Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.161

สกพอ. ร่วมมือสถานกงสุลใหญ่เซี่ยงไฮ้ ดึงกลุ่มธุรกิจจีน ลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายในอีอีซี

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) บรรยายพิเศษหัวข้อ Thailand EEC 2025: Opportunities in the New Growth Corridor Forum ในงาน Investment Attraction Forum 2025 ครั้งที่ 1 ณ สถานกงสุลใหญ่ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดย สกพอ.จัดร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และสมาคมการค้าส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย-จีน (SIDTA) เพื่อชักชวนการลงทุนและแสวงหาความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของไทย ให้แก่นักลงทุนจีนที่เข้าร่วมงานฯ ในครั้งนี้ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งความสามารถในการแข่งขันและระบบนิเวศการลงทุนของอีอีซี
ภายในงานมีหลายบริษัทแสดงความสนใจและแจ้งความประสงค์ในการยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงการลงทุน (LOI) ประกอบไปด้วย บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการและการแพทย์ เป็นต้น คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ประมาณ 1,228 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 43,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาช่วง 3 ปีแรกของการลงทุน ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงาน การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี การเติบโตทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ที่ดีขึ้น และการพัฒนาที่ยั่งยืน

6 กลุ่มธุรกิจติดชาร์ต “นอมินี” ต่างด้าวสูงสุด 9 เดือนมูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

คณะอนุกรรมการป้องกันและป้องปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (NOMINEE) ภายใต้คณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จัดประเภทธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นบริษัทนอมินีของคนต่างด้าวเป็น 6 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ (1) ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง (2) ธุรกิจค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ (3) ธุรกิจ e-Commerce ขนส่ง และคลังสินค้า (4) ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร (5) ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และ (6) ธุรกิจก่อสร้างทั่วไป โดยผลการดำเนินการในช่วง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 – 31 พฤษภาคม 2568 หน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิด 861 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 15,296 ล้านบาท

“มังคุดในสายหมอกเบตง” โดดเด่นด้วยสภาพภูมิอากาศ สินค้า GI รายการใหม่ จังหวัดยะลา

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน “มังคุดในสายหมอกเบตง” สินค้า GI รายการใหม่ ประจำจังหวัดยะลา เป็นมังคุดพันธุ์พื้นเมือง ลักษณะผลกลมโต เปลือกค่อนข้างหนา ผิวมัน สีม่วงอมแดง เมื่อผลสุกเต็มที่จะมีสีดำ ขั้วและกลีบเลี้ยงสีเขียว เนื้อมีสีขาวนวลปุยฝ้าย และไม่เป็นเนื้อแก้วยางไหล ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานนำเปรี้ยว ปลูกในเขตพื้นที่อำเภอเบตง และอำเภอธารโต จังหวัดยะลา ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศ เป็นที่ราบสูงเชิงเขาสลับช่องน้ำ มีแม่น้ำปัตตานีเป็นแม่น้ำสายสำคัญไหลจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ ผ่านอำเภอธารโตและไหลลงทะเลอ่าวไทยที่อำเภอเมือง ทำให้อำเภอเบตงและอำเภอธารโตเป็นพื้นที่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร ประกอบกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง 3 ครั้งต่อวัน คือ ช่วงเช้ามีหมอก ช่วงเที่ยงมีแดด และช่วงเย็นมีฝนตกบ่อยครั้ง
มังคุดในสายหมอกเบตงจึงมีหมอกหนาปกคลุมเกือบทั้งปี เกิดการสร้างชั้นเนื้อของมังคุดแบบเคลือบทีละชั้น เนื้อจึงมีสีขาวนวลปุ้ยฝ้าย มีกลิ่นหอมเฉพาะ รสชาติดี ทั้งสภาพภูมิอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ส่งผลให้มังคุดในสายหมอกเบตงมีคุณภาพดีและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนทำให้ผู้บริโภคยอมรับในคุณภาพสินค้าและเรียกขานเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “มังคุดในสายหมอกเบตง”

เปลี่ยน “ผืนทราย” มองโกเลียใน กลายเป็น “ทะเลโซลาร์เซลล์”

สำนักข่าวซินหัว ฉายภาพ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ทางตอนเหนือของจีน พยายามรับมือกับปัญหาระบบนิเวศในพื้นที่ริมแม่น้ำเหลืองช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้บำบัดดินคิดเป็นพื้นที่ 14.89 ล้านหมู่ (ราว 6.2 ล้านไร่)
ในทะเลทรายคู่ปู้ฉีและทะเลทรายอูหลานปู้เหอ มีการใช้โมเดลการควบคุมทรายด้วยโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างแพร่หลาย โดยเปลี่ยนพื้นทรายให้กลายเป็น “ทะเลสีฟ้า” อันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังงานสีเขียว