Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.254

มาตรการ LTR Visa ดึงต่างชาติคุณภาพสูง 7 พันคน เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทยกว่า 2 หมื่นล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ตามที่บีโอไอได้ดำเนินการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน โดยการดึงดูดบุคลากรคุณภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ผ่านมาตรการวีซ่าชนิดพิเศษ “Long-Term Resident Visa (LTR Visa)” สำหรับชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (Highly Skilled Professionals) 2) ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับนายจ้างในต่างประเทศ (Work-from-Thailand Professionals) 3) ผู้ที่มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy Global Citizen) และ 4) ผู้เกษียณอายุ (Wealthy Pensioners) โดยประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุมัติ LTR Visa รวมกว่า 7,000 คน จากทั้งกลุ่มยุโรป (ร้อยละ 42) สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 19) และเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น (ร้อยละ 9) จีน (ร้อยละ 5) และอินเดีย (ร้อยละ 4) สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินจาก 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ ค่าธรรมเนียมวีซ่า ประมาณการค่าใช้จ่ายในประเทศไทยของผู้ถือวีซ่า การลงทุนโดยตรง และรายได้ภาษีจากผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง

“คลัง” ขยายสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ รับความเสี่ยงครบกำหนดคืนเงินกู้ COVID-19

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ ครม. มีมติขยายสัดส่วนภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ จาก 35% เป็น 50% โดยสัดส่วนดังกล่าวเป็น 1 ใน 5 ตัวชี้วัดทางการคลังเพื่อให้หนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่ยั่งยืน โดยภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ในปีงบประมาณ 2567 มีสัดส่วนอยู่ที่ 35.14% ซึ่งภาระหนี้ของรัฐบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการก่อหนี้ในช่วง COVID-19 ที่ทยอยครบกำหนดชำระคืน ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นเป็นความเสี่ยงทางการคลังและเป็นจุดจับตาของสถาบัน Credit Rating ในระยะข้างหน้า

ม.หอการค้าไทยมอง “คนละครึ่ง” แสนล้าน กระตุ้นจีดีพีแตะ 2.5%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีโอกาสเติบโตได้ 2% หรือบวก/ลบ ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรก ขยายตัวได้แล้ว 3% ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4/68 หากมีการเริ่มใช้โครงการ “คนละครึ่ง” จะทำให้มีเม็ดเงินลงไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 70,000-100,000 ล้านบาท ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังโตได้ 2-3% เมื่อรวมทั้งปีทำให้มีโอกาสที่จะเห็นเศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้ไม่ต่ำกว่า 2.5%

จีนครองอันดับ 2 โลก พัฒนา “ยา” ใหม่ ช่วยผู้ป่วย “เข้าถึง และ จ่ายได้”

สำนักข่าวซินหัว ระบุ เมื่อวันพฤหัสบดี (11 ก.ย.) กัวเยี่ยนหง รองหัวหน้าคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน แถลงข่าวเกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านการดูแลสุขภาพของจีนในช่วงปี 2021-2025 ว่าจีนก้าวขึ้นครองอันดับ 2 ของโลกในด้านการพัฒนายาใหม่ ขณะที่สัดส่วนยาภายในประเทศซึ่งอยู่ระหว่างการวิจัยสูงกว่า 1 ใน 5 ของทั้งหมดทั่วโลก
กัวระบุว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา มียาใหม่ๆ ที่พัฒนาโดยจีน รวมถึงยาต้านมะเร็งบางชนิด ได้รับอนุมัติให้วางจำหน่ายในตลาด ช่วยเสริมสร้างแนวทางบำบัดรักษาโรคภายในประเทศ โดยหนึ่งในนั้นคือซานุบูทินิบ (Zanubrutinib) ยากลุ่มรักษาโรคมะเร็งที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในหลายประเทศแล้ว
นอกจากนั้นจีนสร้างความก้าวหน้าด้านการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูง เช่น เครื่องซีทีสแกนแบบตรวจจับโฟตอน ซึ่งมีความละเอียดสูงกว่าเครื่องซีทีสแกนแบบดั้งเดิมสามเท่า สแกนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และทำให้ผู้รับการสแกนสัมผัสรังสีน้อยลง
ขณะเดียวกันจีนได้พัฒนาหุ่นยนต์ผ่าตัดกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อน ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดการบาดเจ็บ รวมถึงพัฒนาและใช้งานเครื่องเอคโม (ECMO) หัวใจเทียม และระบบบำบัดด้วยโปรตอนและไอออนหนักในโรงพยาบาลหลายแห่ง
นวัตกรรมเหล่านี้กำลังช่วยผู้ป่วย “เข้าถึง จ่ายได้ และได้รับประโยชน์” จากอุปกรณ์การแพทย์ล้ำสมัยที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น