สกพอ. ผนึก สวทช. และ กนอ. ดึงบริษัทชั้นนำยุโรป ลงทุนอุตสาหกรรมสีเขียวในอีอีซี
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) นำคณะเดินทางไปราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 8 – 15 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อชักชวนการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม Bio-Circular-Green (BCG) โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อาหาร เคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมหมุนเวียน โดยคณะฯ ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทชั้นนำด้านการเกษตรอัจฉริยะ ได้แก่ Rijk Zwaan, Priva, Van der Hoeven, Koppert Biologic และ Hydrosat กลุ่มบริษัทและองค์กรชั้นนำด้านอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ Unilever, Thai Union และ FoodX กลุ่มบริษัทชั้นนำด้านเคมีชีวภาพ ได้แก่ Corbion และ Avantium และกลุ่มบริษัทด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ Oryx Stainless
ทั้งนี้ การเข้าร่วมประชุมและพบปะบริษัทชั้นนำจากเนเธอร์แลนด์ดังกกล่าว สกพอ. สวทช. และ กนอ. ได้ร่วมกันนำเสนอความพร้อมในการรองรับการลงทุน การสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์ในด้านภาษีและมิใช่ภาษีสำหรับการลงทุน การส่งเสริมด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านการลงทุน และการสนับสนุนด้านวิจัยและพัฒนา ตลอดจนโอกาสในการลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซีและประเทศไทย
อว. ยกนิ้ว! งานวิจัย “พลังงานแสงอาทิตย์เชื่อมเครือข่ายอินเทอร์เน็ต” ต่อยอดโอกาสชุมชนชายขอบ ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถา ใน Exclusive Media Group Interview “มุมมองเชิงลึกผ่านเลนส์งานวิจัย : จากข้อมูลสู่การเปลี่ยนแปลงและความร่วมมือเพื่อการลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน” ว่า “โครงการพลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สวพส. และ ภาคเอกชนซึ่งก็คือ AIS และกัลฟ์ ได้นำพลังงานแสงอาทิตย์และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปเชื่อมต่อโอกาสให้กับชุมชนห่างไกล โครงการนี้ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ลดการเผาป่า เปิดโอกาสการเข้าถึงการศึกษารูปแบบออนไลน์ และเพิ่มประสิทธิภาพบริการสาธารณสุข โดยทุก 1 บาทที่ลงทุน สร้างผลตอบแทนทางสังคมถึง 2.37 บาท นี่คือตัวอย่าง “งานวิจัยที่ออกจากห้องแล็บ” และกลายมาเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่า การวิจัยและนวัตกรรม คือภารกิจร่วมของเรา ที่จะทำให้คนไทยทุกคน ได้มีโอกาสเข้าถึงพลังงานเทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม
“Jurassic World : Rebirth” ถ่ายทำในไทย ทุ่มทุนกว่า 400 ล้าน ฉายทั่วโลก 2 ก.ค. 68
ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกเรื่อง “Jurassic World : Rebirth” ได้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2567 โดยเลือกโลเคชันอันงดงามใน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ พังงา และตรัง พร้อมใช้งบถ่ายทำในประเทศไทยกว่า 400 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีมูลค่าเงินลงทุนในประเทศไทยหลักร้อยล้าน ซึ่งนอกจากการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านภาพยนตร์แล้ว การถ่ายทำครั้งนี้ยังสร้างงานให้กับชาวไทยมากถึง 2,245 ราย ทั้งในด้านทีมงานเบื้องหลัง Production House และการให้บริการในพื้นที่ ซึ่งสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าว ถือเป็นนโยบายสำคัญของกรมการท่องเที่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยและประเทศชาติ โดย Jurassic World : Rebirth มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 แฟนๆ เหล่าไดโนเสาร์จากทั่วทุกมุมโลก จะได้เห็นความสวยงามของทัศนียภาพและธรรมชาติของประเทศไทยผ่านฉากสำคัญในภาพยนตร์ ทั้งความสวยงามของท้องทะเล และป่าเขาทางภาคใต้ ซึ่งคาดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังประเทศไทยในอนาคต
เปิดตัว “ทรัมป์ โมบายล์” สมาร์ตโฟนผลิตในสหรัฐฯ ท้าชน “แอปเปิล-ซัมซุง”


















