Friday, August 28, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.284

CAAT ปลื้ม “ทศวรรษแห่งความภาคภูมิใจ” ก้าวสู่อนาคต “ฮับ” การบินไทยปลอดภัย ยั่งยืน และ เข้มแข็ง

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. จัดงานครบรอบ 10 ปีการก่อตั้ง ภายใต้แนวคิด “A Decade of Pride in Elevating Thai Aviation Towards a Sustainable Future – ทศวรรษแห่งความภาคภูมิใจ ยกระดับการบินของไทย สู่อนาคตอย่างมั่นคง” โดยมี พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวปาฐกถาพิเศษ สะท้อนเส้นทางแห่งความท้าทายและความสำเร็จ
ขององค์กรในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กำหนดทิศทางใหม่เพื่อยกระดับมาตรฐานการบินไทยในอนาคต โดย กล่าวถึงจุดเริ่มต้นว่า CAAT ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558 จากเจตนารมณ์ของประเทศในการยกระดับระบบกำกับดูแลความปลอดภัยการบินให้เทียบเคียงมาตรฐานสากล ภายใต้กฎหมายจัดตั้งเฉพาะและอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน นับแต่นั้น CAAT ได้ทำหน้าที่ Regulator ดูแลท้องฟ้าไทยให้ปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารและผู้ประกอบการการบินอย่างต่อเนื่อง
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ผ่านหมุดหมายสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะการ “ปลดธงแดง ICAO” ในเดือนตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแก้ไขข้อบกพร่องเชิงระบบ และการกลับมาของความเชื่อมั่นต่อการบินไทยอย่างแท้จริง กระทั่งในปี 2568 ประเทศไทยก้าวสู่ความสำเร็จอีกครั้ง
เมื่อองค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ประกาศให้ไทยกลับสู่สถานะ IASA Category 1 เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา สะท้อนถึงระบบกำกับดูแลความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล และเปิดทางสู่การฟื้นเส้นทางบินตรงไทย–สหรัฐฯ รวมถึงการเชื่อมต่อเครือข่ายการบินระหว่างทวีปที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 8 กันยายน 2568 ประเทศไทยยังผ่านการตรวจสอบระบบ
การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยภายใต้โครงการ ICAO USOAP CMA และได้รับคะแนนเบื้องต้น (Preliminary Score) 87.71 สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความแข็งแรงของกฎหมาย โครงสร้างองค์กร บุคลากร กระบวนการกำกับ และวัฒนธรรมความปลอดภัยของไทยที่เข้มแข็ง ขณะเดียวกัน CAAT ยังเตรียมเข้ารับการตรวจด้านการรักษาความปลอดภัยในโปรแกรม ICAO USAP ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญที่สะท้อนประสิทธิภาพของระบบการกำกับดูแลการบินของไทย

Wellness Tourism ไทยโตเร็วที่สุดในโลก ตอกย้ำผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพ

Traveloka ระบุ ประเทศไทยตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจเวลเนส (Wellness Economy) ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าตลาดสูงถึง 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2566 รายงาน Wellness Economy Monitor ล่าสุดของ Global Wellness Institute ระบุว่าอุตสาหกรรมเวลเนสไทยฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังการระบาดใหญ่ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เติบโตถึง 120% ต่อปี แซงหน้า 25 ประเทศชั้นนำ ตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะผู้นำเศรษฐกิจสุขภาพระดับโลก 
นักเดินทางในปัจจุบันกำลังมองหาการเดินทางที่ใช้เวลาในแต่ละสถานที่ต่างๆ นานขึ้น เพื่อสัมผัสบรรยากาศ ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจมากขึ้น การท่องเที่ยวแบบ Wellness ในไทยผสมผสานการพักผ่อน อาหารเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และการใกล้ชิดธรรมชาติ จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยยุคใหม่อย่างแท้จริง อีกทั้งยังสามารถรวมเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของประเทศไทยได้อย่างลงตัว 

บอลโลก 2026 ดันส่งออกลูกฟุตบอลไทยโตอีกครั้ง ติด Top 5 โลก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ ในปี 2024 ไทยติด Top 5 ผู้ส่งออกลูกฟุตบอลของโลก และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากเวียดนาม โดยมูลค่าการส่งออกลูกฟุตบอลไทยนั้นอยู่ที่ราว 2.9 พันล้านบาท
ฟุตบอลโลกเป็นแรงหนุนสำคัญต่อยอดส่งออกลูกฟุตบอลทุก 4 ปี โดยคาดว่าการแข่งขันในปี 2026 จะช่วยหนุนให้การส่งออกลูกฟุตบอลไทย ขยายตัวถึง 9.8%
ปัจจัยหนุนอุตสาหกรรมผลิตลูกฟุตบอลมีทั้งข้อได้เปรียบจากวัตถุดิบยางธรรมชาติ การผลิตที่ได้มาตรฐานสากล และกระแสฟุตบอลในประเทศที่เติบโต

หยุดยาว 8 วันในจีน พิสูจน์ ‘เทรนด์เที่ยวเมืองเล็ก’ มาแรง

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนร่วมชมขบวนพาเหรดมังกรบนม้านั่งในอำเภอผู่เจียง มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน วันที่ 5 ต.ค. 2025) // www.xinhuathai.com
ปักกิ่ง/เซี่ยงไฮ้, 10 ต.ค. (ซินหัว) — กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน เผยว่า วันหยุดยาว 8 วัน เนื่องในวันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์ของจีน ได้สร้างสถิติใหม่ด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเดินทางรวมทั้งสิ้น 888 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 123 ล้านครั้งเมื่อเทียบกับวันหยุดยาว 7 วันของปีก่อน ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่ 8.09 แสนล้านหยวน (ราว 3.71 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.08 แสนล้านหยวน (ราว 4.95 แสนล้านบาท) เมื่อเทียบปีต่อปี
การท่องเที่ยวในชนบทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยร้อยละ 22 ของชาวจีนในชนบทเดินทางรวมทั้งสิ้น 102 ล้านครั้ง คิดเป็นร้อยละ 11.5 ของการเดินทางภายในประเทศทั้งหมด
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 40 หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ และเบนความสนใจไปยังจุดหมายปลายทางที่เงียบสงบกว่า บริษัทถงเฉิง ทราเวล (Tongcheng Travel) ระบุว่า ยอดจองโรงแรมในอำเภอกว่า 30 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า