Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.169

สกพอ. ผนึก สวทช. และ กนอ. ดึงบริษัทชั้นนำยุโรป ลงทุนอุตสาหกรรมสีเขียวในอีอีซี

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) นำคณะเดินทางไปราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 8 – 15 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อชักชวนการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม Bio-Circular-Green (BCG) โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อาหาร เคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมหมุนเวียน โดยคณะฯ ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทชั้นนำด้านการเกษตรอัจฉริยะ ได้แก่ Rijk Zwaan, Priva, Van der Hoeven, Koppert Biologic และ Hydrosat กลุ่มบริษัทและองค์กรชั้นนำด้านอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ Unilever, Thai Union และ FoodX กลุ่มบริษัทชั้นนำด้านเคมีชีวภาพ ได้แก่ Corbion และ Avantium และกลุ่มบริษัทด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ Oryx Stainless 
ทั้งนี้ การเข้าร่วมประชุมและพบปะบริษัทชั้นนำจากเนเธอร์แลนด์ดังกกล่าว สกพอ. สวทช. และ กนอ. ได้ร่วมกันนำเสนอความพร้อมในการรองรับการลงทุน การสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์ในด้านภาษีและมิใช่ภาษีสำหรับการลงทุน การส่งเสริมด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านการลงทุน และการสนับสนุนด้านวิจัยและพัฒนา ตลอดจนโอกาสในการลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซีและประเทศไทย

อว. ยกนิ้ว! งานวิจัย “พลังงานแสงอาทิตย์เชื่อมเครือข่ายอินเทอร์เน็ต” ต่อยอดโอกาสชุมชนชายขอบ ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถา ใน Exclusive Media Group Interview “มุมมองเชิงลึกผ่านเลนส์งานวิจัย : จากข้อมูลสู่การเปลี่ยนแปลงและความร่วมมือเพื่อการลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน” ว่า “โครงการพลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สวพส. และ ภาคเอกชนซึ่งก็คือ AIS และกัลฟ์ ได้นำพลังงานแสงอาทิตย์และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปเชื่อมต่อโอกาสให้กับชุมชนห่างไกล โครงการนี้ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ลดการเผาป่า เปิดโอกาสการเข้าถึงการศึกษารูปแบบออนไลน์ และเพิ่มประสิทธิภาพบริการสาธารณสุข โดยทุก 1 บาทที่ลงทุน สร้างผลตอบแทนทางสังคมถึง 2.37 บาท นี่คือตัวอย่าง “งานวิจัยที่ออกจากห้องแล็บ” และกลายมาเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่า การวิจัยและนวัตกรรม คือภารกิจร่วมของเรา ที่จะทำให้คนไทยทุกคน ได้มีโอกาสเข้าถึงพลังงานเทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม

“Jurassic World : Rebirth” ถ่ายทำในไทย ทุ่มทุนกว่า 400 ล้าน ฉายทั่วโลก 2 ก.ค. 68

ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกเรื่อง “Jurassic World : Rebirth” ได้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2567 โดยเลือกโลเคชันอันงดงามใน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ พังงา และตรัง พร้อมใช้งบถ่ายทำในประเทศไทยกว่า 400 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีมูลค่าเงินลงทุนในประเทศไทยหลักร้อยล้าน ซึ่งนอกจากการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านภาพยนตร์แล้ว การถ่ายทำครั้งนี้ยังสร้างงานให้กับชาวไทยมากถึง 2,245 ราย ทั้งในด้านทีมงานเบื้องหลัง Production House และการให้บริการในพื้นที่ ซึ่งสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าว ถือเป็นนโยบายสำคัญของกรมการท่องเที่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยและประเทศชาติ โดย Jurassic World : Rebirth มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 แฟนๆ เหล่าไดโนเสาร์จากทั่วทุกมุมโลก จะได้เห็นความสวยงามของทัศนียภาพและธรรมชาติของประเทศไทยผ่านฉากสำคัญในภาพยนตร์ ทั้งความสวยงามของท้องทะเล และป่าเขาทางภาคใต้ ซึ่งคาดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังประเทศไทยในอนาคต

เปิดตัว “ทรัมป์ โมบายล์” สมาร์ตโฟนผลิตในสหรัฐฯ ท้าชน “แอปเปิล-ซัมซุง”

(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 8 ม.ค. 2018) // www.xinhuathai.com
T1 Phone
T1 Phone
ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน (Trump Organization) อาณาจักรธุรกิจซึ่งบริหารโดยลูกชายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเปิดตัวบริการโทรศัพท์มือถือใหม่ในชื่อ “ทรัมป์ โมบายล์” (Trump Mobile) ในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยตั้งเป้าแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ในตลาดอย่างแอปเปิล (Apple) และซัมซุง (Samsung)
เมื่อวันจันทร์ (16 มิ.ย.) เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งเป้าไปยังผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือด้วยการขู่ว่าจะเก็บภาษีศุลกากรเพิ่ม หากบริษัทอย่างแอปเปิลไม่ย้ายฐานการผลิตกลับมาในประเทศ ขณะที่ปัจจุบันไม่มีผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่รายใดที่ผลิตสินค้าทั้งหมดในสหรัฐฯ เพราะชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน้าจอ โปรเซสเซอร์หรือหน่วยประมวลผลกลาง และกล้องล้วนมาจากเอเชียเป็นหลัก
รายงานระบุว่าสหรัฐฯ ไม่มีโรงงานผลิตขั้นสูงแบบเดียวกับในจีน หรือแม้แต่ในอินเดียและเวียดนามซึ่งขยายการประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อีกทั้งขาดแรงงานมีฝีมือจำนวนมากที่พร้อมเข้าสู่สายการผลิต
ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน ระบุว่า ทรัมป์ โมบายล์จะให้บริการบนเครือข่ายของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 รายใหญ่ของสหรัฐฯ ในรูปแบบผู้ให้บริการเครือข่ายเสมือน (MVNO) ซึ่งคือการเช่าความจุเครือข่ายที่เหลือจากผู้ให้บริการหลักเพื่อนำมาให้บริการลูกค้า โดยลูกค้าจะสามารถใช้บริการผ่านโทรศัพท์ที่มีอยู่เดิม หรือซื้อ “ที1 โฟน” (T1 Phone) สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ดีไซน์เรียบหรู สีทองของทรัมป์ ออร์แกไนเซชันที่ออกแบบและผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งจะวางขายในเดือนสิงหาคมนี้ (ที่มา : ซินหัว)