Wednesday, August 26, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.242

กกร. ชง “ปราจีนบุรี” เป็นจังหวัดในเขต “อีอีซี” สกพอ. เร่งศึกษาศักยภาพและความเหมาะสม

การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 รับทราบ เรื่องการศึกษาความเหมาะสมในการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สืบเนื่องจาก คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้เข้าหารือข้อเสนอทางเศรษฐกิจต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีข้อเสนอแนะเร่งด่วน คือ การเพิ่มจังหวัดปราจีนบุรีเป็นอีก 1 จังหวัด ที่จะรวมอยู่ในพื้นที่อีอีซี ทั้งนี้ ปัจจุบัน สกพอ. ได้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาถึงความเหมาะสม และศักยภาพของพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ในการขยายเป็นพื้นที่อีอีซี ให้ครอบคลุมทุกมิติทั้งศักยภาพ โอกาส และแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงศึกษาประมาณการความต้องการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ และผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการกำหนดบทบาทของจังหวัดปราจีนบุรี ที่จะเชื่อมโยงกับพื้นที่อีอีซี และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2568
โดยขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป สกพอ. จะนำผลการศึกษาฯ เสนอต่อ กพอ. เพื่อพิจารณา ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทราบ ทั้งนี้ หากเห็นชอบให้มีการขยายพื้นที่ฯ ดังกล่าว สกพอ. จะจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (เพิ่มเติม) เพื่อเสนอ กพอ. และ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนประกาศราชกิจจานุเบกษา ต่อไป

รถยนต์ทรุด หนี้ครัวเรือนสูง ฉุดดัชนี MPI เดือน ก.ค. 68 หดตัวร้อยละ 3.98

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 93.34 หดตัวร้อยละ 3.98 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงกดดันจากการผลิตรถยนต์หดตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในภาคอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า สศอ. ได้ประมาณการดัชนี MPI ปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 0 – 0.5 ด้าน GDP อุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 0.5 – 1.5 ถึงแม้จะมีปัจจัยกดดันมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายด้านเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความสามารถในการแข่งขันที่ชะลอตัวลง ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว และภาคการท่องเที่ยวมีทิศทางชะลอตัวต่อเนื่อง แต่ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปี 2568 ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าหลักยังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง การผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และทิศทางบวกจากผลการเจรจาภาษี Reciprocal Tariff กับสหรัฐฯ โดยไทยได้อัตราภาษีต่ำกว่า หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ทำให้ไทยยังคงสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้

DITP ชี้ “เหอหนาน” ประชากรเกือบ 100 ล้านคน ตลาดใหญ่รองรับ “ครัวของโลก”

นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)
นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ระบุว่า มณฑลเหอหนานเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญอันดับต้นๆ ของจีน มีประชากรเกือบ 100 ล้านคน เป็นศูนย์กลางคมนาคมที่สำคัญของจีนเชื่อมระหว่างตะวันออกกับตะวันตกและเชื่อมจากใต้สู่เหนือ โดยในปี 2567 มณฑลเหอหนานมี GDP สูงเป็นอันดับ 6 ของจีนรองจากมณฑลกวางตุ้ง เจียงซู ซานตง เจ้อเจียง และเสฉวน นอกจากนี้ เหอหนานยังเป็นฐานการผลิตรถเครนของจีน และเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรกรรมหลัก โดยมีผลิตผลทางการเกษตรมากเป็นอันดับ 2 ของจีน รองจากมณฑลเฮยหลงเจียง
ในปี 2567 ไทยและเหอหนาน มีมูลค่าการค้ารวม 1,602.48 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณร้อยละ 1.38 ของมูลค่าการค้าไทย-จีน) โดยไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศอาเซียนของเหอหนาน รองจากเวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ สินค้าสำคัญที่เหอหนานนำเข้าจากไทย เช่น ยางและผลิตภัณฑ์จากยาง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ผลไม้และถั่ว น้ำมันหอมระเหย เครื่องสำอาง เครื่องจักรไฟฟ้าอุปกรณ์และส่วนประกอบ เส้นใย กระดาษ น้ำตาลและผลิตภัณฑ์น้ำตาล ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ทั้งนี้ ไทยมีบทบาทโดดเด่นด้านสินค้าเกษตรและอาหาร พร้อมเป็น “ครัวของโลก” และไทยยังเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน เปิดกว้างด้านการค้าและลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของเหอหนาน ในการขยายโอกาสด้านการค้าและการลงทุน

“ปูติน” เตรียมหารือสัมพันธ์ทวิภาคีเชิงลึกกับ “สีจิ้นผิง”

(แฟ้มภาพซินหัว : สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เดินเข้าสู่สถานที่จัดการเจรจาหารือ ณ ทำเนียบเครมลิน กรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย วันที่ 8 พ.ค. 2025) // www.xinhuathai.com
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่าเขามุ่งหวังหารือเชิงลึกกับสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เกี่ยวกับวาระความสัมพันธ์ทวิภาคีในทุกๆ มิติ
ในบทสัมภาษณ์เป็นลายลักษณ์อักษรของปูตินก่อนการเดินทางเยือนจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ในเทศบาลนครเทียนจิน และงานรำลึกวันแห่งชัยชนะของจีน ณ กรุงปักกิ่ง ปูตินกล่าวว่าการเยือนรัสเซียของสีจิ้นผิงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้นประสบผลสำเร็จยิ่งใหญ่ ได้รับความสนใจวงกว้างในเวทีโลก และได้รับเสียงชื่นชมอย่างสูงในรัสเซีย อีกทั้งบรรลุผลสำเร็จหลายประการ อาทิ การออกแถลงการณ์รอบด้านร่วมกัน และการลงนามเอกสารทวิภาคีจำนวนมาก
ปูตินเผยว่าการเยือนรัสเซียของสีจิ้นผิงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ลึกซึ้งต่อการเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน เราได้ยืนยันอีกครั้งถึงการเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของประชาชนทั้งสองประเทศ ที่ต้องการเสริมสร้างความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว
ปูตินกล่าวว่าตัวเขาจะเดินทางเยือนจีนเช่นกันตามคำเชิญของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และมุ่งหวังที่จะหารือเชิงลึกกับสีจิ้นผิงในทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นเร่งด่วนระดับภูมิภาคและนานาชาติ พร้อมเสริมว่าในรัสเซีย เราให้คุณค่าอย่างยิ่งต่อความมุ่งมั่นจริงใจของผู้นำจีนในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนรอบด้านและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของสองฝ่าย