เหตุใด “ชาวอเมริกันนับล้าน” ทั่วสหรัฐฯ จึงเข้าร่วมการประท้วง Donald Trump

นับตั้งแต่เริ่มต้นดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ขบวนการต่อต้าน Donald Trump ได้เริ่มปะทุขึ้น โดยแสดงออกมาในรูปของการประท้วง และการเดินขบวนตามสถานที่ต่างๆ

รวมถึงการประท้วงต่อต้าน Elon Musk หน้าบริษัทผลิตรถยนต์ Tesla รวมทั้ง การประท้วงต่อต้านการเนรเทศแรงงานข้ามชาติ และการประท้วงนโยบายตอบโต้ต่างๆ ตลอดจนนโยบายการตัดงบประมาณของรัฐบาล
อาสาสมัครมหาวิทยาลัย Harvard ซึ่งติดตามฝูงชนทางการเมืองพบว่า มีการประท้วงเพิ่มขึ้น 3 เท่าภายในสิ้นเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2025 เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2017 ในช่วงดำรงตำแหน่งวาระแรกของ Donald Trump
ในจำนวนดังกล่าว เป็นสถานการณ์ก่อนการประท้วงครั้งใหญ่ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2025 และพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2025 วันที่ประท้วงใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาจนถึงขณะนี้คือวันที่ 5 เมษายน ปี ค.ศ. 2025
โดยมีการ ประท้วง Hands Off ซึ่งอาสาสมัครมหาวิทยาลัย Harvard ประเมินว่า สามารถดึงดูดผู้คนได้มากถึง 1.5 ล้านคน
ตัดภาพมาในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2025
ขณะที่รถถัง และทหาร เดินขบวนพาเหรดไปตามท้องถนนในกรุงวอชิงตัน ชาวอเมริกันหลายล้านคนทั่วประเทศ ได้ออกมาประท้วงการกระทำที่เกินขอบเขตของ Donald Trump
การประท้วง “ไม่เอา Donald Trump” เกิดขึ้นที่สถานที่ต่างๆ ราว 2, 000 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่เมืองใหญ่ ไปจนถึงเมืองเล็ก กลุ่มพันธมิตรกว่า 100 กลุ่ม ได้ร่วมมือกันวางแผนการประท้วง โดยยึดมั่นในหลักการ “สันติ-อหิงสา”
ก่อนหน้านี้ Donald Trump ได้ส่งกองกำลังรักษาการณ์แห่งชาติ และทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ ไปยังลอสแองเจลิส เพื่อปราบปรามผู้ประท้วงที่
ถือเป็นการแสดงกำลังทหารที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในสหรัฐฯ

ประท้วง Donald Trump

มีการประมาณกันว่า การประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสันติ จึงทำให้กิจกรรมดังกล่าวดึงดูดผู้คนได้หลายล้านคน โดยยังมีผู้คนอีกจำนวนมากเข้าร่วมการประท้วงใน 50 รัฐ และเมืองใหญ่ต่างๆ ในต่างประเทศ
ในนิวยอร์ก มีผู้คนมากกว่า 200,000 คนที่เดินลงถนน และมากกว่า 100,000 คนในฟิลาเดลเฟีย นอกจากนี้ยังมีเมืองเล็กๆ อีกหลายเมืองที่มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น เมืองเพนต์วอเตอร์ รัฐมิชิแกน ซึ่งมีผู้คน 400 คนเข้าร่วมการประท้วงในเมืองที่มีประชากร 800 คน
แม้จะมีบรรยากาศความรุนแรงทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุยิงกันในช่วงเช้าตรู่ของเช้าตรู่ของสมาชิกรัฐสภาพรรคเดโมแครตสองคนในรัฐมินนิโซตา โดยหนึ่งในนั้นเสียชีวิตพร้อมกับสามีของเธอ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า เป็นการโจมตีด้วยแรงจูงใจทางการเมือง ทำให้ตำรวจ และผู้ว่าการรัฐเตือนประชาชนไม่ให้เข้าร่วมการชุมนุมอีก
รวมถึงในลอสแองเจลิสและพอร์ตแลนด์ ที่มวลชนถูกสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา ตามมาด้วยการจับกุมคุมขังด้วยข้อหาจัดการชุมนุมโดยผิดกฎหมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้คนหลายพันคนยังคงมารวมตัวกันที่อาคารรัฐสภาในรัฐมินนิโซตา เพื่อแสดงความชัดเจน ว่าความรุนแรงทางการเมืองจะไม่ทำให้พวกเขาเงียบลง ฝูงชนแห่กันไปที่อาคารรัฐสภาในขณะที่ผู้คนถือป้ายต่อต้าน Donald Trump โดยบางคนได้กล่าวถึงชื่อของสมาชิกรัฐสภาที่ถูกยิง
กลุ่มผู้ชุมนุม ได้กล่าวถึงโศกนาฏกรรมครั้งนี้ว่า เหตุการณ์นี้ทำให้พวกเขามีความมุ่งมั่นมากขึ้น และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรวมตัวกัน
“เราทุกคนได้รับผลกระทบไม่เพียงแค่จากความรุนแรงทางการเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงความรุนแรงทั้งหมดในชีวิตด้วย ความรุนแรงมีมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงจากปืน ความเกลียดชังทางโทรทัศน์ ความโหดร้ายต่อเพื่อนบ้านมากเกินไป และเราจำเป็นต้องต่อต้าน และแสดงความมีน้ำใจเพื่อประโยชน์ร่วมกันของเรา”
ประท้วง Donald Trump
การประท้วงที่อาคารรัฐสภาของจอร์เจียเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุการณ์ตำรวจเผชิญหน้ากับผู้ประท้วง แต่ตำรวจก็ย้อนกลับมาสลายการประท้วงด้วยระเบิดควัน และแก๊สน้ำตา ในย่านชานเมืองซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวฮิสแปนิกจำนวนมาก
ในซานฟรานซิสโก มีรายงานว่า มีคนขับรถชนผู้ประท้วงอย่างน้อย 4 ราย ซึ่งรายงานว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ในเวอร์จิเนีย ชายคนหนึ่งขับรถ SUV พุ่งทะลุฝูงชน และทำให้ผู้ประท้วงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย
ที่ลอสแองเจลิส ผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันที่บริเวณนอกศาลากลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยธงชาติสหรัฐอเมริกา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทางการได้ยึดธงชาติเม็กซิโกที่ผู้ประท้วงบนท้องถนนในลอสแองเจลิสโบกสะบัดมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
Donald Trump กล่าวว่าธงเหล่านี้เป็นสัญญาณของการรุกรานจากต่างชาติ แม้หลายคนได้นำธงชาติสหรัฐอเมริกามาจากบ้าน โดยโบกสะบัด หรือพันไว้บนไหล่ คนอื่นๆ นำธงชาติสหรัฐอเมริกาที่อาสาสมัครแจกจ่ายตามจุดต่างๆ ทั่วบริเวณการชุมนุม
อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ได้จัดการประท้วงที่ DC ซึ่งเป็นการเลือกที่จงใจเพื่อสร้างความแตกต่างกับขบวนพาเหรดของทหาร และเพื่อไม่ให้ Donald Trump ใช้เป็นข้ออ้างในการปราบปรามการประท้วงอย่างสันติ
แต่องค์กรแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน DC ได้จัดงาน DC Joy Day เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้คน วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานข้ามชาติกับ DC
กลุ่ม Refuse Fascism ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 300 คน ได้เดินขบวนไปยังทำเนียบขาวเพื่อประท้วง นำโดย “คริส เยเซล” อดีตทหารผ่านศึก ที่กล่าวว่า เขาออกมาประท้วงเพื่อตอบโต้การที่ Donald Trump ส่งทหารไปยังลอสแองเจลิส
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คริส เยเซล” ประท้วงคำปราศรัยของ Donald Trump ต่อหน้าทหารของกองทัพที่ฟอร์ตแบรกก์ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงน้ำเสียงที่ลำเอียงทางการเมือง
“นี่คือเมืองหลวงของประเทศ” คริส เยเซล กล่าว “นี่คือที่ที่เราต้องประท้วง”
แม้ว่า Donald Trump ได้กล่าวในตอนแรกว่า กลุ่มผู้ประท้วง จะต้องพบกับ “กองกำลังขนาดใหญ่” แม้ว่าทำเนียบขาวจะพยายามชี้แจง ว่าเขาเห็นด้วยกับการประท้วงอย่างสันติก็ตาม