นายกฯ ชี้ “อีอีซี-ไฮสปีดเทรน” เส้นเลือดใหญ่เชื่อมไทย-จีน สร้างยุทธศาสตร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์และการผลิตสีเขียว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “Thailand–China Cooperation Expo 2025” ในวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน เสนอทิศทางความร่วมมือไทย–จีนในอนาคต ซึ่งครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เช่น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ซึ่งไม่เพียงเชื่อมโยงสองประเทศ แต่ยังเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมอาเซียนกับจีนตอนใต้ สร้างเครือข่ายการค้าและการท่องเที่ยวไร้รอยต่อ
ในขณะเดียวกัน ไทยพร้อมเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ โดยมีจีนเป็นพันธมิตรหลัก นอกจากนี้ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ไทยและจีนยังได้ร่วมกันกำหนดแผนพัฒนาการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจฉบับใหม่ ระยะ 5 ปี ช่วง พ.ศ.2568 – 2572 เพื่อขยายความร่วมมือสู่สาขายุทธศาสตร์ใหม่ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี การผลิตสีเขียว เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
สภาพัฒน์ แนะใช้กลยุทธ์ D-A-R-E ยกเครื่องโครงสร้าง ทางออกประเทศไทย

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ กล่าวในงานประชุมประจำปี 2568 ในหัวข้อ “ยกเครื่องโครงสร้างประเทศไทย Thailands Institutional Reform” ชี้ให้เห็นถึงผลการขับเคลื่อน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 แม้จะมีความพยายามในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ก้าวหน้ามากพอ หลายด้านยังไม่ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นโจทย์ที่ไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป ประเทศไทยต้อง “กล้า” ที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อผลักดันการพัฒนาให้เดินหน้า ภายใต้กรอบ D-A-R-E to Reform ได้แก่
D – Determination : ความมุ่งมั่นตั้งใจ
A – Action Together : การลงมือร่วมกันจากทุกภาคส่วน
R – Redesign Innovation : การออกแบบกติกาและนวัตกรรมเชิงสถาบันใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
E – Emergency Mindset : การตระหนักถึงความเร่งด่วน ต้องดำเนินการทันที
เทรนด์ Wellness Tourism กำลังมา ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พลิกโฉมกิจกรรมวันหยุด

Traveloka แพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวครบวงจรชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยเทรนด์สำคัญด้านความต้องการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เพิ่มขึ้น เทรนด์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตในวันหยุดของผู้คนได้ชัดเจน โดยนักเดินทางมองหาประสบการณ์ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ พร้อมใกล้ชิดกับธรรมชาติ และเน้นการพักผ่อนอย่างยั่งยืน
ที่พักต่างๆ บน Traveloka เช่น เกสต์เฮาส์ วิลล่า โฮมสเตย์ และแม้แต่สถานที่ตั้งแคมป์ กำลังกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่แสวงหาการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย และปรับสมดุลชีวิต ขณะเดียวกัน การค้นหาบริการสปาและนวด ออนเซ็น คลินิกเสริมความงาม ร้านเสริมสวย การนวดกดจุดและการนวดเฉพาะทางก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นเดียวกัน
เขย่าขวัญดอลลาร์! จีนเปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการ “หยวนดิจิทัล” นานาชาติ ดันสกุลเงินในระดับสากล
















