ในขณะที่กัมพู ชาพยายามแสดงบทบาทบนเวที โลกในฐานะประเทศกำลังพัฒนา แต่เบื้องหลังกลับปรากฏ “อาณาจักรมืด” ที่ซุกซ่อนอาชญากรรมข้ามชาติ ขนาดใหญ่ไว้ ซึ่งดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และหลายกรณีมีความเชื่ อมโยงโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ระดั บสูงของรัฐ รายงานล่าสุดจาก Humanity Research Consultancy ได้ชี้เป้า “ศูนย์บัญชาการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ” ที่แฝงตัวในอาคารและเขตเศรษฐกิ จต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งยังคงเปิดดำเนินการแม้จะมี คำสั่งลงโทษหรื อบทลงโทษจากนานาชาติ
ต่อไปนี้คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 10 แห่ง ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับกิ จกรรมผิดกฎหมาย ทั้งการหลอกลวงออนไลน์ การพนันผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์
1. Henghe Bavet City โกงข้ามชาติ รัฐหนุน สแกมรุ่ง ติดชายแดนเวียดนาม

Bavet City เมืองเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัด Svay Rieng ที่ติดชายแดนเวียดนาม กำลังกลายเป็นหนึ่งใน “scam compound” (ศูนย์กลางแก๊งหลอกลวง) ขนาดใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ถูกระบุโดยนักวิเคราะห์ความมั่ นคงระหว่างประเทศว่าเป็น ศูนย์กลางอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งหลอกลวงออนไลน์ ค้ามนุษย์ และฟอกเงินข้ามพรมแดน
เมื่อเจาะลึกลงไปพบว่าเบื้องหลั งเครือข่ายนี้คือ Heng He Group กลุ่มทุนที่มีชื่อของ Hun To (ลูกพี่ลูกน้องของนายกรัฐมนตรี Hun Manet) นั่งอยู่ในบอร์ดบริหาร โดยความเคลื่อนไหวทางการเงิ นของบริษัทยังเชื่อมโยงกับกลุ่ มทุนจีนสีเทา ที่เคยถูกศาลสิงคโปร์ตัดสิ นในคดีฟอกเงินจากเว็บพนันปลอม มูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
แม้จะถูกคว่ำบาตร การก่อสร้างคอมเพล็กซ์ขนาดมหึ มาในเมืองบาเวตกลับยังดำเนินต่ อเนื่องในปี 2025 โดยมีการขยายตึกสำนักงานใหม่ ที่คาดว่าจะกลายเป็นศูนย์บั ญชาการใหญ่ขององค์กรสแกมแห่ งเอเชีย
แหล่งข่าวระบุว่า “เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ไม่เพี ยงปล่อยปละละเลย แต่ยังอำนวยความสะดวกโดยตรง” เช่น การออกใบอนุญาต การเว้นภาษี และการกีดกันไม่ให้สื่อเข้ าไปทำข่าว
2. Pacific Real Estate Property คอมเพล็กซ์นรกที่ผู้คนพากันหนี ตาย

Pacific Real Estate Property ซึ่งดำเนินงานภายใต้ชื่อบริษัท Juryiwang Real Estate Property Management ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของกัมพูชา เป็นคอมเพล็กซ์ที่ถูกขนานนามว่า “คอมเพล็กซ์นรก” เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ผู้ คนจำนวนมากเคยต้องหนีตายอย่ างโกลาหลในปี 2022 เมื่อมีภาพจากสื่อท้องถิ่ นเผยแพร่ว่ากลุ่มเหยื่อที่ตกเป็ นทาสแรงงานและถูกบังคับให้ ทำงานในกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น การพนันออนไลน์ ได้วิ่งฝ่าประตูคาสิโนและว่ายน้ำ ข้ามแม่น้ำเพื่อหลบหนีไปยั งประเทศเวียดนาม แม้จะมีเหตุการณ์ความรุ นแรงและการละเมิดสิทธิมนุ ษยชนอย่างชัดเจน แต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 คอมเพล็กซ์นี้ยังคงเปิดดำเนินกิ จการอยู่โดยไม่มีการปิดตัวหรื อดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจั งจากทางการกัมพูชา สะท้อนถึงปัญหาการบังคับใช้ กฎหมายที่อ่อนแอและความล้ มเหลวในการปกป้องเหยื่อจากการถู กเอารัดเอาเปรียบอย่างรุ นแรงในพื้นที่นี้
3. Koh Kong Empire อาณาจักรแห่ งการหลอกลวงของราชาแห่งเกาะกง

Koh Kong Empire อาณาจักรแห่งการหลอกลวงของ “ราชาแห่งเกาะกง” วุฒิสมาชิกลี ย่งพัด (Ly Yong Phat) หรือที่ได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งเกาะกง” คือหนึ่งในนักธุรกิจการเมืองที่ ทรงอิทธิพลที่สุดของกัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเกาะกง ซึ่งตั้งอยู่ติดชายแดนประเทศไทย (ตรงข้ามกับจังหวัดตราด) เขามีบทบาทครอบงำทั้งด้านธุรกิจ การเมือง และโครงสร้างอำนาจท้องถิ่นมาอย่ างยาวนานกว่า 30 ปี
Ly Yong Phat ไม่ได้เป็นเพียงนักการเมื องธรรมดา แต่ยังเป็นผู้กุ มอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภู มิภาค ด้วยการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เช่น โรงแรมหรู, บ่อนคาสิโน, โครงการนิคมอุตสาหกรรมชายแดน, และเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones – SEZ) ซึ่งเชื่อมโยงกับทุนจีนและทุนมื ดในภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มี การกล่าวหาว่าใช้แรงงานผิ ดกฎหมายและเกี่ยวข้องกั บการหลอกลวงออนไลน์
บริเวณหลังโรงแรม Koh Kong Resort & Casino ซึ่งเป็นโรงแรมและคาสิโนหรูระดั บ 5 ดาวของเขาเอง ได้กลายเป็นพื้นที่ลับที่มี การก่อสร้างและพัฒนาสิ่งปลูกสร้ างขนาดใหญ่ ซึ่งสื่อต่างประเทศระบุว่ าอาจใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติ การของแก๊งหลอกลวงออนไลน์ คล้ายกับที่พบในเมืองบาเว็ต (กัมพูชา) และเมืองเมียวดี (เมียนมา)
ในเดือนพฤศจิกายน 2023 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Department of the Treasury) ได้ประกาศคว่ำบาตร Ly Yong Phat และบริษัทในเครือของเขาในข้ อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิ ดสิทธิมนุษยชน การค้ามนุษย์ และสนับสนุนอุ ตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงการยึดเอกสารเดินทาง การบังคับใช้แรงงาน และการคุกคามทางเพศต่อแรงงานต่ างชาติ

แม้จะมีการคว่ำบาตรและเสี ยงประณามจากนานาชาติ แต่อาณาจักรของ Ly Yong Phat ยังคงดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีท่ าทีว่ารัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินคดี หรือยึดทรัพย์อย่างจริงจัง ซึ่งสะท้อนถึงความเป็น “ทุนผูกขาด” ที่เชื่อมโยงแน่นแฟ้นกับอำนาจรั ฐ โดยเฉพาะกับตระกูลฮุนเซน
ที่น่าประหลาดใจคือธุรกิจในเครื อของเขาหลายแห่ง รวมถึงรีสอร์ทแห่งนี้ กลับหายไปจากระบบฐานข้อมู ลการจดทะเบียนบริษัทของทางการกั มพูชาอย่างลึกลับ ทำให้เกิดคำถามในวงกว้างถึ งบทบาทของรัฐในการตรวจสอบทรัพย์ สินของผู้มีอำนาจ และเปิดช่องให้มีการตั้งข้อสั งเกตว่าอาจมีความพยายาม “ลบชื่อ” ออกจากระบบอย่างเป็นทางการเพื่ อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ หรือเป็นกลยุทธ์ทางกฎหมายเพื่ อหลบเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการคว่ำ บาตรระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ Koh Kong Resort & Casino ยังเคยตกเป็นข่าวว่ามีการใช้พื้ นที่ใกล้เคียงในกิจกรรมที่เชื่ อมโยงกับการแสวงหาผลประโยชน์ จากแรงงานข้ามชาติ รวมถึงการพัฒนาโครงการต่างๆ ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุ มชนโดยรอบ โดยไม่มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส
รีสอร์ทแห่งนี้จึงไม่เพียงแต่ เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่ องเที่ยวและการพนัน หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ ของโครงข่ายอำนาจที่ฝังรากลึ กในโครงสร้างทางเศรษฐกิ จและการเมืองของกัมพูชา และเป็นเครื่องเตือนใจถึงอิทธิ พลที่ยากจะตรวจสอบของ “เจ้าถิ่น” ที่ผูกโยงรัฐกับผลประโยชน์ส่ วนตัวอย่างแนบแน่น
4. Khan Mean Chey ศูนย์กลางสแกมเมอร์กลางเมื องหลวง

เบื้องหลังตึกปริศนาในเขตมีนเจย กลายเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊ งหลอกลวงออนไลน์ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขตมีนเจย (Khan Mean Chey) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉี ยงใต้ของกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กลายเป็นจุดที่ถูกจับตามองจากทั้ งนักสิทธิมนุษยชนและหน่วยข่ าวกรองนานาชาติ หลังมีรายงานจากแหล่งข่ าวภาคสนามว่า อาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่นี้ถู กใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติ การหลอกลวงทางออนไลน์ขนาดใหญ่ โดยมีเหยื่อจำนวนมากถูกล่ อลวงจากหลายประเทศในเอเชียตะวั นออกเฉียงใต้ให้เข้ามาทำงาน ก่อนถูกกักขัง บังคับให้โทรหาผู้เสียหาย หรือหลอกล่อให้ร่วมลงทุ นในโครงการปลอม เช่น การซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล การเทรดหุ้นปลอม หรือแอปฯ ปล่อยกู้หลอกลวง
อาคารดังกล่าวมีลักษณะคล้ ายออฟฟิศสมัยใหม่ แต่ภายในถูกจัดแบ่งเป็นโซนควบคุ มเข้มงวด มีรปภ.ติดอาวุธเฝ้าทุกชั้น กล้องวงจรปิดทุกมุม ไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตถู กควบคุมอย่างละเอียด เพื่อกันไม่ให้ “แรงงานสแกมเมอร์” ติดต่อโลกภายนอกได้ง่ายๆ
แหล่งข่าวระบุว่า คนที่ถูกหลอกมาจะถูกยึดพาสปอร์ ตทันที และหากพยายามหลบหนี จะถูกทำร้ายร่างกาย หรือเรียกค่าไถ่จากครอบครั วในประเทศต้นทาง โดยในหลายกรณีมีการบันทึกคลิ ปทรมานส่งกลับเพื่อเร่งเงิน
แม้จะมีเบาะแสและการร้องเรี ยนจากหลายองค์กรสิทธิมนุษยชน แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายปกครองท้องถิ่ นกลับไม่เร่งดำเนินการใดๆ อย่างจริงจัง บ้างก็มีข่าวลือว่าบุคคลผู้มีอิ ทธิพลระดับสูงในพื้นที่มีส่วนรู้ เห็น หรือได้รับผลประโยชน์จากการปล่ อยให้กิจกรรมผิดกฎหมายดำเนินต่ อไปอย่างลับๆ
สหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุ โรปเริ่มแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ อกัมพูชา โดยเฉพาะหลังพบว่ามีพลเมื องของตนตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ล่าสุดในปี 2024 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรบุ คคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกั บกิจกรรมสแกมในพนมเปญ รวมถึงอาคารที่ตั้งในเขตมี นเจยแห่งนี้
5. Borey Boo คอนโดหรูในพนมเปญที่ใช้หลอกคนทั่ วโลก

แม้ชื่อ “Borey Boo” จะฟังดูเหมือนคอนโดหรูทั่ วไปในเขตมีนเจยของกรุงพนมเปญ แต่แท้จริงแล้ว ที่นี่ถูกเปิดโปงว่าเป็นหนึ่ งในฐานปฏิบัติการของเครือข่ ายหลอกลวงออนไลน์ที่ใหญ่และซั บซ้อนที่สุดในกัมพูชา โดยมีการยืนยันจากสื่อระหว่ างประเทศและแหล่งข่าว NGO ว่าอาคารนี้ถูกใช้เป็นศูนย์ปฏิ บัติการหลอกลวงที่มีแรงงานชาวต่ างชาติถูกล่อลวงเข้ ามาทำงานภายใต้สภาพคล้ายการค้ ามนุษย์
Borey Boo ตั้งอยู่ในทำเลที่ถู กวางแผนมาอย่างดี ในเขตมีนเจย ถึงจะอยู่ห่างจากใจกลางเมืองแต่ เข้าถึงได้สะดวก และมักใช้เป็นพื้นที่เป้ าหมายของกลุ่มทุนต่างชาติที่ต้ องการดำเนินธุรกิจแบบไร้ การตรวจสอบ อาคารแห่งนี้ถูกตกแต่งอย่างหรู หรา มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา แต่แท้จริงแล้วข้างในคือพื้นที่ กักขังแรงงานหนุ่ มสาวจากหลายประเทศ เช่น จีน ไต้หวัน มาเลเซีย และไทย โดยหลอกว่ามีงานดีๆ ให้ทำ แต่กลับถูกบังคับให้เป็นมิจฉาชี พทางไซเบอร์
นี่คือโมเดลสแกมเมอร์แบบ B2G (Business-to-Global) เพราะศูนย์หลอกลวงใน Borey Boo ไม่ได้มุ่งเป้าหมายในประเทศกั มพูชาเท่านั้น แต่ใช้โครงสร้างออนไลน์เพื่ อหลอกผู้คนจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการแชทหลอกให้ลงทุน (pig butchering scam), หลอกเล่นหุ้น, คริปโต, หรือแม้แต่การปลอมแอปฯ ธนาคาร โดยมีการวางระบบ IT infrastructure อย่างเป็นมืออาชีพ ทั้ง VPN, server, และฟรอนต์แอปพลิเคชันที่แนบเนี ยนราวกับสตาร์ทอัปจริง (แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ถู กสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นฉากหน้ าของธุรกิจปลอม โดยเลียนแบบการออกแบบ ฟังก์ชัน และรูปแบบการดำเนินงานให้ดูเหมื อนบริษัทเทคโนโลยีหรือฟินเทคจริ งๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและล่ อลวงเหยื่อได้อย่างแนบเนียนที่ สุด)
สถานการณ์ล่าสุด (ณ พฤษภาคม 2025) แม้จะมีการรายงานและร้องเรี ยนจากหลายองค์กรสิทธิมนุ ษยชนระหว่างประเทศ แต่ Borey Boo ยังคงเปิดดำเนินการตามปกติ แหล่งข่าวจากพื้นที่ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่ นบางส่วนเกี่ยวข้องหรือหลั บตาให้กับกิจกรรมผิดกฎหมายที่ เกิดขึ้นในสถานที่นี้ ขณะเดียวกัน ผู้รอดชีวิตที่หลบหนีออกมาได้ ได้เปิดเผยข้อมูลวงในซึ่งนำไปสู่ การเปิดโปงศูนย์อื่นๆ ที่เชื่อมโยงกันในลักษณะเดียวกั นทั่วกรุงพนมเปญและเมืองอื่นๆ ที่ติดชายแดนกัมพูชา
6. KaiBo Complex อาณาจักรซ่อนเงาแห่งสีหนุวิลล์ ที่กฎหมายไม่อาจแตะต้อง

นี่คือดินแดนลับของ Xu Aimin ที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงิน และความตาย แต่ในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป KaiBo Complex อาจดูเป็นเพียงอีกหนึ่ งโรงแรมหรูและคาสิโนกลางเมื องชายฝั่งของกัมพูชา แต่เบื้องหลังความหรูหรานั้นคื อเขาวงกตของอาชญากรรมที่ซับซ้ อนที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวั นออกเฉียงใต้
ศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองสี หนุวิลล์ ซึ่งกลายเป็น “เมืองหลวงแห่งคาสิโนจีนโพ้ นทะเล” โดยมี Xu Aimin (ซู ไอมิน) ชายเชื้อสายจีนที่ได้รับสัญชาติ กัมพูชา เป็นเจ้าของร่วมและผู้มีอิทธิ พลสูงสุดในพื้นที่นี้
Xu Aimin เป็นนักธุรกิจจีนที่มีเส้ นสายเชื่อมโยงกับอำนาจทั้ งในและนอกประเทศ แม้จะเป็นที่ต้องการของทางการจี นในข้อหาคอร์รัปชั นและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แต่กลับอาศัยในกัมพูชาอย่างเปิ ดเผย โดยได้รับสัญชาติและมี สถานะทางการเมือง-เศรษฐกิจที่มั่ นคงอย่างน่าประหลาด เขายังคงดำเนินธุรกิจโรงแรม คาสิโน และโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อีกหลายแห่งในกัมพูชาอย่างเปิ ดเผย
KaiBo Complex คือศูนย์กลางของอาชญากรรมแบบบู รณาการ มีมากกว่าแค่โต๊ะพนัน เพราะที่นี่เป็นฐานปฏิบัติ การของเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่ อมโยงตั้งแต่ธุรกิจคาสิโนผิ ดกฎหมาย, การหลอกลวงออนไลน์ที่ใช้ แรงงานหลอกมาจากไทย เวียดนาม จีน และมาเลเซีย, การค้ามนุษย์ โดยเฉพาะผู้หญิงและแรงงานดิจิทั ล, การฟอกเงิน ผ่านธุรกรรมที่ซับซ้อนทั้ งในระบบธนาคารปกติและคริปโต
ภายใน KaiBo Complex ไม่ได้มีเพียงคาสิโนและโรงแรม แต่ยังมีห้องควบคุมระบบดิจิทัล ห้องขังสำหรับกักเหยื่อ ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และออฟฟิศจำนวนมากที่ใช้เป็ นฉากหน้าของธุรกิจสแกม ทำให้สถานกที่แห่งนี้กลายเป็ นเหมือน “เมืองส่วนตัว” ที่ควบคุมโดยเอกชนและไร้ การตรวจสอบจากภาครัฐของกัมพูชา
สถานการณ์ ณ เดือนพฤษภาคม 2025 แม้จะมีการรายงานและเปิ ดโปงจากหลายองค์กรสิทธิมนุษยชน แต่ KaiBo Complex ยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่ างโจ่งแจ้ง มีการจ้างเจ้าหน้าที่รั กษาความปลอดภัยอาวุธครบมือ ควบคุมการเข้าออกอย่างเข้มงวด และเชื่อกันว่ามีเจ้าหน้าที่รั ฐระดับสูงบางรายให้การสนับสนุ นอยู่เบื้องหลัง
7. Bokor Mountain Compound “ทำงานให้หนักพอ แล้วจะรอด” เมื่อคำขวัญกลายเป็นฝันร้าย

ท่ามกลางหมอกขาวและอากาศเย็ นบนเทือกเขาบกอร์ จังหวัดกำปอต (Kampot) กัมพูชา สถานที่ท่องเที่ยวที่เคยรุ่งเรื องในยุคอาณานิคมฝรั่งเศส กลับกลายเป็นฉากหลั งของอาชญากรรมมนุษยชาติครั้ งใหญ่ยุคดิจิทัล
ด้านหลังโรงแรม-คาสิโน Thansur Sokha ที่ดูหรูหราสงบเงียบในสายตานั กท่องเที่ยว คือพื้นที่ปิดล้อมอย่างแน่นหนา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นศูนย์ปฏิบัติ การหลอกลวงออนไลน์ ที่ดำเนินการโดยเครือข่ ายอาชญากรไซเบอร์ข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนที่มีอิทธิ พลอย่างลึกซึ้งในเขตเศรษฐกิจพิ เศษบนภูเขาบกอร์
“ทำงานให้หนักพอ แล้วจะรอด” คำขวัญนี้ถูกพ่นสีติดไว้บนผนั งหรือแปะเป็นป้ายในหลายห้ องของศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้ ไม่ใช่เพื่อให้กำลังใจ แต่เป็นเครื่องมือปลุกใจหลอกๆ เพื่อใช้ควบคุมจิตใจเหยื่อที่ถู กหลอกล่อมาจากหลายประเทศ เช่น ไทย เมียนมา มาเลเซีย จีน และเวียดนาม
คำขวัญนี้มักมาพร้อมกับเงื่ อนไขในการรอดชีวิตเช่น ต้องทำยอดหลอกลวงให้ถึงเป้า แต่หากยอดต่ำ จะถูกย้ายไปยังค่ายลงโทษ และหากพยายามหนีหรือหยุดงาน จะถูกขังหรือทำร้ายร่างกายรุ นแรง
ต้นปี 2023 อาคารแห่งนี้เคยถูกปล่อยร้างชั่ วคราว หลังมีข่าวหลุดว่าทางการกัมพู ชาเตรียมบุกตรวจค้น แต่เมื่อการเคลื่ อนไหวของตำรวจเงียบหายไป อาคารดังกล่าวกลับถูกฟื้นคืนชี พและเริ่มดำเนินกิจกรรมผิ ดกฎหมายอีกครั้งในช่วงปลายปี 2023 โดยเปลี่ยนเส้นทางลั กลอบขนคนใหม่ และปรับระบบภายในเพื่อหลีกเลี่ ยงการตรวจสอบ
ผู้รอดชีวิตบางคนที่สามารถหนี ออกมาได้ในปี 2024 ให้ข้อมูลตรงกันว่าพวกเขาถูกขั งไว้ในห้องล็อก ไม่มีหน้าต่าง, ถูกบังคับให้ทำงาน 14-16 ชั่วโมงต่อวัน, หากทำผลงานไม่ได้ตามเป้า จะถูกทุบตีด้วยท่อนเหล็กหรือถู กไฟฟ้าช็อต รวมถึงมีคนถูกขายต่อระหว่างศู นย์สแกมเมอร์เหมือนสินค้ าในตลาดมืด
Bokor เคยเป็นสัญลักษณ์ของความโรแมนติ กในประวัติศาสตร์กัมพูชา เป็นเมืองพักตากอากาศที่ฝรั่ งเศสสร้างไว้เมื่อ 100 ปีก่อน แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นพื้นที่ สีเทา ที่ทั้งภาครัฐและเจ้าหน้าที่ท้ องถิ่นถูกกล่าวหาว่าเพิกเฉย หรือแม้กระทั่งร่วมมือกั บขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์เสี ยเอง
รายงานจากองค์กรสิทธิมนุ ษยชนระบุว่า มีการฝังศพผู้เสียชีวิตไว้ในพื้ นที่ใกล้คอมเพล็กซ์ โดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์หรื อเอกสารรับรองใดๆ
สถานการณ์ล่าสุด (ณ พฤษภาคม 2025) Scam Compound บน Bokor Mountain ยังคงเปิดใช้งาน ไม่มีการตรวจค้นใดๆ เพิ่มเติมจากภาครัฐ และเส้นทางการส่งแรงงานผิ ดกฎหมายยังคงผ่านชายแดนไทย-กั มพูชา โดยเฉพาะจุดผ่านแดนทางสระแก้ว และช่องสายตะกู
8. ICON Center ธรรมดาจนไม่น่าสงสัย แต่โหดร้ายจนยากจะลืม
![]()
แม้จะดูเผินๆ เป็นเพียงคอมเพล็กซ์เตี้ยๆ ที่ตั้งอยู่ติดกับปั๊มน้ำมั นและร้านกาแฟในเขตโซเซน (Sangkat Boeung Kak) ใจกลางกรุงพนมเปญ แต่ ICON Center กลับถูกระบุโดยแหล่งข่าวหลายแห่ งว่าเป็นหนึ่งใน “Brother Compound” หรือกลุ่มเครือข่ายอาคารที่ใช้ ดำเนินกิจกรรมหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเชื่อมโยงกับองค์ กรอาชญากรรมข้ามชาติ
สถานที่แห่งนี้มีลักษณะไม่สะดุ ดตา มองจากภายนอกดูเหมือนอาคารสำนั กงานทั่วไปหรือศูนย์รวมธุรกิ จขนาดเล็ก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรั บการพรางตัวจากการตรวจสอบของเจ้ าหน้าที่หรือสายตาคนนอก อย่างไรก็ตาม ภายในกลับเป็นอีกโลกหนึ่ง เหยื่อจำนวนมากที่ถูกล่ อลวงมาทำงานโดยสัญญาจ้างปลอม หรือหลอกให้มาด้วยข้ออ้างเรื่ องตำแหน่งงานไอที-ซัพพอร์ตหรื อฝ่ายบริการลูกค้า แต่ปรากฏว่าถูกยึดพาสปอร์ต กักตัว และบังคับให้เข้าร่วมปฏิบัติ การหลอกลวงในฐานะคอลเซ็ นเตอร์หรือ Romance Scam โดยไม่สามารถออกไปไหนได้
รายงานจากกลุ่ม NGO และผู้รอดชีวิตบางส่วนระบุว่ าเคยมีความพยายามหลบหนีออกจาก ICON Center หลายครั้ง บางรายสามารถวิ่งออกมาได้กลางวั นแสกๆ เพื่อขอความช่วยเหลื อจากคนในละแวก แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ งเพราะเกรงกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ อยู่เบื้องหลัง
ชื่อ “Brother Compound” เอง เชื่อว่ามาจากลักษณะเครือข่ายที่ ผู้ควบคุมแต่ละอาคารมักเรี ยกตนเองว่าเป็น “พี่ชาย” หรือ “พี่ใหญ่” โดยอ้างว่าจะปกป้องลูกน้อง แต่ในความเป็นจริงกลับใช้ อำนาจควบคุม กดขี่ และบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย ทั้งยังมีการข่มขู่รุนแรง รวมถึงทำร้ายร่างกายหากเหยื่อล้ มเหลวในการหลอกลวงเหยื่อออนไลน์ จากต่างประเทศ
ICON Center จึงเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สะท้ อนถึงการแพร่กระจายของอุ ตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์ในกัมพู ชา ซึ่งฝังตัวแนบแน่นอยู่แม้กระทั่ งในกลางเมืองหลวง และตอกย้ำคำถามถึงความล้ มเหลวในการบังคับใช้กฎหมาย และการมีอยู่ของเครือข่ายอิทธิ พลที่แข็งแรงจนยากจะสั่นคลอน
9. เบื้องหลังอาณาจักร Prince Group อาคารหรูบนถนนรัสเซีย กับความลับที่ซ่อนอยู่หลังม่ านกระจก

บนถนนรัสเซีย ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของกรุ งพนมเปญที่เต็มไปด้วยตึกสูง สถานทูต ห้างหรู และโรงแรมระดับห้าดาว มีอาคารสูง 5 หลังตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ภายนอกดูไม่ต่างจากคอนโดมิเนี ยมหรืออาคารสำนักงานทันสมัยที่ สร้างขึ้นโดยกลุ่มทุนรายใหญ่ ของกัมพูชาอย่าง Prince Group ซึ่งมีธุรกิจครอบคลุมทั้งอสั งหาริมทรัพย์ การเงิน และพัฒนาเมือง
แต่ภายในคอมเพล็กซ์อันโอ่อ่านี้ กลับมีเรื่องราวอีกด้านที่ไม่ อาจมองเห็นได้จากภายนอก บางส่วนของพื้นที่ถูกใช้เป็นศู นย์ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งมีระบบควบคุมเข้มงวด ไม่ต่างจากคุก
แหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งสามารถเข้าถึงพื้นที่ดังกล่ าว ได้บันทึกภาพอาคารไว้เป็นหลั กฐาน และอนุญาตให้นำมาเผยแพร่ ภายใต้เงื่อนไขของความปลอดภัยสู งสุด ภาพที่เห็นอาจดูเหมือนอาคารสำนั กงานทั่วไป แต่เบื้องหลังนั้นคือเรื่ องราวของเหยื่อจำนวนมากที่ถู กหลอกล่อมาจากหลากหลายประเทศ ถูกยึดหนังสือเดินทาง ขังให้อยู่แต่ในอาคาร และบังคับให้ทำงานต้มตุ๋นผ่ านโลกออนไลน์
แม้โครงการจะมีชื่อเสียง และตั้งอยู่บนถนนสายสำคัญของเมื องหลวง แต่ในทางลับ กลับกลายเป็นอีกหนึ่งจุดดำของอุ ตสาหกรรมหลอกลวงข้ามชาติ ที่อาศัยภาพลักษณ์หรู หราและการเชื่อมโยงกับกลุ่มทุ นใหญ่บังหน้า เพื่อซ่อนกิจกรรมที่ผิ ดกฎหมายไว้ในเงามืดของกระจกใส
10. MDS Henghe Thmorda SEZ เขตเศรษฐกิจพิเศษกลางป่า แต่ซ่อนอุตสาหกรรมมืด

เขตเศรษฐกิจพิเศษ MDS Henghe Thmorda ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาห่างไกลบริ เวณชายแดนไทย-กัมพูชา ดูภายนอกอาจเป็นเพียงโครงการพั ฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ห่างไกล ทว่าแท้จริงแล้วกลับถูกระบุว่ าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคั ญของการแสวงหาผลประโยชน์ จากแรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุ ษย์ในภูมิภาคนี้
โครงการนี้เกิดจากความร่วมมื อระหว่างไตร เฟียบ (Try Pheap) วุฒิสมาชิกผู้ทรงอิทธิพลของกั มพูชา ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรจากข้อหาพัวพันกับการตั ดไม้ผิดกฎหมาย และ Heng He Group กลุ่มทุนจีนที่มีประวัติถูกสหรั ฐฯ คว่ำบาตรเช่นกัน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการละเมิ ดสิทธิมนุษยชนในเมืองบาเวตใกล้ ชายแดนเวียดนาม
แม้จะใช้ชื่อว่า “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” (Special Economic Zone) และจดทะเบียนอย่างถูกต้ องตามกฎหมาย แต่ข้อมูลจากภาคสนามรวมถึ งรายงานของ NGOs และองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า พื้นที่แห่งนี้กลับเป็นแหล่งปฏิ บัติการด้านมืด ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา
มีผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ หลายรายให้การตรงกันว่า ถูกล่อลวงมายังพื้นที่แห่งนี้ เพื่อทำงานภายใต้เงื่อนไขที่เที ยบเท่าการบังคับใช้แรงงาน
การหลบซ่อนในพื้นที่ภูเขาห่ างไกล ทำให้การเข้าถึ งและตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่หรื อองค์กรภายนอกทำได้ยากยิ่ง ทั้งยังมีระบบควบคุมภายในที่เข้ มงวด ไม่ว่าจะเป็นรั้วลวดหนาม กล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภั ยติดอาวุธ
แม้จะมีรายงานจากนานาชาติ และการเรียกร้องให้ทางการกัมพู ชาเข้าตรวจสอบ แต่ ณ ปี 2025 พื้นที่นี้ยังคงมีการดำเนิ นการอยู่ และมีหลักฐานว่ าขบวนการหลอกลวงแรงงานยังคงเกิ ดขึ้นต่อเนื่อง โดยมีการสลับหมุนเวียนเหยื่ อจากหลากหลายประเทศในเอเชียตะวั นออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย เวียดนาม เมียนมา และฟิลิปปินส์
รายงานนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของกั มพูชาในฐานะแดนสนธยา ที่ไม่เพียงแต่ล้มเหลวในการจั ดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ แต่กลับมีเครือข่ายผลประโยชน์ จากระดับผู้นำประเทศเข้ามาพัวพั นอย่างแนบแน่น สถานที่เหล่านี้ไม่ใช่เพี ยงปรากฏบนแผนที่อาชญากรรมเท่านั้ น แต่คือภัยคุกคามต่อความมั่ นคงระดับภูมิภาคและโลก ที่ยังรอการตอบโต้และจั ดการจากนานาชาติอย่างจริงจัง
ที่มา :
- เรียบเรียงจากรายงาน “Policies and Patterns: State-Abetted Transnational Crime in Cambodia as a Global Security Threat” โดย Humanity Research Consultancy (ได้รับทุนสนับสนุ
นจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา) - https://cdn.prod.website-files.com/662f5d242a3e7860ebcfde4f/68264cff356caba111f2db1e_Policies%20and%20Patterns_16052025.pdf
- Treasury Sanctions Cambodian Tycoon and Businesses Linked to Human Trafficking and Forced Labor in Furtherance of Cyber and Virtual Currency Scams










