จาก Y2K ถึง The Future I Saw “ข่าวลือลวงโลก” สร้างหายนะไม่สิ้นสุด

Y2K คำย่อของ Year 2000 (Year 2 Kilo) หมายถึงปี ค.ศ. 2000

Y ย่อมาจากคำว่า Year หรือ “ปี” ส่วน 2K หรือ 2 Kilo มีค่า 2×1000 เท่ากับ 2000
Y2K คือความห่วงกังวล ปัญหาที่จะเกิดกับระบบคอมพิวเตอร์ สืบเนื่องมาจาก Server บางยี่ห้อ มีการบันทึกปีคริสต์ศักราชจำนวน 4 หลัก เช่น 1999 หรือ 2000
แต่บางยี่ห้อ กลับย่อเหลือเพียง 2 หลักท้าย โดยละสองหลักแรก คือ 19 และ 20 ไว้ในฐานที่เข้าใจ เหลือเพียง 2 หลักท้าย คือ 99 และ 00
ความห่วงกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เมื่อมีการคาดคะเน ว่า Server หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ เมื่อเวลาเดินมาถึงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1999
ย่างก้าวเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2000 แต่ระบบกลับเข้าใจว่าเป็น ค.ศ. 1900 ทำให้การทำงานของระบบผิดเพี้ยน!

ปัญหา Y2K ถูกหยิบยกมากล่าวถึงเป็นครั้งแรกในหนังสือชื่อ Computers in Crisis เขียนโดย Jerome Murray และ Marilyn Murray ในปี ค.ศ. 1984
ก่อนถูกนำมาขยายความโดยสมาชิกในเครือข่าย Usenet Newsgroup ในปี ค.ศ. 1985
สร้างความตื่นตัวในแวดวงธุรกิจ การธนาคาร การแพทย์ และการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงพยาบาล
ว่าปัญหา Y2K อาจทำให้ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ไฟฟ้า โทรศัพท์ ระบบอาณัติสัญญาณจราจร ถึงขั้นหยุดการทำงาน!
แต่แล้ว
เมื่อถึงเที่ยงคืนของวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1999 ต่อเนื่องเช้าตรู่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2000 กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
พูดง่ายๆ ว่า Y2K เป็น “ข่าวลือลวงโลก” เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน เสียทรัพยกรบุคคลที่ต้องเฝ้าติดตามนานแรมปี
ล่าสุด เรื่องราวจากมังงะญี่ปุ่นเรื่อง The Future I Saw เขียนโดย Ryo Tatsuki เล่าถึงความฝันที่ทำนายว่าจะเกิด “สึนามิใหญ่” จากเหตุการณ์ “แผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์” ในวันที่ 5 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2025
จากนั้นเหล่า YouTuber ที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ขยายข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริง” ได้ผลิต Video Clip ออกมามากกว่า 1,400 Clips พร้อมกับเพิ่มเสริมสิ่งที่น่าตกใจเข้าไปอีก
เช่น ทำนายการปะทุของภูเขาไฟ หรืออุกกาบาตพุ่งชนโลก Video Clip เหล่านี้มียอด View รวมกันมากกว่า 100 ล้านครั้ง!

แม้ว่า Ryo Tatsuki เจ้าของมังงะ The Future I Saw จะออกมาปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องทำนายอนาคต พร้อมทั้งระบุว่า ตัวเธอไม่ได้เป็นนักพยากรณ์
แต่ข่าวลือที่พูดต่อๆ กันบน Social Media ทำให้คนจำนวนหนึ่งที่มีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นตัดสินใจพับแผนการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวชาวเอเชีย
แต่แล้ว ความวิตกกังวลจากข่าวลือดังกล่าว ซึ่งมีการพูดถึงกันบน internet นานหลายเดือนได้ผ่านไปแล้ว โดยไม่มีภัยพิบัติอย่างที่คาดการณ์ไว้ ตามที่คนหลาย 100 ล้านคนเชื่อ!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ฮ่องกง” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ “ญี่ปุ่น” และขึ้นชื่อว่าเป็น “แหล่งรวมข่าวลือ”
ข่าวลือดังกล่าวขึ้นหน้าหนึ่งเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2025 ควบคู่ไปกับรายงานแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจริงบนหมู่เกาะที่ห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น
เรื่องดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางจาก “ฮ่องกง” มา “ญี่ปุ่น” เป็นอย่างมาก
โดยเที่ยวบิน จาก “ฮ่องกง” มายัง “ญี่ปุ่น” ถูกยกเลิกทั้งหมด! ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงประมาณร้อยละ 20 จากเดือนเดียวกันของปีก่อน
ผู้บริหารบริษัท EGL Tours ของ “ฮ่องกง” ออกมายอมรับว่า ข่าวลือเรื่องการทำนายภัยพิบัติที่แพร่สะพัดบน Social Media เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “ชาวฮ่องกง” ยกเลิกทัวร์ และการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นลงครึ่งหนึ่ง
จนทำให้บริษัทต้องออกโปรโมชั่นจูงใจให้คนซื้อทัวร์ญี่ปุ่น เช่น ให้ส่วนลด หรือมีประกันแผ่นดินไหวเพิ่ม เพื่อให้ลูกค้าเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างอุ่นใจ
หลังจากข่าวลือได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง ผู้คนก็จับจ้องไปที่การฟื้นตัวของความต้องการการเดินทาง โดยบริษัททัวร์แห่งหนึ่งใน “ฮ่องกง” ได้จัดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษเพิ่มขึ้นอีกเป็นการด่วน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สำนักงานองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น” หรือ JNTO (Japan National Tourism Organization) ใน “ฮ่องกง” ได้ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
หัวหน้าฝ่ายสังเกตการณ์แผ่นดินไหว และสึนามิ ของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ระบุว่า ข่าวลือเรื่องแผ่นดินไหวใหญ่ที่ผ่านมา ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับ และเป็นเพียงเรื่องโกหก
พร้อมทั้งย้ำว่า แม้เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังไม่สามารถคาดการณ์การเกิดแผ่นดินไหวได้ เพราะจะต้องรู้เงื่อนไขทั้งเรื่องเวลา สถานที่และความรุนแรง
แต่เหตุการณ์นี้มิใช่ครั้งแรกที่ทางการญี่ปุ่นออกมาแถลงข่าวเพื่อเรียกความเชื่อมั่น
โดยในช่วงที่ผ่านมา หัวหน้าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือ โดยระบุว่า เข้าใจหัวอกคนที่รู้สึกไม่สบายใจกับข่าวลือดังกล่าว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อิทธิพลจากข่าวลวงทำให้คนจำนวนมากหลงเชื่อไปกับสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ย้ำว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ในญี่ปุ่น
แน่นอนว่า แผ่นดินไหวไม่ใช่เรื่องใหม่ในญี่ปุ่น เห็นได้จากแผ่นดินไหวรุนแรงได้เกิดขึ้นที่หมู่เกาะ Tokara ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และหลายคนยังคงนึกถึงแผ่นดินไหวที่คาบสมุทร Noto ที่เพิ่งเกิดไปเมื่อเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2024
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนั้นเป็นหนึ่งใน 30 ครั้งที่มีระดับความรุนแรงมากกว่า 6 Magnitude ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นปีที่แล้วเพียงปีเดียว
และแน่นอนว่า เราจะไม่มีวันลืมแผ่นดินไหวใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นมื่อปี ค.ศ. 2011 แผ่นดินไหวเหล่านี้เป็นภัยพิบัติร้ายแรง ซึ่งคำพูดอะไรที่ออกมาในทำนองนี้ย่อมก่อให้เกิดความกังวล
ทั้งนี้ ประชาชนในญี่ปุ่น ฮ่องกง และที่อื่นๆ ในบริเวณนี้ ต่างรู้สึกวิตกกังวลมาก เนื่องจาก ในตอนนั้น คณะกรรมการของรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ปรับประมาณการความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ตามมาด้วย นักวิทยาศาสตร์บางรายที่ออกมาระบุว่า มีโอกาสสูงที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นที่ร่องลึก Nankai นอกชายฝั่งญี่ปุ่นภายใน 30 ปีข้างหน้า