรมการเยี่ยมชมโรงเรียน เด็กๆ อายุ 8 ปีกลุ่มหนึ่งได้แสดงการเต้นประกอบภาพเคลื่อนไหวของขีปนาวุธนำวิถีที่โจมตีเป้าหมาย

โดยเด็กชายและเด็กหญิงที่ผูกเนกไทสีแดงกำลังร้องเพลง พร้อมกับมีภาพระเบิดที่ปรากฏบนจอด้านหลังพวกเขา
ลูกทัวร์ของ Rowan Beard ถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่ห่างจากเมืองหลวงกรุงเปียงยาง ทำให้เส้นทางการท่องเที่ยวขาดการไปเยี่ยมชมอนุสาวรีย์สำคัญของเปียงยาง
Rowan Beard มองว่าทางการเกาหลีเหนืออาจเลือกเมืองราซอนเป็นพื้นที่นำร่อง เพราะพื้นที่แถบนี้ค่อนข้างเป็นพื้นที่ปิด ทำให้ง่ายต่อการควบคุม
เมืองราซอน ถือเป็น “ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ” เพื่อทดลองโนบายทางการเงินแบบใหม่ของเกาหลีเหนือ เมืองแห่งนี้คืออาณาจักรทุนนิยมขนาดเล็กที่อยู่ในรัฐที่เป็นสังคมนิยมของเกาหลีเหนือ
โดยมีเข้ามาดำเนินการร่วมกับชาวเกาเหลีเหนือในรูปแบบกิจการร่วมค้า ซึ่งนักธุรกิจจีนสามารถเดินทางเข้าออกได้ค่อนข้างเสรีต่างจากนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก
ลูกทัวร์คนหนึ่งของ Rowan Beard บอกว่า ยิ่งมาเที่ยวที่เกาหลีเหนือมากเท่าใด คุณก็ยิ่งไม่รู้มากเท่านั้น ทุกครั้งที่ไป คุณจะได้เห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งมันก็ยิ่งทิ้งคำถามไว้กับคุณมากขึ้น
นอกจากร้านของชำ ราซอนมีห้างเล็กๆ ที่วางขายกางเกงยีนส์ น้ำหอม กระเป๋าหลุยส์วิตตองปลอม เครื่องซักผ้าของญี่ปุ่น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้านำเข้าจากจีน
นักท่องเที่ยวทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพ ทำให้พวกเขาสงสัยว่านี่เป็นความพยายามในการเก็บซ่อนภาพการบริโภคจากการรับรู้ของคนส่วนอื่นๆ ในประเทศหรือไม่

นอกจากนี้ ลูกทัวร์ไม่มีโอกาสที่จะลงไปเดินเที่ยวตามถนน หรือแวะไปร้านตัดผม หรือซูเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งการพูดคุยกับคนท้องถิ่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานที่ต่างๆ อยู่ในสภาพมืดสลัว และไม่มีระบบทำความร้อนที่อื่นเลยนอกจากที่พักในโรงแรม
แม้จะมีแกลเลอรี่จัดแสดงศิลปะ แต่ก็รกร้าง มืด และหนาวเย็น

สิ่งเหล่านี้ตรงข้ามกับภาพที่รัฐบาลเกาหลีเหนือพยายามเผยแพร่ออกมาให้ชาวโลกได้เห็น ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าเกาหลีเหนือเป็นบ้านเมืองที่สะอาดสะอ้านและดูสดใส
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ลูกทัวร์บอกว่า ถนนหนทางต่างๆ แย่มาก ทางเท้าก็โยกเยก และตึกต่างๆ ก็เก่ามาก ห้องพักในโรงแรมตกแต่งแบบล้าสมัย และสกปรก เหมือน “ห้องนั่งเล่นของคุณยาย” กระจกในโรงแรมล้วนแตกร้าว

เห็นได้ชัดว่า ชาวเกาหลีเหนืออ่อนไหวมากเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาจะให้นักท่องเที่ยวเห็น
พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาหลีเหนือถูกปกปิดอย่างมิดชิด เชื่อว่าของประชากรชาวเกาหลีเหนือกว่า 40% ยังขาดสารอาหาร และต้องการความช่วยเหลือ

หนึ่งในโอกาสอันน้อยนิดที่ Rowan Beard จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่นก็คือผ่านทางไกด์ชาวเกาหลีเหนือที่ถูกส่งมาประกบคณะทัวร์ของเขา
ต้องยอมรับว่า ไกด์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษได้ดี และดูมีความรอบรู้เรื่องต่างๆ เช่น เรื่องกำแพงภาษีของทรัมป์ และสงครามในยูเครน
แม้ว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือจะโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนัก และปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร นี่อาจเป็นผลมาจากการที่ไกด์ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักธุรกิจชาวจีนที่เข้าๆ ออกๆ เมืองราซอน
อย่างไรก็ตาม Rowan Beard ต้องพูดคุยกันอย่างระมัดระวังกับไกด์ท้องถิ่น เนื่องจากกฎหมายที่เคร่งครัด ได้ปิดกั้นไม่ให้ชาวเกาหลีเหนือพูดอะไรได้อย่างเสรี
การถามตอบมากเกินไป อาจทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ตกอยู่ในอันตราย!!

Rowan Beard เล่าถึงช่วงที่ไปเที่ยวที่บ้านแห่งมิตรภาพของเกาหลีเหนือ-รัสเซีย เขาถูกเชิญให้เขียนลงในสมุดเยี่ยมชมของสถานที่แห่งนั้น เขาเขียนลงไปทำนองว่า “หวังให้โลกนี้มีสันติ” หลังจากนั้นไกด์ท้องถิ่นได้เดินมาบอกว่า ไม่เหมาะสมที่จะเขียนแบบนั้น!!
Rowan Beard ระบุว่า ชาวเกาหลีเหนือที่ได้มีโอกาสในการพบกับชาวต่างชาติ ทำให้พวกเขามีความคิดใหม่ๆ ซึ่งสำหรับประเทศที่ปิดเช่นนี้ มันสำคัญมาก
ปัจจุบัน การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวของเกาหลีเหนือ เป็นเรื่องที่มีข้อถกเถียงกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปก่อนกลุ่มของคนทำงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และนักการทูตตะวันตก
Joanna Hosaniak จากกลุ่มสิทธิมนุษยชน Citizens Alliance for North Korean Human Rights บอกว่า การเดินทางท่องเที่ยวเหล่านี้ หลักๆ แล้วเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลเกาหลีเหนือมากกว่า
“นี่ไม่เหมือนกับการท่องเที่ยวในประเทศยากจนอื่นๆ ที่คนท้องถิ่นจะได้ประโยชน์จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เห็นได้ชัดว่าประชากรจำนวนมากของเกาหลีเหนือไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามีการท่องเที่ยวแบบนี้อยู่ เงินของนักท่องเที่ยวจะไปตกที่รัฐ และจบที่กองทัพในที่สุด ไม่ใช่ราซอน” Joanna Hosaniak กล่าว












