ปี 2568 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย และ อุตสาหกรรมเที่ยวไทย ยังเติบโตต่อเนื่อง จากมาตรการวีซ่าฟรีที่เอื้อให้การเดินทางมีความสะดวก การแข่งขันในธุรกิจการบินที่ทำให้ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มทรงตัว หลังจากในปี 2567 สายการบินต้นทุนต่ำมีการขยายเส้นทางมาไทยซึ่งช่วยให้การเดินทางถูกลง รวมถึงการทำตลาดกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐและเอกชน จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ระหว่างวันที่ 1-12 ม.ค. 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวน 1.32 ล้านคน เติบโต 19.9% (YoY)
จากข้อมูลทางสถิติล่าสุด โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย นี้เอง ที่ชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมเที่ยวไทย ยังมีโอกาสที่จะโตได้ต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยทั้งในด้านการเมือง สถานการณ์ชายแดน ไปจนถึงเศรษฐกิจที่เติบโตได้ช้าตาม เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมของผู้คน และความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน #TATAcademy พาทุกคนจับตา 10 เทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวโลก ผ่านบทความเรื่อง “10 Trends การท่องเที่ยว ที่ต้องรู้ในปี 2026” เพื่อหาโอกาสในการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวให้มากขึ้น และยกระดับ อุตสาหกรรมเที่ยวไทย ไปอีกขั้น

Coolcation Travel
เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ ‘หนีร้อน’ กำลังจะกลายเป็นเทรนด์สำคัญของการท่องเที่ยว เพราะทั่วโลกได้เผชิญกับปีที่ร้อนระอุมาเกือบ 2 ปี ตั้งแต่ 2023 และถูกรบกวนด้วยคลื่นความร้อนตลอดทั้งฤดูร้อนทำให้ในอนาคต ชายหาด ทะเล จะไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเลือกเป็นจุดหมายปลายทางอีกต่อไป แต่จะเป็นการมองหาป่าไม้ ภูเขา ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์แทนนั่นเอง

Slow Travel
อีกพฤติกรรมหนึ่งของนักท่องเที่ยวสมัยนี้สนใจคือ พวกเขามีความต้องการที่จะใช้เวลาให้มากขึ้นสำหรับการท่องเที่ยวในสถานที่แห่งหนึ่ง ตรงกันข้ามกับยุค ‘ทัวร์ชะโงก’ นักท่องเที่ยวอยากสัมผัสถึงแก่นแท้ของสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านการใช้เวลาในสถานที่แห่งนั้น เพื่อซึบซับวัฒนธรรม ความรู้สึก บรรยากาศ โดยปล่อยให้เวลาเป็นตัวกลางในการช่วยสร้างเสริมประสบการณ์เหล่านั้น พวกเขาให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวแบบ 1 สัปดาห์เต็มในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง มากกว่าการตะลอนเที่ยวในเมืองใหญ่ๆ และเปลี่ยนที่นอนในทุกคืน
Solo Travel
เทรนด์การเดินทางคนเดียวกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มของนักท่องเที่ยวหญิง เพราะพวกเขากำลังมองหาความอิสระ การท่องเที่ยวแบบคนเดียวเปรียบเสมือนสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถแสดงออกความเป็นตัวเองได้อย่างแท้จริงโดยไม่ต้องผูกมัดกับใคร แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็กำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์การเดินทางคนเดียวได้ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย หรือการต้อนรับที่อบอุ่นสำหรับนักเดินทางคนเดียว

Off-Season Travel
การแห่ไปท่องเที่ยวพร้อมกันในช่วง High Season กำลังก่อให้เกิดอีกเทรนด์หนึ่งขึ้นมา เพราะในปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งเริ่มที่จะออกเดินทางในช่วง Off-Season มากขึ้น เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความวุ่นวายและความไม่สะดวกสบายตอนท่องเที่ยว รวมถึงเปิดโอกาสให้ตัวเองได้สัมผัสและเข้าถึงประสบการณ์การท่องเที่ยวในสถานที่ที่ตนเองไปได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเร่งรีบหรือหลีกหนีกลุ่มนักท่องเที่ยวอื่นๆ

Foodie Travel
การเดินทางเพื่อไปลิ้มรสอาหารหรือของกินยังคงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรง แต่ในปีถัดไปนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมุ่งเน้นไปที่อาหารท้องถิ่นที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น รวมไปถึงยังมองหาโอกาสในการสร้างประสบการณ์ด้านการทำอาหารด้วยตนเองที่น่าตื่นเต้นอีกด้วย ไม่ใช่แค่ลิ้มลองแต่เป็นการลงไปทำด้วยมือของตนเองด้วย

Hyper-personalised Travel
นักท่องเที่ยวยุคใหม่ ไม่ต้องรอให้ใครมาจัดทริปให้พวกเขาอีกต่อไป พวกเขาสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ทั้ง Social Media และ Ai เพื่อนำมาออกแบบการท่องเที่ยวให้เหมาะกับสิ่งที่พวกเขามองหา และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ตัวเอง ดังนั้นพวกเขาไม่ได้ต้องการทางเลือกที่มากขึ้น แต่กำลังมองหาทางเลือกที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น การเก็บข้อมูลเพื่อนำมาออกแบบการบริการให้สอดคล้องกับความสนใจลูกค้า และการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ จึงกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้วในยุคนี้และอนาคต
Ai Fellow Travel
ในยุคอนาคต Ai จะไม่ใช่แค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเพื่อนร่วมเดินทางของนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว ทั้งช่วยวางแผน ช่วยจอง ช่วยจัดการ ให้เหมาะสมกับความต้องการของนักท่องเที่ยวมากขึ้น ในอนาคต Ai อาจจะช่วยวางแผนการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้นในทริป ช่วยอัปเดตแบบ Real-time เกี่ยวกับจำนวนนักท่องเที่ยวในจุดต่างๆ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบครบวงจรทั้งเรื่อง ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

Holistic Travel
ในอนาคตนักท่องเที่ยวจะมองหาการเดินทางที่ช่วยตอบโจทย์ทั้งร่างกายและจิตใจ มากกว่า ‘Wellness Tourism’ ทั่วไป การเดินทางและการท่องเที่ยวจะต้องเป็นสิ่งที่เติมพลังให้ทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ไม่ใช่แค่เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือการท่องเที่ยวธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะมองหาจุดหมายปลายทางที่มีกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านสุขภาพของพวกเขาด้วย อาทิ การออกกำลังกายท่ามกลางป่า การมีคอร์สอาหาร Healthy เป็นต้น

Value Driven Travel
เมื่อทุกอย่างทันสมัยและเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากออกเดินทางตามหาอีกครั้งคือ สิ่งที่มีค่าและหาได้ยาก แสวงหาประสบการณ์แบบท้องถิ่น ชุมชน ประเพณี และวัฒนธรรมให้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ชมแต่อยากเป็นผู้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเหล่านั้นด้วยตัวเอง นอกจากนั้นพวกเขายังมองหาการเดินทางที่สะท้อนถึงคุณค่ากลับมายังตัวเองอีกด้วย อาทิ การเดินทางของพวกเขาได้สร้างหรือลดผลกระทบด้านใดบ้าง

Low-Carbon Luxury Travel
อีกหนึ่งเทรนด์ที่ไม่เคยหายไปไหนคือ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนและรักษ์โลก แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ ในอนาคตเรื่องเหล่านี้จะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยการผนวกเข้ามาของกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ Luxury โดยผลสำรวจจากปี 2024 แสดงให้เห็นว่า 76% ของนักท่องเที่ยวที่มีรายได้เยอะเลือกจ่ายให้กับทางเลือกที่มีความยั่งยืนมากกว่า และในอนาคตพวกเขาจะมองหา ‘Luxury Packaged’ ที่ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน อาทิ การมี carbon-tracking ใน package เป็นต้น
อัปเดตทุกความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
Agoda พลิกเกมท่องเที่ยวด้วย AI ปั้นกรุงเทพฯ สู่ “Silicon Valley ของเอเชีย”
อารยสถาปัตย์อุทยานเขาใหญ่ มิติใหม่การท่องเที่ยวธรรมชาติแบบเท่าเทียม












