อัจฉริยะครูเพลง “สุรพล โทณะวณิก” รอยต่อระหว่าง “ลูกกรุง” กับ “สตริง”

“…ผมเป็นตัวประกอบ เป็นเด็กลูกมือคนเขียนฉาก เป็นเด็กยกฉาก เด็กขายสูจิบัตร เธอเป็นนางเอกละคร เพิ่งสาวสวยแรกผลิ เป็นนักร้องที่ร้องเสียงดี เทคนิคการร้องดี มีชีวิตชีวา มีคุณภาพ ผู้ชม และผู้ร่วมงานต่างชอบ เธอโด่งดังมากยามนั้น เธอมีเมตตา เคยแบ่งข้าวเย็นที่นายแม่เธอ ทำมาส่งเธอตอนการแสดงรอบบ่ายจบ เป็นอาหารมื้อเย็นของเธอ ยามเธอต้องอยู่หลังโรง เพื่อแสดงรอบค่ำ, เธอแบ่งข้าวให้ผมกิน เป็นเวลาที่ผมอดอยากหิวจัด ผมสำนึกบุญคุณของเธอไม่มีวันลืม ต่อมาเธอเป็นนักร้องโด่งดัง แผ่นเสียงที่เธอร้องบันทึกเสียงขายดี เพราะความสามารถของเธอ ผมเลยมุมานะที่จะเป็นนักแต่งเพลง และอยากให้เธอร้องเพลงของผม เธอร้องเพลงให้ผมแล้ว เธอมีส่วนอย่างมาก ทำให้ผมโด่งดัง เพราะเธอร้องเพลงให้ผมมากกว่าใคร และทุกครั้งที่ร้องเพลงให้ผม ทราบว่า ผมถึงแม้จะเป็นนักแต่งเพลงแล้ว ยังเร่ร่อนไม่มีบ้านอยู่ เวลาไม่มีงานทำ ยังอดๆ อยากๆ …เธอยกค่าร้องให้ผม”

“สุรพล โทณะวณิก” เขียนถึง “สวลี ผกาพันธุ์” ไว้ในบทความ “ขอฝากหัวใจไว้ในตัวหนังสือแด่คุณ” จาก “หนังสือคอนเสิร์ตวันดวลเพลง ชาลี อินทรวิจิตร สุรพล โทณะวณิก”
“สุรพล โทณะวณิก” มีผลงานการประพันธ์เพลงมากมาย จากยุครุ่งเรืองของ “เพลงลูกกรุง” มาสู่ยุคเฟื่องฟูของ “เพลงสตริง”
เรียกได้ว่า “สุรพล โทณะวณิก” เป็น “ครูเพลงอัจฉริยะ” ท่านหนึ่ง ซึ่งมีความสามารถแต่งได้ทั้ง “เพลงลูกกรุง” มาสู่ยุคเฟื่องฟูของ “เพลงสตริง”
ผลงาน “เพลงลูกกรุง” ยุค “สุนทราภรณ์” และยุค “ลูกกรุงรุ่งเรือง” มาจนถึงยุค “ดิ อิม” หรือ The Impossible ของ “สุรพล โทณะวณิก” ที่โด่งดังมีเป็นจำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็น “แม่เนื้ออุ่น” “ยามรัก” “ลมรัก” “เก็บรัก” “พิษรัก” “รอ” “หนาวเนื้อ” “โอ้รัก” (The Impossible) “บาดหัวใจ” “ฟ้ามิอาจกั้น” “หากฉันขาดเธอ” “ในโลกแห่งความฝัน” “ภาษาใจ” บัวน้อยคอยรัก (สุเทพ วงศ์กำแหง) “ลาแล้วแก้วตา” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “จูบ”
ยุคคาบเกี่ยวจาก “สุนทราภรณ์” “ลูกกรุง” “สตริง” ยุค “สามศักดิ์” เช่น “ท่าเตียน” “กลัวทำไมจน” “แตกดังโพละ”
จนมาถึงยุค “สตริงคอมโบ้” หรือยุค “เพลงไทยสากลร่วมสมัย” ก็มีผลงานการประพันธ์ของ “สุรพล โทณะวณิก” ที่โด่งดังมากมายเช่นกัน
อาทิ “รักไม่รู้ดับ” “ยอม” “คู่รัก” “อยากลืมกลับจำ” “ชอบไปหมด” “กลับมาแล้ว” “โอ้รัก” (คีรีบูน) “ปะป๊ามาม้า” “ถามเจ๊” (วงฟอร์เอฟเวอร์) บัวน้อยคอยรัก (แกรนด์เอ็กซ์) อร่อยไปเลย (ประพันธ์คำร้องโดยใช้นามแฝง “อารี อุไร”) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ใครหนอ”
โดยที่ต้องบอกว่า “สุรพล โทณะวณิก” เป็น “มือหนึ่ง” ในด้านการประพันธ์ “เพลงประกอบภาพยนตร์” ดังรายชื่อ “เพลงประกอบภาพยนตร์” ชื่อดังกว่า 70 เพลง จากภาพยนตร์กว่า 70 เรื่อง ดังต่อไปนี้

สามรักในปารีส (2499) ไฟชีวิต (2499) สุดหล้าฟ้าเขียว (2499) ดาวประดับใจ (2500) ยอดเยาวมาลย์ (2500) เปียดื้อ (2500) ม่วยจ๋า (2501) โม่งแดง (2501) เห่าดง (2501) เลือดทาแผ่นดิน (2502)
ดวงใจที่รัก (2502) สี่คิงส์ (2502) แม่ (2502) รอยเสือ (2502) คนองปืน (2502) น้ำตาทมิฬ (2503) เสือเฒ่า (2503) พสุธาที่ข้ารัก (2504) อีก้อย (2504) เสือเก่า (2506)
มือเสือ – ภาพยนตร์ประเทศเยอรมันนี (2506) วันปืน (2507) เลือดแค้น (2507) ราชสีห์กรุง (2507) ชายชาตรี (2507) จอมใจ (2508) เดือนร้าว (2508) เงิน เงิน เงิน (2508) เพชรตัดเพชร (2509) คนเหนือคน (2510)
แมวไทย (2511) เจ้าหญิง (2512) เมืองแม่หม้าย (2512) แก้วสารพัดนึก (2514) ดวง (2514) รักกันหนอ (2514) คนใจบอด (2514) วิมานสลัม (2514) วิวาห์พาฝัน (2514) ไอ้แกละเพื่อนรัก (2515)
ตามรักตามล่า (2515) เจ้าลอย (2515) ระเริงชล (2515) 2 สิงห์ 2 แผ่นดิน (2515) โอ้รัก – ภาพยนตร์ประเทศอินโดนีเซีย (2515) เขาชื่อกานต์ (2516) ทอง (2516) ท่าเตียน (2516) เทพธิดาโรงแรม (2517) คืนนี้ไม่มีพระจันทร์ (2518)
โซ่เกียรติยศ (2518) ฝ้ายแกมแพร (2518) เผ็ด (2518) หัวใจราชสีห์ (2518) แซ่บ (2519) ขุนศึก (2519) สันดานชาย (2519) เสาร์ 5 (2519) หงส์ทอง (2520) ถล่มมาเฟีย (2520)
เทพบุตรต๊ะติ๊งโหน่ง (2520) รักเต็มเปา (2521) สิงห์สะเปรอะ (2521) โตไม่โตซัดดะ (2521) เท่งป๊ะต๊ะติ๊งโหน่ง (2521) นักรักรุ่นกะเตาะ (2522) คลื่นเสน่หา (2523) ผ่าปืน (2523) แม่แตงร่มใบ (2525) ชมพู่แก้มแหม่ม (2529)

“สุรพล โทณะวณิก” เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2469 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของขุนประทนต์คดี (หลี โทณะวณิก) และนางน้อย โทณะวณิก มารดาเสียชีวิตตั้งแต่ “สุรพล โทณะวณิก” อายุเพียง 6 ปี ในวัยเด็กใช้ชีวิตเร่ร่อนแถวเชิงสะพานพุทธฝั่งธนบุรี และพเนจรร่อนเรไปในหลายจังหวัด
เพลงแรกที่ประพันธ์ คือเพลงรําโทน เมื่ออายุประมาณ 13 ปี ต่อมาได้ติดตามพระครูคุณรสศิริขันธ์ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ไปอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์จนเรียนจบชั้น ม.3 แล้วย้ายไปอยู่จังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะย้ายกลับมากรุงเทพมหานคร
เริ่มเข้าสู่วงการประพันธ์เพลงเมื่ออายุ 14 ปี โดยในช่วงแรกใช้นามปากกาในการแต่งเพลง เพราะอยากเป็นนักเขียนเรื่องสั้นหรือเป็นนักเขียนอาชีพมากกว่านักแต่งเพลงอาชีพ
ทว่า ต่อมา เพลงที่ใช้นามปากกาโด่งดังหลายเพลง จึงคิดที่จะใช้ชื่อจริงคือ “สุรพล โทณะวณิก” จากนั้นก็ประสบความสําเร็จมาโดยตลอด
พ.ศ. 2492 “สุรพล โทณะวณิก” ไปสมัครงานที่โรงละครเวิ้งนาครเขษม ได้รู้จักครูเพลง นักดนตรี และนักแสดงในวงการหลายท่านก่อนจะได้ไปช่วยงานกับ “สุวัฒน์ วรดิลก” และ “ศักดิ์เกษม หุตาคม” เขียนเรื่องสั้นให้กับหนังสือพิมพ์ และนิตยสารหลายหัว เช่น “เพลินจิต” “แสนสุข” “วันอาทิตย์” “ชาวกรุง” เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม และเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ในเวลาต่อมา
“สุรพล โทณะวณิก” เริ่มประพันธ์เพลงบันทึกแผ่นเสียงครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2495 คือเพลง “ใครขโมยกางเกง” ขับร้องโดย “วิเชียร ภู่โชติ” และ “ใครขโมยกระโปรง” ขับร้องโดย “ประชุม พุ่มศิริ”
วิธีการประพันธ์เพลงของ “สุรพล โทณะวณิก” คือหาเนื้อเพลงที่กําลังโด่งดังมาแขวนไว้ที่ราวตากผ้าในห้องนอน และวิเคราะห์เนื้อเพลงทีละเพลง ทีละท่อน หาจุดดี จุดเด่น จุดดัง จุดจับใจ จนมองเห็นภาพของแต่ละเพลงได้ว่า ดังเพราะอะไร เพราะตรงใจคนฟัง เพราะตรงกับสภาพสังคมในขณะนั้น เพราะสํานวนภาษา หรือเพราะปัจจัยอื่นๆ ซึ่งวิธีนี้ใช้มาโดยตลอด
วันหนึ่งไปยืนรอรถรางอยู่แล้วได้ยินเสียงเพลงดังลอดออกมาจากห้องแถวริมถนน คนที่ยืนรอรถอยู่ก็พูดขึ้นว่า “เพลงนี้เพราะ คนแต่งเข้าใจเขียน” เมื่อได้ฟังดังนั้นก็นึกในใจว่าเพลงนี้ตนเป็นผู้แต่งแต่ใช้นามแฝง จึงมีความรู้สึกว่า น่าจะเป็นนักแต่งเพลงได้ ตั้งแต่นั้นมาจึงศึกษาเรื่องการแต่งเพลงจากเพลงที่มีอยู่ตามท้องตลาดจากนักแต่งเพลงรุ่นเดียวกัน เช่น ชาลี อินทรวิจิตร สไล ไกรเลิศ ชลธี ธารทอง ป.ชื่นประโยชน์ แต่นักแต่งเพลงที่ถือเป็นครู คือ ม.จ.จักรพันธ์ เพ็ญศิริ

“สุรพล โทณะวณิก” เป็นนักประพันธ์เพลงไทยสากล และเพลงแปลง เป็นนักเขียนเรื่องสั้น นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ เคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ นักแสดงภาพยนตร์ และศิลปินเพลง
“สุรพล โทณะวณิก” มีผลงานประพันธ์เพลงที่สร้างชื่อเสียงคือเพลง “ใครหนอ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ยามรัก” ที่แต่งร่วมกับ “เอื้อ สุนทรสนาน” (สุนทราภรณ์) ได้รับความนิยมสูงสุด รวมผลงานเพลงตลอดชีวิตการทำงานกว่า 700 เพลง
หลังจาก “ใครหนอ” กลายเป็นอมตะ เป็นช่วงที่ “สุรพล โทณะวณิก” เฟื่องฟูมากที่สุด มีเพลงออกมาสู่ตลาดหลายรูปแบบ เพลงส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมอย่างสูง ส่งผลให้มีรายได้มหาศาล ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นจากเพลงละ 100 บาท เป็น 1,000 บาท และกลายเป็น 10,000 บาท
เพลงที่ประสบความสําเร็จด้านรายได้มากที่สุดคือเพลง “ลมรัก” ได้เงินมาทั้งหมด 10,000,000 บาท
“สุรพล โทณะวณิก” เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา สิริรวมอายุ 99 ปี