Large Language Model (LLM) คือ โมเดล AI ขนาดใหญ่ที่ผ่านการฝึกฝนจากข้อมูลจำนวนมหาศาล ให้มีความสามารถเฉพาะทางโดยเฉพาะทักษะด้านภาษาและการสื่อสารแบบมนุษย์ ทำให้โมเดลนี้มีศักยภาพที่จะเรียนรู้คำถามหรือคำสั่ง (prompt) และสร้างคำตอบที่เหมาะสมด้วยตัวเอง โดยหนึ่งในฟังก์ชันที่ใช้งานอย่างแพร่หลายแล้วในปัจจุบัน คือ Generative AI หรือเอไอแบบรู้สร้าง ที่สร้างข้อความหรือรูปภาพได้ เช่น Chat-GPT, Gemini, Claude, MidJourney, DeepSeek
ด้วยความสำคัญของ LLM ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา Pathumma LLM (ปทุมมา แอลแอลเอ็ม) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบบริการ AI โดยทีมวิจัยตั้งเป้าหมายในการพัฒนาจุดแข็งของโมเดลให้เชี่ยวชาญทั้งภาษา ข้อมูล และบริบทประเทศไทย รวมถึงเป็น Multi-Modal Generative AI หรือโมเดล AI ที่รองรับการประมวลผลข้อมูลได้หลากหลายทั้งข้อความ รูป และเสียง

ล่าสุด เพื่อขับเคลื่อนภารกิจนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เนคเทค จึงได้จัดงาน “Thai LLM และความท้าทายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย” พร้อมทั้งพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการพัฒนาแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และ รัตนพล วงศ์นภาจันทร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ Thai LLM ที่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวในพิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้กับ บริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) โดยเฉพาะ Thai LLM ที่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะ Generative AI ที่มีหัวใจสำคัญอยู่ที่ LLM และการที่ประเทศไทยมี Thai LLM ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเชิงยุทธศาสตร์ที่จะช่วยพัฒนา AI ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย และส่งเสริมการสร้างสรรค์บริการดิจิทัลในประเทศ”
“โดยต่อจากนี้ สวทช. และ สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จะร่วมกันวิจัยพัฒนา Thai LLM แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้าง Sandbox สำหรับการทำ Proof of Concept (PoC) และพัฒนากำลังคนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น สวทช. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สวทช. ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือที่เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”
“ผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในวันนี้จะเป็นก้าวสำคัญและเป็นความท้าทายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของ AI ภาษาไทย และสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศวิจัยไทยในระยะยาว”
รัตนพล วงศ์นภาจันทร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “การลงนามความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ บริษัท สยาม ไอเอฯ ในวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในด้านการวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เพื่อร่วมกันพัฒนา แบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) โดยเฉพาะ Thai LLM ประเทศไทยควรมี และควรพัฒนาโดยคนไทย ซึ่งความร่วมมือในวันนี้เป็นก้าวสำคัญมากที่เราจะได้พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาความรู้ร่วมกันโดยคนไทยและเพื่อคนไทยในอนาคต”
“บริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งประสิทธิภาพสูงสำหรับการประมวลผล AI เมื่อผนึกกำลังกับ สวทช. จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนนวัตกรรม AI สู่การใช้งานจริงในหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไทย”
“ทั้งนี้การมี LLM ที่เข้าใจภาษาไทยโดยเฉพาะถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถพัฒนา AI ที่เข้าใจบริบท วัฒนธรรม และภาษาของคนไทยได้อย่างแท้จริง และส่งเสริมการสร้างสรรค์บริการดิจิทัลที่ตรงกับความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งการผนึกกำลังระหว่าง สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ สวทช. ในวันนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา AI ภาษาไทยให้ก้าวหน้าและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศ และเรามุ่งมั่นที่จะนำพาเทคโนโลยี AI ของไทยให้ก้าวทันโลก และร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทย”
ด้าน ดร.ศราวุธ คงยัง นักวิจัยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. ได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายของการพัฒนา ระบบ Pathumma LLM ว่าที่ Thai LLM ให้เป็น Agentic AI ของไทยที่มีประสิทธิภาพว่า
“สำหรับเป้าหมายต่อไปของการพัฒนาระบบ Pathumma LLM ที่ทีมวิจัยตั้งไว้ นอกจากการเพิ่มจุดแข็งด้านข้อมูลและความสามารถในการเป็น Generative AI แล้ว ทีมวิจัยยังมีแผนจะพัฒนาให้ Pathumma LLM ก้าวสู่การเป็น Agentic AI หรือ AI ที่มีศักยภาพในการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ เช่น AI ผู้ช่วยส่วนตัวที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลตลาดและซื้อขายหุ้นตามเงื่อนไขให้โดยอัตโนมัติ หรือแชตบอตช่วยแนะนำระบบบริการที่สอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้งานพร้อมช่วยตรวจสอบสถานะของงานให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งการยกระดับสู่ Agentic AI เป็นเทรนด์เทคโนโลยีที่ผู้พัฒนาทั่วโลกต่างกำลังให้ความสำคัญ ณ ขณะนี้ด้วยเช่นกัน”

ภายในงาน “Thai LLM และความท้าทายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย” ยังมีไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ ปาฐกถาพิเศษ “Thai LLM: ปัญญาประดิษฐ์เพื่อภาษาไทย” โดย ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. การเสวนาพิเศษ “อนาคต LLM และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อการประยุกต์ ใช้ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย” โดย วชิรวิทย์ ทุนทรัพย์ Business Development Manager บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ณัฐพงษ์ ช่วยบำรุง Chief Technology Officer บริษัท สยาม เอไอ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ ดร.ศราวุธ คงยัง นักวิจัยกลุ่มนวัตกรรมการผลิตยั่งยืน สวทช. พร้อมทีมนักวิจัยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. ร่วมเสวนา
นอกจากนี้ยังมีบูธนิทรรศการผลงานวิจัยนวัตกรรม โซลูชันด้าน AI จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน พร้อมบริการให้คำปรึกษาสำหรับผู้สนใจพัฒนา AI ใช้งานภายในองค์กร และกิจกรรมเวิร์กชอปเจาะลึกเบื้องหลัง “Pathumma LLM” พร้อมทดลองใช้งานเครื่องมือ AI ต่างๆ โดยทีมนักวิจัยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เข้าร่วมด้วย
อัปเดตการพัฒนาและการปรับใช้ AI ในทุกมิติ
เมื่อ AI เขย่าตลาดแรงงาน ฝันร้ายบัณฑิตจบใหม่ถูกเบียดตกขอบสนาม













