เปิดเงื่อนไข “ไทย-กัมพูชา” ก่อนหอบปัญหาชายแดน ขึ้นโต๊ะเจรจาทวิภาคี 4 ส.ค.

ภายหลัง การประชุมหารือถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตกลงหยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข มีผลตั้งแต่เวลา 24.00 น. คืนวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2025 ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์ และฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคง ก่อนจะจัดให้มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้บัญชาการกองกำลังของ 2 ประเทศ ในเวลา 07.00 น. ของวันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2025 จากนั้นจะมีการประชุมกับผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร (Defense Attaches) โดยมีประธานอาเซียนเป็นผู้จัด หากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ก็จะจัดการประชุมทวิภาคีคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2025 โดยประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ
สำหรับการประชุม GBC คือการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสองประเทศ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อหารือและกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านความมั่นคงและชายแดน โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกมิติ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
โดยข้อเสนอฝ่ายไทยคือ 1. หยุดยิงโดยทันที ไม่มีเงื่อนไข 2. ใช้แผนที่ 1:50,000 เป็นมาตรฐานอ้างอิง 3. ตั้งคณะทำงานทหารร่วมดูแลชายแดน และ 4. ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงอธิปไตยแม้ตารางนิ้วเดียว ขณะที่ข้อเสนอฝ่ายกัมพูชาคือ 1. หยุดยิงทันทีโดยไม่ตั้งเงื่อนไข 2. เสนอเจรจาใหม่เกี่ยวกับเส้นเขตแดน โดยอิงเอกสารเก่า และ 3. เรียกร้องให้ไทยถอนกำลังจากจุดปะทะบางจุด
การ์ทเนอร์เผยเทคโนโลยี “Earth Intelligence” โอกาสสร้างรายได้ใหม่ที่มีมูลค่าถึง 20 พันล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์ เผยเทคโนโลยีเก็บข้อมูลอัฉริยะของโลก หรือ Earth Intelligence จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทุกอุตสาหกรรม โดยในปี 2030 คาดว่าจะมีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นเกินกว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ จากเกือบ 3.8 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ โอกาสการสร้างรายได้โดยตรงสะสมจากเทคโนโลยี Earth Intelligence สำหรับผู้ให้บริการเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์จะมีมากถึงเกือบ 20 พันล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปี 2025 ถึง 2030
Bill Ray รองประธานนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์กล่าวว่า “อนาคตของ Earth Intelligence จะเป็นของผู้ขายที่เคลื่อนตัวได้ไวในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้เข้าใจข้อมูลดิบจำนวนมหาศาลที่เก็บรวบรวมไว้” โดยข้อมูล Earth Intelligence เพิ่งได้รับการตระหนักถึงคุณค่า ตัวอย่างเช่น ผู้ขายกำลังใช้ประสิทธิภาพจากดาวเทียมเพื่อระบุตำแหน่งต้นไม้ที่ล้มขวางทางรถไฟช่วงเกิดพายุ หรือการตรวจสอบอุณหภูมิของโรงหลอมโลหะ (Metal Refinery) ทุกแห่งเพื่อประเมินการผลิตทั่วโลก หรือการนับจำนวนยานพาหนะเพื่อวิเคราะห์รูปแบบการจราจรและเทรนด์ผู้บริโภค รวมถึงการติดตามสินค้าขนส่งทางทะเลเพื่อประเมินกิจกรรมการขนส่งต่างๆ โดยข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เคยมีมาก่อนเหล่านี้กำลังสร้างมูลค่ามหาศาล และทำให้พบยูสเคสการใช้งานใหม่ๆ ถูกค้นพบทุกวัน ขณะที่การแข่งขันของผู้ขายเทคโนโลยี AI ทวีความรุนแรงขึ้นพร้อมกับปริมาณข้อมูลที่มีอยู่ก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง”
“พยาบาลนวัตกร” หลักสูตรสุดล้ำ โมเดลใหม่การศึกษาไทย
















