สำรวจอินเนอร์ คนทำงาน ปี 2025 บริษัทไหนที่คนรุ่นใหม่อยากทำงาน vs. ไม่อยากทำงานมากที่สุด พร้อมอัปเดตทักษะสำคัญที่ควรมีในยุคนี้

ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกวินาที คนทำงาน จำเป็นต้องปรับตัวตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ คนทำงาน ปี 2025 จึงต้องมี “ทักษะแห่งอนาคต” และต้องอัปเดต “เทรนด์อาชีพในประเทศไทยปี 2025” เพื่อรู้ทันว่าจะพัฒนาตัวเองต่อไปในด้านใดบ้าง วันนี้ เรามีตัวช่วยเป็นผลสำรวจจาก “รายงานเจาะลึกทักษะและเทรนด์อาชีพไทยปี 2025” หรือ Career Trends and Required Skills in Thailand 2025 ที่จัดทำโดย CareerVisa และ JobThai กับข้อค้นพบสำคัญ 3 เรื่อง ที่จะนำมาแชร์กัน คือ

  • ทักษะสำคัญที่ต้องมีในปี 2025 : ทั้งทักษะด้าน AI, Big Data, การคิดวิเคราะห์ และการคิดสร้างสรรค์ ที่จะกลายเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล
  • เทรนด์อาชีพมาแรง : อาชีพไหนจะหายไป อาชีพไหนจะมาแรง และสายงานที่คุณควรจับตามอง
  • เคล็ดลับพัฒนาตัวเอง : วิธีเตรียมพร้อมและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน

Learning & Development
เริ่มจากการอัปเดต Soft Skills ที่สำคัญที่สุดในการทำงานยุคนี้ ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มคนไทยพบว่ามี 3 สิ่งสำคัญสำคัญที่ผู้คนให้ความสำคัญและมองว่าเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของการทำงาน

อันดับที่ 1 การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

เพราะการสื่อสารที่ดีไม่ใช่แค่การพูดหรือเขียนเพื่อถ่ายทอดข้อมูลเท่านั้น แต่ต้องสามารถสร้างความเข้าใจที่ตรงกันได้อย่างชัดเจน มีพลังในการสร้างความร่วมมือและลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ยิ่งในปัจจุบันมีการทำงานแบบออนไลน์มากขึ้น ความสามารถในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นการแก้ปัญหาและการคิดเชิงวิเคราะห์ และเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพัฒนาเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นผู้อื่นได้อย่างราบรื่น

อันดับที่ 2 การแก้ปัญหาและการคิดเชิงวิเคราะห์ที่นำสู่การแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

โลกของการทำงานที่เต็มไปด้วยปัญหาและความท้าทาย คนที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำไม่เพียงช่วยให้องค์กรทำงานเป็นทีม ก้าวผ่านวิกฤตได้ แต่ยังกลายเป็นกำลังสำคัญที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างบรรยากาศการทำงานเชิงบวกให้กับทีมและองค์กรได้ด้วย

อันดับที่ 3 การทำงานเป็นทีมและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

การทำงานเป็นทีมยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้งานสำเร็จ ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในองค์กรต้องเกิดขึ้นจากการมีเป้าหมายเดียวกัน เข้าใจ และเคารพความคิดเห็นของกันและกัน
จากผลสำรวจนี้ เราอาจกล่าวได้ว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดในการทำงานของหลายคนไม่ได้เกี่ยวกับเป้าหมายที่เป็นตัวเลขหรือผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่คือการพัฒนาความสามารถและสร้างคุณค่าที่จะช่วยให้ตนเองและองค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ส่วน Hard Skills ที่สําคัญที่สุดในการทํางานยุคนี้ ได้แก่
  • ทักษะด้านการใช้โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน โปรแกรมต่างๆ เช่น Microsoft Excel, Adobe Photoshop, Adobe Premiere Pro หรือ Figma ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นอาวุธสําคัญที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการในยุคดิจิทัล ความชํานาญในการใช้โปรแกรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้คนทํางานสามารถจัดการข้อมูล วิเคราะห์เทรนด์ทางธุรกิจ สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือแม้แต่ผลิตเนื้อหาที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อแบรนด์และองค์กร
  • ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) การวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้องและแปลงให้เป็นข้อมูลเชิงลึก ย่อมทําให้สร้างกลยุทธ์ใหม่ๆหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทักษะนี้จึงเป็นที่ต้องการในหลายอุตสาหกรรมโดยเฉพาะด้านการตลาด การเงิน หรือการบริหารจัดการหรือต้องใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ
  • ทักษะในการวางแผนธุรกิจ (Business Process and Planning) เพราะการวางแผนที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิผล

ต่อไป เป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนให้องค์กรต่างๆ ได้เห็นด้วยว่า คนทำงาน ปี 2025 อยากทำงานในบริษัทแบบไหน
  • บริษัทที่ให้เงินเดือนสูง ยังคงครองอันดับหนึ่งของปัจจัยที่ดึงดูดคนทำงทำงานเพราะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับความสามารถเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ เงินเดือนที่ดีช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของหลาย ๆ คน
  • สภาพแวดล้อมการทำงานดี หมายถึงบรรยากาศที่ส่งเสริมให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุข ทั้งในแง่ของสถานที่ทำงานที่สะดวกสบาย เพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตร และหัวหน้างานที่มีทักษะการบริหารทีมที่ดี
  • Work-Life Balance หรือความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน กลายเป็นสิ่งที่พนักงานยุคใหม่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการมีเวลาส่วนตัวสำหรับครอบครัว สุขภาพ และงานอดิเรกช่วยเสริมสร้างความสุขและสุขภาพจิตได้ในระยะยาว
นอกจากนั้นพนักงานเหล่านี้ไม่ได้มองหางานที่มีเงินเดือนสูงเท่านั้น แต่ยังต้องการโอกาสในการพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มความรู้ ทักษะและประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตในสายอาชีพนั้น เช่น การเลื่อนตำแหน่งหรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน พนักงานต้องการเห็นเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนในองค์กร และอยากร่วมงานกับบริษัทที่ให้คุณค่าในความสามารถและความทุ่มเทของพวกเขา

แล้วในทางตรงกันข้าม ผลสำรวจนี้ยังระบุด้วยว่าแล้วบริษัทแบบไหนที่ คนทำงาน 2025 ไม่อยากทำงานด้วย
  • เอาเปรียบพนักงาน เป็นปัจจัยอันดับต้นที่ทำให้คนไม่อยากร่วมงานกับบริษัทที่ขาดความยุติธรรม เช่น การให้พนักงานทำงานเกินเวลาหรือเกินขอบเขตหน้าที่โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม เพราะรู้สึกไม่ได้รับการเคารพและเห็นคุณค่ารวมถึงส่งผลต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาว
  • ปิดกั้นความคิดเห็นของพนักงาน เพราะการทำงานในองค์กรที่ปิดกั้นความคิดเห็นของพนักงาน สร้างความอึดอัดและมีส่วนลดความกระตือรือร้นของคนทำงาน เพราะความคิดเห็นที่ไม่ได้รับการรับฟังอาจทำให้พนักงานรู้สึกไม่มีคุณค่าในองค์กร
  • ค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้คนตัดสินใจไม่ร่วมงานกับบริษัทนั้น เพราะการจ่ายค่าตอบแทนที่ต่ำกว่าความรับผิดชอบหรือความคาดหวัง ส่งผลต่อขวัญกำลังใจและความมุ่งมั่นในการทำงาน
  • ความเป็นมืออาชีพและระบบการทำงานที่ชัดเจน บริษัทที่ขาดความเป็นมืออาชีพและระบบการทำงานที่ชัดเจน สร้างความสับสนและลดประสิทธิภาพการทำงาน การบริหารที่ไม่ดีมักทำให้พนักงานต้องเผชิญกับปัญหา เช่น การตัดสินใจที่ไม่มีเหตุผลหรือการขาดความรับผิดชอบจากผู้บริหาร
  • ไม่มี Work-Life Balance การมีเวลาส่วนตัวและการสร้างสมดุลระหว่างงาน (Work-Life Balance) เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการทำงานมากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์หรือการทำงานเกินเวลาโดยไม่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า อาจทำให้คนมองว่าบริษัทนั้นไม่ให้ความสำคัญกับพนักงานมากพอ

อัปเดตเทรนด์การทำงานในยุคนี้ในหลากหลายมิติ

ส่องข้อดีของ เทรนด์ Hybrid Work ที่วันนี้จะมาพร้อมโซลูชันครบครันจาก IWG ทำให้การทำงานแบบไฮบริดง่ายขึ้นได้อีก

เข้าใจความรู้สึกนึกคิด & หลักการทำงานของ ‘คน Gen Z’ กำลังสำคัญของสังคมที่คิดจะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นด้วยการคิดบวก

วิกฤตสื่อไทย: เมื่อภูมิทัศน์เปลี่ยน คนทำงานเปลี่ยน

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.193
Next articleBRICS : ก้าวใหม่บนทางสองแพร่ง? ฝ่าวิกฤติภาษีทรัมป์
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์