ส่องอาชีพมาแรง และ ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ ปี 2025 เทรนด์ไหนกำลังมา ไปดูกัน!

ในยุคนี้ อาหารไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์เท่านั้น ทว่า อาหาร สามารถต่อยอดเป็น ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ ที่สร้างงาน สร้างอาชีพได้หลากหลาย ซึ่งพฤติกรรมการบริโภค การจับจ่าย เพื่อซื้อและรับประทานอาหารของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปจากทศวรรษก่อนอย่างเห็นได้ชัด ด้วยหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

  • ขนาดครอบครัวเล็กลง ทำให้ปริมาณและขนาดการซื้อเป็นลักษณะของครอบครัวเดี่ยว
  • ความเท่าเทียมกันทางสังคมของผู้หญิง ผู้หญิงมีความสามารถและรายได้มากขึ้น มีกำลังซื้อมากเพื่อตอบสนอง ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
  • กระแสรักสุขภาพ คำนึงถึงคุณค่าอาหาร ที่มาของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร มากกว่าหน้าตา รูปลักษณ์ หรือปริมาณอาหารเพียงอย่างเดียว
  • การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นจนเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้ผู้ผลิตอาหารต้องเร่งนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ทั้งปริมาณและคุณภาพมากขึ้น
  • ยุคโซเชียลมีเดีย ผู้บริโภคเสพสื่อจากสังคมออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้การนำเสนออาหารที่ดึงดูดใจผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ จำเป็นต้องมีทั้งความแปลกใหม่และสวยงามไปในเวลาเดียวกัน
  • ตอบโจทย์สังคมเมือง ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ อาหารที่โดนใจคนรุ่นใหม่ยุคนี้ยังคงเน้นความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ทว่า ก็ต้องคำนึงถึงประเด็นเรื่องความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนไปในเวลาเดียวกัน
ดังนั้น ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ รวมถึงอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์อาหารที่มาแรงในยุคนี้ ยังคงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศแล้ว ยังเป็นแนวทางสำหรับคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาตนเองเพื่อเป็นบุคลากรคุณภาพ ตอบโจทย์การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารของไทยด้วย

โดย ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงไปยังอาชีพมาแรง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถต่อยอดเพื่อสร้างเม็ดเงินได้ มีดังนี้

  • Food Stylist : ธุรกิจการออกแบบร้านอาหาร และ นักออกแบบอาหาร
“อาหารเป็นได้มากกว่าอาหาร เพราะอาหารคืองานศิลปะ” คำกล่าวนี้ไม่เกินจริง และมีบทพิสูจน์อย่างเห็นได้ชัดจากแนวโน้มความต้องการ “นักออกแบบอาหาร” หรือ “Food Stylist” ที่กลายเป็นอาชีพมาแรงในยุคนี้ โดยนักออกแบบอาหารไม่ใช่แค่คนที่จัดจานให้ดูดี แต่ยังต้องรู้จักเทคนิคการใช้วัตถุดิบ การจัดแสง และการถ่ายภาพ เพื่อให้ได้ภาพที่น่ากินและดึงดูดใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม หรือแม้แต่บล็อกเกอร์สายกิน ทุกคนต่างต้องการภาพสวยๆ ไว้โปรโมทบนโซเชียลมีเดีย นั่นหมายความว่าความต้องการ Food Stylist ในยุคนี้สูงมาก
ขณะเดียวกัน ธุรกิจการออกแบบร้านอาหาร ในยุคนี้ ก็มีความสำคัญไปไม่น้อยกว่าธุรกิจการทำร้านอาหารหรือการสร้างสรรค์เมนูดึงดูดลูกค้าเลย และการว่าจ้างมืออาชีพมารับออกแบบร้านอาหารก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบมีความรู้และประสบการณ์เฉพาะทางที่จะช่วยให้พื้นที่ร้านใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พวกเขาเข้าใจเรื่องการจัดวางพื้นที่ (Space Planning) การออกแบบทางสัญจร (Circulation) และการออกแบบที่คำนึงถึงประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของร้านที่ไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบอาจมองข้าม
นอกจากนี้ บริษัทรับออกแบบร้านอาหารมืออาชีพยังมีเครือข่ายผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งช่วยให้กระบวนการตกแต่งร้านเป็นไปอย่างราบรื่น คุ้มค่า และมีคุณภาพ ที่สำคัญ พวกเขาเข้าใจกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับอาคารและร้านอาหาร ทำให้มั่นใจได้ว่าการออกแบบจะเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดทางกฎหมาย

  • Cooking Studio : ธุรกิจโรงเรียนสอนทำอาหาร และครูสอนทำอาหาร
แม้ว่าโดยหลักการแล้ว คนรุ่นใหม่จะชอบทำอะไรที่รวดเร็ว ทว่ามีคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Gen Y Gen Z ก็มีไม่น้อยเลยที่ยังชอบเรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากการมี Passion ในสิ่งที่ตนชื่นชอบ และ “การทำอาหาร” ก็เป็นหนึ่งในงานอดิเรกยอดนิยมที่หลายคนอยากเรียนรู้ทักษะในการทำอาหารเพิ่มเติม ดังนั้น ในยุคนี้ ธุรกิจสอนทำอาหาร และอาชีพครูสอนทำอาหารในคอร์สระยะสั้น จึงยังเป็นหนึ่งในธุรกิจและอาชีพที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่อยู่นั่นเอง
โดยโรงเรียนสอนทำอาหารที่จะโดนใจคนรุ่นใหม่นั้น จำเป็นต้องนำเสนอภาพลักษณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย ดูคลีน สะอาดตา และเน้นเสนอหลักสูตรระยะสั้น ตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตเร่งด่วน สอนเมนูที่ไม่ซับซ้อน แต่แปลกใหม่และเป็นที่นิยมตามเทศกาล

  • Online Restaurant : ธุรกิจขายอาหารออนไลน์
“สะดวกและรวดเร็ว ลดต้นทุนการทำหน้าร้าน เหมาะสำหรับคนที่มีทุนน้อย” นอกเหนือจากเหตุผลง่ายๆนี้แล้ว ดูเหมือนว่าธุรกิจขายอาหารออนไลน์เป็นอีกหนึ่งในเทรนด์ธุรกิจมาแรง ที่คนอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองเลือกทำเป็นสิ่งแรกๆ แต่ก็ต้องบอกว่า สนามแข่งขันนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด เพราะคู่แข่งมีอยู่ทั่วทุกหัวมุมถนน การจะขายอาหารไม่มีหน้าร้านให้อยู่รอดได้ จึงจำเป็นจะต้องวางแผน และมีทริกดีๆ ในการทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย
เมื่อพูดถึงการขายอาหารออนไลน์ที่บ้าน 3 สิ่งสำคัญที่จะมองไม่ได้เลย ก็คือ ต้นทุนค่าใช้จ่าย ที่ต้องอย่าลืมคิดต้นทุนแฝง อย่างเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน หรือแม้แต่ค่าแรงตัวเอง ที่ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องบวกเพิ่มเข้าไปด้วย ต่อมาเป็นการประเมิน คู่แข่งในพื้นที่ ว่าทำเลที่เราอยู่นั้นเน้นขายอะไรกันบ้าง มีคู่แข่งอยู่กี่ช่วงราคา แล้วเราจะวางตัวเองอยู่ในระดับไหนของตลาดนี้ จากนั้น  เป็นการเลือก เมนูอาหารที่ขาย ที่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสมจะขายยออนไลน์ เพราะอาหารบางประเภทอาจจะเหมาะกับการทานที่ร้านมากกว่า ไม่เหมาะกับการสั่งมาทานที่บ้าน เพราะรสชาติอาจจะผิดเพี้ยนไป จึงอาจทำให้เราควบคุมในเรื่องของรสชาติในการขายได้ยากนั่นเอง

  • Green Packaging : ธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก
ในวันนี้เทรนด์รักษ์โลกและความยั่งยืนได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกวงการ ใน ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ ด้วยเช่นกัน โดยเราสามารถสร้างจุดขายให้ธุรกิจได้ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก หรือแพคเกจจิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Packaging) ซึ่งนี่ก็ส่งผลให้ ธุรกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Green Packaging เป็นนวัตกรรมการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัดหลังการใช้งาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด
โดย Green Packaging มีได้ตั้งแต่กล่องกระดาษใส่อาหาร กล่องพิซซ่าและกล่อง Food Delivery เป็นอีกหนึ่งบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยมีคุณสมบัติที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% มีการเคลือบด้วยสารธรรมชาติเพื่อกันน้ำมัน ออกแบบให้ระบายความร้อนได้ดี และช่วยรักษาคุณภาพอาหาร
ต่อมาเป็น กระดาษรองอาหาร เป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีขนาดเล็กแต่มีประโยชน์มาก โดยมีคุณสมบัติที่ผลิตจากเยื่อไม้บริสุทธิ์ ไม่ใช้สารฟอกขาว และย่อยสลายได้เร็วหลังการใช้งาน โดยข้อดีของ Packaging รักษ์โลกคือมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่มีสารเคมีตกค้าง ดูดซับน้ำมันและความชื้นได้ดี ย่อยสลายได้ง่ายและรวดเร็ว
หรือจะเป็น ถ้วยกระดาษและชามกระดาษ ใช้แทนภาชนะพลาสติกหรือโฟม โดยออกแบบให้แข็งแรง ใช้งานได้หลากหลาย มีลักษณะเฉพาะตัวสำหรับอาหารแต่ละประเภท สามารถพิมพ์ลวดลายด้วยหมึกที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นอกเหนือจากการรับรู้ถึงเทรนด์ ธุรกิจอาหารสร้างสรรค์ และอาชีพมาแรงด้านอาหารแล้ว ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมอาหาร และต้องเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้เกิดการเรียนรู้และนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมได้ ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนากำลังแรงงานทักษะสูงให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกไปด้วย
โดยหนึ่งในโครงการต้นแบบด้านการพัฒนาบุคลากรด้านนี้ คือ จัดโครงการ “การสร้างสุดยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ของนักเรียนสู่การประกอบอาชีพ (EEC FOOD INNOVATION)” เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเยาวชนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการอาหารรุ่นใหม่ โดยผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นโดย ฝ่ายบริการวิชาการและการประเมินหลักสูตรด้านพัฒนากำลังคน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
ทั้งนี้ โดยตลอดโครงการ นักเรียนทั้ง 30 ทีม ได้พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับวัตถุดิบท้องถิ่นและสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ อาทิ กัมมี่สับปะรดเสริมโพรไบโอติกส์ หมึกย่างซอสพริกเกาหลี “สีชัง” บะหมี่ไข่ผำซอสหมูแดง น้ำพริกแมงกะพรุนรสต้มยำ กาแฟทุเรียน เครื่องดื่มไซเดอร์มังคุดเสริมพรีไบโอติก และซอสกระเจี๊ยบผัดไทย
“โครงการ “EEC FOOD INNOVATION” จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพของเยาวชนแต่ยังเป็นการสร้างรากฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยโดยผสานความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

อัปเดตเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย

เจาะโอกาสโตของธุรกิจไทย รับกำลังซื้อใหม่ตามเทรนด์ Aging Economy

4 เมกะเทรนด์ พลิกโฉมระบบการชำระเงินโลก สู่ยุค “ไร้รอยต่อ ปลอดภัย และเรียลไทม์”

10 เทรนด์ Future Food อาหารแห่งอนาคต โอกาสใหม่ของธุรกิจไทย

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.252
Next articleถอดบทเรียน “ซีอีโอซันโทรี่ในเงากัญชา” สะท้อน Crisis Management แบบญี่ปุ่นอย่างไร
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์