Friday, August 28, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.273

สกพอ. โชว์ศักยภาพ EECiti ผ่านเวที Belt and Road Summit ดึงนักลงทุนทั่วโลกสู่พื้นที่อีอีซี

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ.
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด Belt and Road Summit ครั้งที่ 10 ณ Hong Kong Convention & Exhibition Center (HKCEC) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือเพื่อการเปลี่ยนแปลง – สร้างอนาคตร่วมกัน: Collaborate for Change – Shape a Shared Future” โดยงานประชุมฯ ครั้งนี้ ได้รวบรวมเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้นำธุรกิจจาก 18 ประเทศและภูมิภาคที่อยู่ในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ซึ่งภายในงานมีการอภิปรายเชิงลึกเกี่ยวกับโอกาสในด้านการลงทุน การเงิน นวัตกรรมและเทคโนโลยี อุตสาหกรรมและบริการ และโครงสร้างพื้นฐาน
เลขาธิการ สกพอ. ได้ร่วมบรรยายพิเศษ Signature Belt and Road Projects Session ในหัวข้อ “EECiti: Smart & Sustainable “LIVE-WORK-PLAY” City” นำเสนอศักยภาพและความพร้อมของโครงการเมืองใหม่ EEC Capital City (EECiti) ทั้งในด้านการจัดหาผู้ร่วมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางในรูปแบบ Public Private Partnership (PPP) และด้านการจัดหาผู้ร่วมทุนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการประมาณปี 2569 โดย สกพอ. มีความตั้งใจที่จะใช้บทบาทของฮ่องกงในการระดมทุนจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก และอยู่ระหว่างหารือกับ Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการเปิดประมูลโครงการที่สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลวิจัย ชี้ ChatGPT เปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้ทั่วโลก นักสื่อสารองค์กรต้องเร่งปรับตัว

นายสราวุธ บูรพาพัธ ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อการสื่อสารองค์กร
ผลวิจัย OpenAI และ NBER ชี้ ผู้ใช้กว่า 700 ล้านคนทั่วโลกหันมาใช้ ChatGPT เป็น “ผู้ช่วยคิดและตรวจแก้” มากกว่าผู้ผลิตเนื้อหา นักสื่อสารควรพัฒนา Prompt Engineering และกลยุทธ์ AEO เพื่อตอบโจทย์ยุค AI โดยการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในแทบทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานสื่อสารและการตลาดองค์กร ที่ต้องเผชิญกับความคาดหวังที่สูงขึ้นจากผู้บริโภคและสังคม บทบาทของนักสื่อสารจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการผลิตเนื้อหา แต่ต้องพัฒนาไปสู่การวางกลยุทธ์ วิเคราะห์ข้อมูล และถ่ายทอดสารอย่างแม่นยำ
นายสราวุธ บูรพาพัธ ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อการสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ผลวิจัยพบว่า 40% ของข้อความไม่ได้เน้นการผลิตเนื้อหาใหม่ หากแต่ใช้เพื่อแก้ไข วิจารณ์ ปรับโทนเสียง สรุป หรือแปลข้อความ ซึ่งคิดเป็นสองในสามของการใช้งานทั้งหมด สะท้อนว่า ChatGPT ไม่ใช่แค่ “เครื่องมือผลิตเนื้อหา” แต่เป็น “ผู้ช่วยปรับแต่งเนื้อหา” อย่างมีประสิทธิภาพ สรุปว่า ยุค AI นักสื่อสารควรปรับวิธีนำเสนอให้ตอบโจทย์การค้นหาข้อมูลแบบตอบทันที (instant answers) ผลิตเนื้อหาแนว How-to และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการทำ AEO (Answer Engine Optimization) หากรู้จักใช้ AI อย่างเหมาะสม ไม่เพียงได้ผู้ช่วยอัจฉริยะ แต่ยังสามารถเพิ่มคุณค่าของบทบาทนักสื่อสารในระดับองค์กรและสังคมได้อย่างชัดเจน

เงินบาทแข็งค่า ท่องเที่ยวชะลอ ฉุดดัชนี MPI เดือน ส.ค. 68 หดตัวร้อยละ 4.19

นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 92.13 หดตัวร้อยละ 4.19 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 57.19 เป็นผลมาจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกระแสเงินทุนไหลเข้าและทิศทางดอกเบี้ยขาลงของสหรัฐฯ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าส่งออกของไทยสูงขึ้นในตลาดโลก กระทบความสามารถทางการแข่งขันด้านราคาของสินค้าส่งออกเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีราคาใกล้เคียงกัน รวมถึงมีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ หยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามแผนประจำปี และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อปรับเปลี่ยนสายการผลิตไปติดตั้งใหม่ที่โรงงานอีกแห่งภายในประเทศ ขณะที่ นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศชะลอตัว ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหารแช่แข็ง ไส้กรอก กระเป๋าเดินทาง รองเท้ากีฬา และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น

“ทรัมป์” ขู่เก็บภาษี 100% “ภาพยนตร์” ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ (29 ก.ย.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยว่าจะเรียกเก็บภาษีร้อยละ 100 กับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผลิตนอกสหรัฐฯ โดยอ้างว่าประเทศอื่นๆ ขโมยธุรกิจการสร้างภาพยนตร์ไปจากสหรัฐฯ ราวกับ “ขโมยลูกอมจากเด็กทารก”
สื่อท้องถิ่นรายงานว่าทรัมป์ยังไม่ได้ระบุชัดว่าจะเริ่มเก็บภาษีดังกล่าวเมื่อไหร่ หรือรัฐบาลของเขาจะคำนวณมูลค่าของภาพยนตร์อย่างไร และคำสั่งนี้จะมีผลกับภาพยนตร์ที่ถ่ายทำบางส่วนในต่างประเทศอย่างไร
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม ทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีร้อยละ 100 กับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผลิตในต่างประเทศที่นำเข้ามาฉายในสหรัฐฯ
ทรัมป์ระบุว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอเมริกากำลังตายอย่างรวดเร็ว และอ้างว่าประเทศอื่นๆ เสนอแรงจูงใจสารพัดเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้สร้างและสตูดิโอภาพยนตร์ให้ถอนตัวออกจากสหรัฐฯ สิ่งนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งยังเป็นการส่งข้อความและโฆษณาชวนเชื่ออีกด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากพรรคเดโมแครตประจำรัฐแคลิฟอร์เนียเคยวิพากษ์วิจารณ์กรณีทรัมป์ผลักดันให้เรียกเก็บภาษีจากภาคส่วนภาพยนตร์ โดยเตือนว่าอาจส่งผลให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น