เมื่อบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำอย่าง AIS เดินหน้าเข้าสู่ยุคดิจิทัล คำถามสำคัญคือ “องค์กรจะเติบโตอย่างมั่นคงได้หรือไม่ หากสังคมรอบข้างไม่ก้าวไปด้วยกัน?” คำตอบของ AIS คือการลงทุนใน “คน” และ “สังคม” ผ่านโครงการ AIS ACADEMY ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 และล่าสุดกับงาน AIS Academy for THAIs 2025 at LIFE FEST 40+ ที่ก้าวไกลเกินกว่าโครงการพัฒนาบุคลากรทั่วไป แต่เป็นการสร้างคลังความรู้เพื่อสังคมไทยทั้งประเทศ
โดยเฉพาะในขณะที่ประเทศไทยเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์” (Aged Society) มาตั้งแต่ปี 2567 โดยมีประชากรผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) มากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ และกำลังก้าวเข้าสู่ระดับถัดไปคือ”สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” (Super-aged Society) ซึ่งมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้น การเตรียมพร้อมตั้งแต่วัย 40+ จึงเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญที่ปกป้องทั้งตัวบุคคล องค์กร และประเทศชาติ ให้พร้อมเผชิญอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
การบริหารคนที่มองไกลกว่ากำแพงองค์กร
คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เน้นย้ำว่า การเติบโตขององค์กรต้องผูกพันกับการเติบโตของสังคม หากสังคมไม่ก้าวหน้า องค์กรก็ไม่อาจยั่งยืนได้
“หากเราต้องการให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน สังคมต้องเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งจะสร้างโอกาสให้คนในสังคม และโอกาสเหล่านี้จะย้อนกลับมาสู่บริษัท หากเราเติบโตเพียงลำพังโดยที่สังคมไม่เติบโต โอกาสและความมั่นคงขององค์กรก็อาจถูกจำกัด”
นี่คือที่มาของแนวคิด “ภารกิจคิดเผื่อ” ซึ่งกลายเป็นหัวใจของ AIS Academy การนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และศักยภาพขององค์กรไปแบ่งปันสู่สาธารณะ กล่าวคือความรู้ ความสามารถ หรือโซลูชันใดๆ ที่พัฒนาขึ้นภายใน AIS ต้องพิจารณาถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นกับสาธารณะด้วย

“AIS Academy คือก้าวสำคัญสู่การยกระดับสังคมไทยด้วยพลังความรู้ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย “คน” คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน ไม่เพียงแต่สำหรับองค์กร แต่ยังรวมถึงสังคมโดยรวม AIS จึงริเริ่ม “AIS Academy for Thais” เพื่อเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้และการเตรียมความพร้อมคนไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางยุคดิจิทัลและสังคมสูงวัยที่กำลังมาถึง โครงการนี้เริ่มต้นจากการตระหนักว่า การเติบโตขององค์กรจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อสังคมเติบโตไปพร้อมกัน ขณะเดียวกัน หลายกลุ่มคนในสังคมยังขาดโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ AIS จึงก้าวขึ้นมาสร้างเวทีแห่งการเรียนรู้ โดยยึดแนวคิด “ไม่ขายของ แต่ขายความรู้” เพื่อคืนประโยชน์ให้แก่สังคม งาน AIS Academy ครั้งแรกจัดขึ้นที่เมืองทองธานีเมื่อปี 2018 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมกว่า 4,000 คนเดินทางมาตั้งแต่เช้าตรู่จนเก้าอี้ไม่พอ ต้องเสริมกันแทบทุกแถว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า คนไทย “กระหายความรู้” และต้องการพื้นที่ในการพัฒนาตัวเอง และนับจนถึงวันนี้น่ายินดีที่ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน ชุมชน AIS Academy for THAIs เติบโตจนมีสมาชิกมากกว่า 100,000 คน แล้ว”
จาก Digital Transformation สู่การเตรียมพร้อมสังคมสูงวัย
“AIS Academy เติบโตมาพร้อมการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นยุค Digital Transformation ที่โควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ทุกคนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ต้องเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมไปเป็นออนไลน์ ซึ่งช่วงเวลานั้น เราได้บทเรียนสำคัญว่าการมีส่วนร่วมผ่านช่องทางออนไลน์ต่ำกว่าการเข้าร่วมแบบพบหน้าค่าตากันเป็นอย่างมาก สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากประชากรบางกลุ่มยังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งการเรียนรู้ออนไลน์มักถูกมองว่าเป็นเพียงการประชุมทั่วไป ไม่ใช่ประสบการณ์การเรียนรู้เชิงลึก ดังนั้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 AIS Academy ได้จัดโครงการ “อุ่นใจอาสาพัฒนาอาชีพ” ขึ้น เพื่อมุ่งเสริมทักษะที่ใช้งานได้จริงให้กับผู้คน โดยเฉพาะด้านการค้าขายออนไลน์ เพื่อให้สามารถสร้างโอกาสและพัฒนาธุรกิจของตนเองได้ในยุคดิจิทัล หรือการก้าวเข้าสู่ Aging Society ที่กำลังกลายเป็นความจริงที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ จากอดีตที่เน้นการเสริมทักษะเพื่ออยู่รอดในโลกดิจิทัล วันนี้ AIS Academy กำลังต่อยอดภารกิจเพื่อช่วยคนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัย 40 ปีขึ้นไป ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเกษียณ การวางแผนการเงิน การพัฒนาทักษะใหม่เพื่อรับมือกับเทคโนโลยี และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในสังคมที่อายุยืนยาวขึ้น”

หลายคนบอกว่าวัย 40+ คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน การเงินกลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดรอบด้าน ความสัมพันธ์ต้องปรับสมดุลใหม่ และคำถามเกี่ยวกับความหมายของชีวิตก็ดังชัดขึ้นกว่าที่เคย แต่แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่ “ปลายทาง” หากคือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตที่เข้าใจตนเองมากขึ้น และขณะเดียวกันยังเป็นกลุ่มประชากรสำคัญที่จะเป็นทั้ง “แรงงานหลัก” และ “ผู้สูงวัยในอนาคต”
“ด้วยความเชื่อเช่นนี้ AIS จึงร่วมกับพันธมิตรจัดงาน “Life Fest 40+ : รู้ก่อน ดีกว่า” ขึ้นในวันที่ 17 – 19 ตุลาคม นี้ เวลา 10.30 – 20.00 น. ที่ centralwOrld Pulse ชั้น 7 โดยเป็นเทศกาลที่ตั้งใจออกแบบเพื่อผู้คนวัย 30-50+ ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวสู่ “วัยอิสระ” อย่างมั่นใจ งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรวมตัวของกิจกรรมหลากหลาย แต่คือการสร้างสรรค์พื้นที่ที่เชื่อมโยงความรู้ แรงบันดาลใจ และประสบการณ์จริงไว้ในที่เดียวแต่ AIS ไม่ได้เดินลำพัง หากยังจับมือกับพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ centralwOrld ที่เปิดพื้นที่ใจกลางเมืองให้ผู้คนได้มาเรียนรู้และแบ่งปัน Superjeew Event ที่ดูแลรายละเอียดการจัดงานให้เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา และ The Cloud ที่ร่วมร้อยเรียงเรื่องราว ถ่ายทอดเนื้อหาอย่างลึกซึ้งจนเข้าถึงใจผู้ร่วมงานทุกคน”

ภายในเทศกาล ผู้เข้าร่วมจะได้พบทั้งเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ เวิร์กช็อปที่ลงมือทำจริง การจัดแสดงนวัตกรรมและไอเดียใหม่ๆ รวมถึงบทเรียนชีวิตจากผู้คนวัย 40+ ที่เลือกใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมทั้งเรื่องการเงินที่มั่นคง การจัดการหนี้และการวางแผนทางการเงิน สุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ความมั่นคงทางอารมณ์ การจัดบ้านและสภาพแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีอย่างเข้าใจและปลอดภัย รวมถึงเทคนิคการใช้สมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียวเพื่อสร้างรายได้ เช่น การเป็น YouTuber หรือ Influencer เป็นต้น
“Life Fest 40+” จึงไม่ใช่เพียงเทศกาล แต่คือจุดเริ่มต้นของการวางแผนชีวิต ที่จะช่วยให้ทุกคนได้หยุดคิด ทบทวน และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ
กระตุกต่อมคิด ปูพื้นฐานสร้างทักษะแห่งอนาคต
“โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็น “กระตุกความคิด” ให้กับทั้งตัวบุคคลและสังคม โดยในสถานการณ์ที่อัตราการเกิดต่ำ เด็กคนรุ่นใหม่มีจำนวนไม่เพียงพอที่จะรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่ม Generation X จำเป็นต้องปรับตัวและรักษาความสามารถในการทำงานให้ต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงการกลายเป็นภาระสำคัญของสังคม เด็กที่เกิดในวันนี้เติบโตไมีเร็วพอและมีจำนวนไม่เพียงพอ เพราะเรากำลังพูดถึงเด็ก 3 คนที่จะต้องแบกรับภาระของผู้สูงอายุ 20 คน หาก Generation X ยังนิ่งเฉย พวกเขาจะกลายเป็นภาระมหาศาลของประเทศ”
คุณกานติมาอธิบายเพิ่มเติมว่าเพื่อสนับสนุนคนกลุ่มนี้ให้ยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง แนวทางของ AIS Academy จะให้ความสำคัญกับความสามารถหรือทักษะพื้นฐานที่นำไปต่อยอดได้ มากกว่าการเน้นทักษะเชิงเทคนิคเฉพาะทางซึ่งอาจล้าสมัยได้เร็ว นั่นหมายความว่า

ทัศนคติต้องมาก่อน (Mindset First) ทักษะที่สำคัญที่สุดคือการมีทัศนคติที่ถูกต้อง กิจกรรมต่างๆ ภายในเทศกาล “Life After 40+” มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมงานสะท้อนตัวเองและตระหนักรู้ความต้องการของตนเอง เพราะ AIS เชื่อว่าหากคนเข้าใจตัวเองดีแล้ว พวกเขาจะมีแรงจูงใจในการแสวงหาความรู้ด้วยตัวเอง
ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) ทักษะสำคัญต่อมาคือความสามารถในการปรับตัว ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวมีคุณค่ามากกว่าความรู้เชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียวที่อาจล้าสมัยได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ลดความซับซ้อนของเทคโนโลยี (Demystifying Technology) โปรแกรมหรือหลักสูตรต่างๆ ของ AIS Academy มุ่งเน้นไปที่การสาธิตการใช้เครื่องมือที่เข้าถึงง่าย ซึ่งผู้คนมีอยู่แล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือ เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสใหม่ แทนที่จะเน้นการพูดคุยเชิงทฤษฎีหรือเทคโนโลยี AI ในระดับสูงและเป็นนามธรรม
สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Awareness) โดยภายในบูธของ AIS Academy จะมีเกมและกิจกรรมเชิงโต้ตอบ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้วิธีระบุและป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบต่างๆ
Jump Thailand Hackathon: พลังนวัตกรรมจากคนรุ่นใหม่
“อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สะท้อนพลังสร้างสรรค์ของงาน AIS ACADEMY for THAIs 2025 at LIFE FEST 40+ คือ Jump Thailand Hackathon เวทีที่เปิดกว้างให้เยาวชนคนรุ่นใหม่กว่า 300 ทีมจากทั่วประเทศได้มาปลดปล่อยความคิดและจินตนาการ เพื่อตอบโจทย์สังคมด้วยนวัตกรรมที่จับต้องได้ โดยธีมการแข่งขันในปีนี้คือ “นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ” ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ เยาวชนที่เข้าร่วมจะต้องออกแบบแนวคิด ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ที่สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ การเงิน การใช้ชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่การเข้าถึงเทคโนโลยีที่ง่ายและปลอดภัย” คุณกานติมาให้รายละเอียด


















