Desserto สตาร์ทอัพดาวเด่นจากเม็กซิโก กับภารกิจปฏิวัติอุตสาหกรรมแฟชั่นให้ยั่งยืน ด้วยหนังวีแกนจากกระบองเพชร

Adrián López Velarde และ Marte Cázarez สองผู้ประกอบการผู้มีวิสัยทัศน์จากเม็กซิโก ได้ริเริ่มภารกิจครั้งสำคัญในการสร้างวัสดุทดแทนหนังสัตว์ที่ยั่งยืนและปราศจากความโหดร้ายต่อสัตว์ จนนำไปสู่การพัฒนา Desserto หนังวีแกนสุดล้ำที่ผลิตขึ้นจากต้นกระบองเพชรโนปาล พืชท้องถิ่นของเม็กซิโกซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและการใช้น้ำน้อย ด้วยการใช้ทรัพยากรทีนี้่ทรงคุณค่านี้ พวกเขาไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ แต่ยังตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญที่มาพร้อมกับอุตสาหกรรมหนังดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำมหาศาลหรือมลพิษที่เกิดจากกระบวนการผลิต

กระบวนการผลิตเริ่มจากการคัดเลือกต้นกระบองเพชรโนปาลที่ปลูกแบบออร์แกนิก ปราศจากสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตราย จากนั้นใบกระบองเพชรถูกเก็บเกี่ยวอย่างประณีตและนำเข้าสู่กระบวนการหลายขั้นตอน เริ่มจากการล้างเพื่อขจัดสิ่งสกปรก ก่อนจะถูกบดอย่างระมัดระวังเพื่อคงเนื้อสัมผัสเส้นใยธรรมชาติไว้ จากนั้นจึงนำไปตากแดดตามธรรมชาติเป็นเวลา 3 วัน เพื่อลดความชื้นโดยไม่ต้องใช้เครื่องจักรที่สิ้นเปลืองพลังงาน สุดท้ายเนื้อกระบองเพชรแห้งถูกบดจนกลายเป็นผงละเอียด ซึ่งกลายมาเป็นวัตถุดิบหลักของหนังวีแกน


Did you know?

โนปาล (Nopal) เป็นพืชในตระกูลแคคตัสที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา โดยเฉพาะในเม็กซิโกที่พบมาก โนปาลเป็นพืชแข็งแรง สามารถเติบโตในสภาพแห้งแล้งได้ ใบของมันถูกปรับเปลี่ยนเป็นหนามเพื่อลดการสูญเสียน้ำ

โนปาลเติบโตบนลำต้นแบนและอวบอ้วน พืชยืนต้นเหล่านี้สามารถเพาะปลูกได้ง่ายโดยการตัดชิ้นส่วนของพืชยืนต้นออก ปล่อยให้แห้งประมาณไม่กี่วันจนแผลตกสะเก็ด แล้วนำไปปลูกในดิน ซึ่งมันจะงอกเป็นรากต่อไป
ผลของโนปาลเรียกว่า ทูน่า (tuna) มีสีแตกต่างกันตั้งแต่เขียวไปจนถึงแดงหรือม่วง สามารถรับประทานได้ มีรสหวานฉ่ำน้ำ และมีเมล็ดเล็กๆ ที่กินได้อยู่ภายใน ทั้งโนปาลและทูน่าจัดเป็นอาหารที่อุดมด้วยใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ และเป็นส่วนสำคัญของอาหารและวัฒนธรรมของชาวเม็กซิกัน


การผลิตของ Desserto ให้ความสำคัญทั้งด้านความยั่งยืนและคุณภาพ เนื้อสัมผัสและรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับหนังแท้อย่างมาก จึงเป็นที่ดึงดูดสำหรับนักออกแบบแฟชั่นและผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าเก๋ไก๋โดยไม่ต้องรู้สึกผิดต่อสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่เปิดตัว Desserto ก็ได้รับความสนใจจาก แบรนด์รักษ์โลกและแบรนด์หรูที่ต้องการชูความยั่งยืนเป็นอีกจุดขายสำคัญ ทำให้ Desserto ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บุกเบิกในตลาดหนังจากพืชอย่างแท้จริง
เรื่องราวของพวกเขาคือการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรม เข้ากับนวัตกรรมและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพลิกนิยามการจัดหาวัตถุดิบในอุตสาหกรรมแฟชั่น พิสูจน์ให้เห็นว่าทางเลือกที่เป็นมิตรต่อโลกสามารถงดงามและใช้งานได้จริงในเวลาเดียวกัน
Desserto Desserto
หนึ่งในตัวอย่างความร่วมมือของ Desserto กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดังคือ การจูบปากกับ Lululemon เปิดตัวคอลเลกชันที่ใช้หนังวีแกนจากกระบองเพชร SLNSH Collection ซึ่งตอกย้ำการนำเสนอวัสดุยั่งยืนที่ได้จากต้นโนพาล อันสอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมในการพัฒนาผ้าและวัสดุของ Lululemon โดยหนังจากกระบองเพชรที่ใช้ในครั้งนี้มีทั้งรูปลักษณ์และสัมผัสใกล้เคียงกับหนังแท้ แต่ปราศจากการเบียดเบียนสัตว์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
คอลเลกชันหนังจากกระบองเพชรของ Lululemon ประกอบด้วยแอ็กเซสเซอรี่อย่างเข็มขัด กระเป๋าถือ กระเป๋าโท้ต เคสการ์ด และกระเป๋าสะพายข้างทรงอาน ซึ่งผลิตจากเส้นใยกระบองเพชรผสมกับโพลีเอสเตอร์และโพลียูรีเทน เพื่อเพิ่มความทนทาน ดีไซน์มีให้เลือกในโทนสีที่ใช้งานง่าย เช่น สีดำและสีเขียวทหาร ถูกวางตำแหน่งเป็นตัวเลือกที่ทั้งมีสไตล์ ใช้ได้ทุกวัน และยั่งยืน เป็นทางเลือกที่แตกต่างจากหนังสัตว์แบบดั้งเดิม 
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแฟชั่นและสปอร์ตแวร์ ที่หันมาใช้วัสดุจากพืชเพื่อสร้างนวัตกรรม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมอบทางเลือกที่รักษ์โลกให้กับผู้บริโภค โดยไม่ต้องลดทอนความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งาน

Desserto

Desserto

นอกเหนือจากการแจ้งเกิดในแวดวงแฟชั่นระดับโลกแล้ว Desserto ยังก้าวต่อไปสู่พื้นที่ใหม่ที่สะท้อนพลังการเติบโตของแบรนด์ โดยร่วมมือกับสายการบินเอมิเรตส์ สร้างสรรค์คอลเลกชันอุปกรณ์เดินทางเอ็กซ์คลูซีฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ความร่วมมือนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในตลาดการบินเชิงพาณิชย์ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมด้วยวัสดุยั่งยืน นักเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมกำลังเปลี่ยนรูปแบบของการทำกิจกรรมนี้ ตั้งแต่การเลือกท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูไปจนถึงการยอมรับวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้การเดินทางอย่างยั่งยืนไม่เพียงแค่เทรนด์ แต่กลายเป็นวิถีชีวิตอย่างแท้จริง
อุปกรณ์เดินทางจากหนังแคคตัสของเอมิเรตส์สะท้อนสไตล์ การใช้งาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน วางจำหน่ายผ่าน Emirates Official Store โดยคอลเลกชันนี้ประกอบด้วยกระเป๋าสตางค์สำหรับพาสปอร์ต, กระเป๋าสตางค์, กระเป๋าเดินทาง และซองพาสปอร์ต ซึ่งสินค้าทุกชิ้นผลิตจากกระบองเพชรดังกล่าว

การเปิดตัวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการออกแบบการเดินทางอย่างรับผิดชอบ เมื่อผู้เดินนักเดินทางเริ่มสะท้อนค่านิยมของตนเองผ่านไลฟ์สไตล์ การนำเสนอสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ ช่วยให้พวกเขามีทางเลือกที่หรูหราและฟังก์ชันครบครันโดยไม่รู้สึกผิด
อีกก้าวสำคัญที่น่าจับตาของ Desserto แบรนด์ผู้บุกเบิกนวัตกรรมหนังวีแกนจากกระบองเพชรคือการขยายขอบเขตความยั่งยืนสู่อุตสาหกรรมเตกีล่าของเม็กซิโก ด้วยการเปิดตัว Desserto Agave วัสดุชีวภาพที่ผลิตจากผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตเตกีล่า
การผลิตเตกีล่าสร้างของเสียอินทรีย์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นใบอะกาเว่หรือกากอะกาเว่ (bagasse) ที่ถูกทิ้งหรือเผาในเตาอิฐปีละประมาณ 360,000 ตัน ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ จากความท้าทายนี้ Adrián López Velarde และ Marte Cázarez Duarte ผู้ร่วมก่อตั้ง Desserto มองเห็นโอกาสและเริ่มทดลองใช้กากอะกาเว่ที่มีมากมาย
เริ่มจากรวบรวมกากจากโรงงานเตกีล่า (เริ่มจากการแปรรูป 12 ตัน เพื่อได้วัตถุดิบดิบ 1 ตัน ซึ่งสามารถผลิตหนังวีแกนจากอะกาเว่ได้ราว 8,000 เมตร) หลังจากแก้ปัญหาในขั้นตอนการผลิตครั้งแรก พวกเขาปรับปรุงเทคนิคการแปรรูปไฟเบอร์แข็งของอะกาเว่ จนสามารถเปลี่ยนเป็นไบโอโพลิเมอร์ ที่สามารถทดแทนพลาสติกได้

Did you know?

อากาเว่ (Agave) เป็นสกุลของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก เป็นไม้ทะเลทรายที่ทนแล้ง มีลักษณะใบหนา สีเขียวอมเทา ขอบใบมีหนามแข็ง และมีการเจริญเติบโตช้า บางชนิดออกดอกเพียงครั้งเดียวในชั่วชีวิต อากาเว่มีชื่อเสียงในการนำมาทำน้ำเชื่อมและเป็นเครื่องดื่มหมัก เช่น เตกีล่า
สำหรับ Desserto Agave เป็นวัสดุขั้นสูงที่ทนทานและหลากหลาย สามารถนำไปผลิตสินค้าหลากหลายตั้งแต่บรรจุภัณฑ์หรูหรา ไปจนถึงเครื่องประดับ เช่น กระเป๋า กระเป๋าสตางค์ เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆ โดยยังคงสัมผัสนุ่มและกลิ่นดินอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมปริมาณอินทรีย์สูงถึง 89%


โครงการนี้มุ่งหวังที่จะเชื่อมวงการเตกีล่าและแฟชั่นเข้าด้วยกันภายใต้พันธกิจด้านความยั่งยืน การเปลี่ยนของเสียให้เป็นวัสดุคุณภาพสูงช่วยสร้างมูลค่าให้ผู้ปลูกอะกาเว่และผู้ผลิตเตกีล่า พร้อมทั้งส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
นวัตกรรมนี้ถูกนำไปใช้จริงแล้วโดยแบรนด์เตกีล่าชื่อดังอย่าง Casa Dragones, José Cuervo (Tequila World) และ Tequila Volcán
Desserto Agave สะท้อนพลังของการออกแบบแบบหมุนเวียน (Circular Design) ผสมผสานวัฒนธรรมเตกีล่าที่มีมายาวนานกว่าศตวรรษเข้ากับความยั่งยืนสมัยใหม่สุดตระการตา ด้วยการเปลี่ยนไฟเบอร์เหลือใช้ให้กลายเป็นวัสดุพืชสุดหรู ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแนวคิดด้านนวัตกรรมวัสดุ แต่ยังร่างบทใหม่ให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมสามารถทำงานร่วมกับวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างกลมกลืน

สำหรับแนวโน้ม Vegan Leather ในปี 2025 ยังคงโดดเด่นและเติบโตอย่างรวดเร็ว จากนวัตกรรมที่ต่อเนื่อง และความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ตลาดหนังมังสวิรัติทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 11,070 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 349,890 ล้านบาท) ในปี 2025 และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยทบต้นต่อปี (CAGR) 10.8% กระทั่งตลาดนี้มีมูลค่าประมาณ 27,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐณฯ (ราว 880,460 ล้านบาท) ภายในปี 2034 ตามรายงานของ Customer Market Insights โดยการเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในด้านผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำร้ายสัตว์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีสไตล์ รวมทั้งการสนับสนุนทางด้านกฎหมายโดยเฉพาะใน อเมริกาเหนือและยุโรป ที่เน้นการผลิตอย่างยั่งยืนและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

นวัตกรรมสำคัญในหนังมังสวิรัติปี 2025 ประกอบด้วยวัสดุจากใบสับปะรด (Piñatex), หนังจาก เส้นใยเห็ด (Mushroom Mycelium Leather), หนังจากกระบองเพชร, หนังจากแอปเปิล และวัสดุชีวภาพจากพืชอื่นๆ ทางเลือกเหล่านี้มีข้อดี เช่น ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ใช้น้ำน้อย และมีผิวสัมผัสที่โดดเด่น เหมาะกับอุตสาหกรรมแฟชั่นและยานยนต์ สตาร์ทอัพและผู้เล่นหลักในตลาดกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นไบโอเบสและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมผสานการออกแบบด้วย AI เพื่อให้การสกัดและการผลิตยั่งยืนมากขึ้น ความพยายามด้านความยั่งยืนยังขยายไปสู่บรรจุภัณฑ์จากพืช สีที่ไม่ทำร้ายสัตว์ และสิ่งทอที่ใช้วัสดุเหลือทิ้งจากเกษตรกรรม
การให้ความสำคัญร่วมกันทั้งด้านความยั่งยืนสวัสดิภาพสัตว์ และความสวยงามระดับพรีเมียม กำลังช่วยให้หนังจากพืชและวัสดุชีวภาพ สร้างเอกลักษณ์และแข่งขันกับหนังแท้รวมถึงหนังเทียมจากพลาสติก ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงสู่การเลือกใช้วัสดุแฟชั่นที่หมุนเวียนได้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในปี 2025 และต่อไปในอนาคต

ที่มา :