ไทยเอาไง เมื่อ “สิงคโปร์” เร่งสร้าง Tuas Port หวังทุบสถิติท่าเรือขนส่งสินค้าอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สิงคโปร์กำลังเดินหน้าสร้าง Tuas Port ท่าเรือขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะเป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงทศวรรษ 2040 โดยท่าเรือแห่งนี้จะรวมศูนย์การขนส่งสินค้าจากทุกท่าเรือเดิมของประเทศ สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าสูงถึง 65 ล้าน TEU ต่อปี หรือเกือบสองเท่าของความสามารถในปัจจุบันของสิงคโปร์ และอาจก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าทางเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้าเซี่ยงไฮ้


เมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในช่วงทศวรรษ 2040 Tuas Port จะกลายเป็นท่าเรืออัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีศักยภาพในการรองรับตู้สินค้าขนาด 20 ฟุต (TEUs) สูงถึง 65 ล้านตู้ต่อปี ซึ่งมากกว่าปริมาณการขนส่งที่ 37.3 ล้าน TEUs ในปี 2022 เกือบสองเท่า
จุดเด่นสำคัญของ Tuas Port คือระบบอัตโนมัติและดิจิทัลเต็มรูปแบบ ใช้ AI บริหารจัดการจราจรทางเรือ ใช้เครนขนถ่ายสินค้าอัตโนมัติ และยานพาหนะไฟฟ้าไร้คนขับ ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยระบบขนส่งที่รวมศูนย์และใช้พลังงานไฟฟ้า

Tuas Port

Tuas Port

สำหรับการพัฒนาแบ่งเป็น 4 ระยะ โดยการถมที่ในระยะที่ 1 เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2015 และเสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ซึ่งระยะแรกเริ่มเปิดใช้งานแล้วตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่ระยะที่ 2 เริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2018 และปัจจุบันดำเนินการไปแล้วประมาณ 60% เมื่อท่าเทียบเรือในสองระยะแรกเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ท่าเรือแห่งนี้จะสามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้มากกว่า 40 ล้าน TEUs ต่อปี
ขณะนี้ องค์การท่าเรือและการเดินเรือสิงคโปร์ (MPA) กำลังวางแผนและออกแบบโครงการสำหรับระยะที่ 3 ซึ่งการถมที่ดินของระยะนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030
นอกจากนั้น ยังวางแผนที่จะย้ายการดำเนินงานทั้งหมดจากท่าเรือต่างๆ ของสิงคโปร์ เช่น ท่าเรือ Tanjong Pagar, Keppel, Brani, และ Pasir Panjang ไปยัง Tuas Port ภายในทศวรรษ 2040 การรวมศูนย์การดำเนินงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดต้นทุน และเสริมบทบาทของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางการเดินเรือระดับโลก ซึ่งการรวมท่าเรือทั้งหมดเข้าด้วยกัน ยังช่วยให้พื้นที่ริมชายฝั่งที่มีค่าได้รับการพัฒนาใหม่เป็นโครงการต่างๆ เช่น Greater Southern Waterfront เป็นต้น

Maritime 5G พลิกโฉมดิจิทัลสู่ยุคใหม่ของการเดินเรือ

เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมการเดินเรือและพัฒนาแนวคิดการดำเนินงานแห่งอนาคต MPA จึงเร่งพัฒนาครือข่าย 5G ครอบคลุมพื้นที่จอดเรือหลัก เส้นทางเดินเรือ ท่าเรือ และจุดขึ้นลงเรือภายในปี 2025
สำหรับโครงการนี้ จะมีการติดตั้งสถานีฐาน 5G สำหรับการเดินเรือทั้งหมด 12 แห่ง โดยสถานี 3 แห่งแรกพร้อมใช้ตั้งแต่ปี 2023 เพื่อรองรับการทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ อาทิ ระบบนำร่องทางไกล (Remotely Assisted Pilotage Advisory) การเติมน้ำมันทางดิจิทัล (Digital Bunkering) การใช้โดรนส่งสินค้า และบริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ขณะที่สถานีฐานที่เหลืออีก 9 แห่ง จะติดตั้งครบภายในปี 2025

Tuas Port

ระบบบริหารจัดการจราจรทางเรืออัจฉริยะ (NGVTMS)

เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินเรือและเพิ่มประสิทธิภาพของท่าเรือในฐานะศูนย์กลางการเดินเรือระดับโลก MPA กำลังพัฒนาระบบบริหารจัดการจราจรทางเรืออัจฉริยะรุ่นใหม่ (Next Generation Vessel Traffic Management System: NGVTMS) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาแทนที่ระบบเดิม (Vessel Traffic Information System: VTIS)
NGVTMS จะใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและ Machine Learning เพื่อระบุจุดเสี่ยงในการจราจร พร้อมด้วยอัลกอริธึมขั้นสูงที่สามารถคาดการณ์โอกาสในการชนล่วงหน้า ทำให้ MPA สามารถให้ข้อมูลที่แม่นยำและทันท่วงทีแก่กัปตันเรือ เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ระบบ NGVTMS ยังรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเรือกับเรือ (ship-to-ship) และเรือกับฝั่ง (ship-to-shore) อย่างปลอดภัยและเสถียร ผ่านแพลตฟอร์มเชื่อมต่อหลากหลาย เช่น VHF Data Exchange System (VDES) และเครือข่าย Maritime 5G

Tuas Port

Tuas Port

ในขณะที่เทคโนโลยีภูมิศาสตร์กำลังปฏิวัติการดำเนินงานทางทะเล ทำให้ฉลาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ล่าสุดวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ในงาน International Maritime Geospatial Forum ที่จัดขึ้นใน Singapore Maritime Week ทาง MPA ได้ลงนามใน MOU สองฉบับ เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและพัฒนาทักษะทางทะเล โดยร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสำรวจเทคโนโลยีภูมิศาสตร์สำหรับการติดตามแบบเรียลไทม์ เช่น การนำทางเรือ และการจัดเตรียมน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทน รวมถึงพัฒนาหลักสูตรภูมิศาสตร์ทางทะเลสำหรับนักศึกษาและมืออาชีพ เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะและขับเคลื่อนนวัตกรรมในอนาคต
ความพยายามเหล่านี้สอดคล้องกับแผนแม่บทภูมิศาสตร์ของสิงคโปร์ (2024-2033) ที่จะทำให้การดำเนินงานทางทะเลมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต

Tuas Port

พลิกโฉมโลจิสติกส์! ปั้นระบบขนส่งอัจฉริยะ เชื่อมต่อเมืองแบบไร้รอยต่อ

เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานและผู้ใช้งานท่าเรือ การท่าเรือและการเดินเรือแห่งสิงคโปร์ (MPA) ร่วมมือกับ PSA Singapore ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการท่าเรือ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรในอุตสาหกรรม และสหภาพแรงงาน ในการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีเมื่อปี 2023 เพื่อพัฒนาแนวทางการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมสำหรับพนักงานและผู้ใช้บริการท่าเรือทวัส
เนื่องจากท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณที่ห่างจากใจกลางเมืองสิงคโปร์และจุดเชื่อมต่อขนส่งหลัก คณะกรรมการจึงมีเป้าหมายในการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งที่ยั่งยืน โดยหนึ่งในมาตรการที่อาจถูกนำมาใช้คือบริการรถรับส่ง (Shuttle Bus Services) ซึ่งจะมีเส้นทางตรงจากท่าเรือไปยังสถานีขนส่งหลัก เช่น สถานีรถไฟฟ้า MRT ที่ใกล้ที่สุด โดยมีตารางเวลาที่แน่นอนและรองรับช่วงเวลาการทำงานที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังอาจมีการขยายเส้นทางขนส่งสาธารณะ โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการขนส่ง เช่น SMRT และ SBS Transit ในการเพิ่มเส้นทางรถโดยสารสาธารณะที่เชื่อมต่อกับท่าเรือ

ในขณะเดียวกัน อาจมีการนำโครงการแชร์รถและเดินทางร่วมกัน (Carpooling & Ride-sharing Schemes) มาใช้ โดยพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับพนักงานในการจับคู่เดินทางร่วมกัน เพื่อลดภาระค่าเดินทางและลดจำนวนยานพาหนะบนท้องถนน รวมถึงสนับสนุนให้ใช้แอปพลิเคชัRide-sharing เช่น Grab หรือ Gojek ซึ่งจะช่วยให้พนักงานเดินทางได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีแนวคิดในการส่งเสริมการใช้จักรยานและพาหนะพลังงานสะอาด (Cycling & Green Transport Options) โดยพัฒนาทางจักรยานและจุดจอดจักรยานให้เพียงพอ รวมถึงพิจารณาใช้รถบัสพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานสะอาดในการให้บริการรับส่ง
การดำเนินการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาท่าเรือแห่งอนาคตที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งสำหรับพนักงานและผู้ใช้บริการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ Tuas Port กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมของสิงคโปร์ได้อย่างไร้รอยต่อ
เห็นได้ชัดเจนว่า Tuas Port ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ยกระดับสิงคโปร์สู่การเป็นผู้นำด้านการเดินเรือระดับโลก และช่วยคืนพื้นที่ในเมืองเพื่อนำไปพัฒนาโครงการอื่นๆ และไม่ได้เป็นเพียงแค่ท่าเรือแห่งอนาคต แต่เป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์สิงคโปร์ในการคงความเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก

Tuas Port

เมื่อ Tuas Port ตั้งเป้าเป็นหมุดหมายใหม่ของโลจิสติกส์โลก ไทยจะรอดหรือร่วง?

Tuas Port ของสิงคโปร์กำลังกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ระดับโลก ด้วยขีดความสามารถที่เหนือชั้น เทคโนโลยีล้ำสมัย และการวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าทางทะเลแห่งอนาคต นี่ไม่ใช่แค่การขยายท่าเรือ แต่คือการปรับสมดุลอำนาจโลจิสติกส์ของอาเซียนอย่างแท้จริง คำถามสำคัญคือไทยพร้อมรับมือหรือยัง?
ปัจจุบัน ท่าเรือแหลมฉบังคือศูนย์กลางขนส่งสินค้าหลักของไทย และเป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีศักยภาพมากที่สุดในอาเซียน แต่เมื่อท่าเรือทวัสเดินเครื่องเต็มกำลังภายในปี 2040 สิงคโปร์จะสามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ถึง 65 ล้าน TEUs ต่อปีมากกว่าแหลมฉบังถึงสามเท่า แม้ว่าโครงการพัฒนาแหลมฉบังระยะที่ 3 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถขึ้นเป็น 18 ล้าน TEUs แต่ก็ยังห่างไกลจากระดับของ Tuas Port
หมายความว่าเรือขนส่งสินค้าจะมีแรงจูงใจสูงขึ้นในการเลือก Tuas Port เป็นจุดแวะหลัก เพราะที่นั่นให้บริการที่เร็วกว่า ต้นทุนต่ำกว่า และอัตโนมัติมากกว่า ซึ่งจะทำให้บทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานลดความสำคัญลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Tuas Port คือภาพสะท้อนว่าโลจิสติกส์แห่งอนาคตจะเป็นอย่างไร…อัจฉริยะ อัตโนมัติ และไร้รอยต่อ หากไทยไม่เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยังติดอยู่กับระบบเดิมๆ อีกไม่นาน ไทยอาจต้องยอมรับสถานะเป็นแค่ “ทางผ่าน” มากกว่าการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน
นี่คือเวลาตัดสินใจว่าไทยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่แข่งขันได้ หรือจะปล่อยให้สิงคโปร์นำหน้าไปไกลจนไล่ตามไม่ทัน?

ที่มา :