Saturday, August 29, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.275

“เซมิคอนดักเตอร์” ดันส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ โตโดดเด่น 46% “สหรัฐฯ-จีน” ตลาดหลัก

นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยมูลค่าการผลิตรวมของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 30% โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เติบโตโดดเด่นถึง 46.04% จากชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์และคอมพิวเตอร์ที่ราคาสูงขึ้นตามดีมานด์โลก ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโตเพียง 6.30% ด้านดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เพิ่มเพียง 0.27% สะท้อนว่าแรงหนุนหลักคือ “ราคา” ไม่ใช่ปริมาณสินค้า
โดยในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวแต่ยังนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยเพิ่มขึ้น เป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 5 ของสหรัฐฯ ส่วนจีนแม้เศรษฐกิจเปราะบาง แต่การสนับสนุนเทคโนโลยีขั้นสูงทำให้การส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยไปจีนโตพุ่ง 164% ส่วน EU และอาเซียนต่างมุ่งกระจายความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน เปิดทางให้สินค้าไทยเข้าตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ อนาคตอุตสาหกรรมไทยจึงขึ้นอยู่กับการรักษาตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทานโลก และการปรับตัวเจาะตลาดสินค้าที่จำเป็นต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมเกมไทย อนาคตสใส แตะแสนล้านใน 5 ปี

ข้อมูล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เผยมูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ซึ่งรวมเกม แอนิเมชัน คาแร็กเตอร์ และ e-book อยู่ที่ประมาณ 44,000 ล้านบาท ในปี 2024 และมีการเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 7% โดยเฉพาะเกมที่ปีล่าสุดขยายตัวถึง 34% การส่งเสริมเกมและแอนิเมชันของไทยให้ผลิตและส่งออกได้ รวมถึงกระตุ้นการลงทุนจากต่างชาติไปพร้อมๆ กัน จะทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางพัฒนาเกมระดับภูมิภาค และช่วยขยับมูลค่าตลาดปีละ 10-20% คาดว่าใน 5 ปี อุตสาหกรรมเกมไทยจะเติบโตถึง 100,000 ล้านบาท โดยเฉพาะเกมมือถือที่ครองสัดส่วนรายได้เกินครึ่งของตลาดที่น่าสนใจ ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ “ผู้บริโภคเกม” แต่กำลังก้าวสู่การเป็น “ผู้สร้างเกม” อย่างจริงจัง เป็นหนึ่งใน Soft Power ของชาติ มีการวางกลยุทธ์สร้าง ecosystem เกม ตั้งแต่ผู้พัฒนา สร้างเวทีโชว์ผลงาน ไปจนถึงเชื่อมโยงสู่ตลาดโลก

โลกร้อน 1 ใน 4 ปัจจัยทำ “กันสาด” ย่านเขตพระนครทรุดตัว

ขอบคุณภาพ : ศูนย์วิทยุพระราม199
จากเหตุกันสาดทรุดตัว ปากซอยสำราญราษฎร์ เขตพระนคร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึง 4 ปัจจัยที่ทำให้กันสาดทรุดตัว ดังนี้
1. โครงสร้างมีอายุมาก ซึ่งกรณีตึกแถวที่เกิดเหตุมีอายุถึงกว่า 90 ปี ดังนั้นวัสดุก่อสร้าง เช่น คอนกรีต และเหล็กเสริมมีการเสื่อมสภาพ อีกทั้งคอนกรีตและเหล็กเสริมในยุคก่อนมีกำลังรับน้ำหนักไม่มากเหมือนในปัจจุบัน เมื่ออายุผ่านไปจึงเสื่อมสภาพได้
2. โครงสร้างกันสาดหรือระเบียงมีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่นปลาย มีจุดรองรับด้านเดียว คือปลายที่ยึดติดกับโครงสร้างหลักของอาคาร ดังนั้นโครงสร้างดังกล่าว จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะยุบตัวลงมาได้ง่ายกว่าโครงสร้างที่อยู่ด้านใน
3. โครงสร้างกันสาดหรือระเบียงมีลักษณะการใช้งานภายนอก ซึ่งต้องสัมผัสกับ ลม ฝน แสงแดด ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการแตกร้าวในโครงสร้าง จากนั้นความชื้นจะซึมเข้าไปถึงเนื้อเหล็กเสริม แล้วทำให้เหล็กเสริมกัดกร่อนเป็นสนิม สูญเสียเนื้อเหล็ก ทำให้ร่วงลงมา
4. สิ่งแวดล้อมในเขตเมือง มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากกิจกรรมต่างๆ เช่น การขนส่ง การเผาไหม้ ซึ่งก๊าซดังกล่าวทำให้เกิดคาร์บอเนชั่นในคอนกรีต ทำให้เหล็กเสริมเป็นสนิมได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น ผู้ใช้งานอาคาร จะต้องดูแลรักษาอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารเก่าที่เสื่อมสภาพไปตามเวลา และต้องรู้จักการสังเกตสัญญาณเตือนภัยต่างๆ เช่น เห็นคราบสนิม หรือ รอยร้าวขนาดใหญ่ในโครงสร้าง และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เข้าตรวจสอบ ก่อนที่รอยร้าวและสนิมจะลุกลามทำให้โครงสร้างพังถล่มลงมา

กระแสต่อต้านระอุ! “ไต้หวัน” คัดค้านข้อเสนอสหรัฐฯ แบ่งผลิตชิป “50-50”

ข้อเสนอใหม่เกี่ยวกับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่เสนอโดยสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงในไต้หวัน หลังจากฮาวเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เผยในบทสัมภาษณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกดดันให้เกาะไต้หวันของจีนย้ายการลงทุนและกำลังการผลิตชิปบางส่วนไปยังสหรัฐฯ เพื่อให้สหรัฐฯ สามารถผลิตชิปได้เองภายในประเทศครึ่งหนึ่ง
ลัทนิคยังชี้ว่าสหรัฐฯ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของไต้หวัน เกี่ยวกับการแบ่งผลิตเซมิคอนดักเตอร์ออกเป็น “50-50” ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐฯ ลดการพึ่งพาไต้หวันในด้านการผลิตชิปลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมชี้ว่าชิปของเราร้อยละ 95 ผลิตห่างออกไป 9,000 ไมล์ (ราว 14,000 กิโลเมตร) ในขณะที่จีน “ไม่ลังเล” ที่จะขู่ “ยึด” ไต้หวัน
การเปิดเผยข้อเสนอของลัทนิคเรียกกระแสคัดค้านทันทีในไต้หวัน สื่อหลายสำนักบนเกาะไต้หวันเผยแพร่บทความประณามข้อเสนอนี้ โดยระบุว่าเป็นข้ออ้างให้สหรัฐฯ แสวงหาผลประโยชน์ และเตือนว่าอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนบนเกาะไต้หวัน (ที่มา : ซินหัว)