Sunday, August 30, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.289

นายกฯ คุย ปธน.เกาหลีใต้ แก้ปัญหา Scam ในกัมพูชา ผลักดัน FTA “พลังงานสะอาด เศรษฐกิจสร้างสรรค์”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หารือทางโทรศัพท์กับนายอี แช มย็อง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระหว่างการเยือน สปป. ลาว ตอบรับเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2025 ปลายเดือนนี้ พร้อมแสดงความเสียใจต่อกรณีการเสียชีวิตของชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา โดยระบุว่าไทยกำลังเจรจากับกัมพูชาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดน ซึ่งการปราบปราม scammer เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการเจรจา และขอความร่วมมือเกาหลีใต้ช่วยกดดัน ยืนยันหากไทยสามารถช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้ได้ ก็ยินดีทำอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-การลงทุน ตั้งเป้ามูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกัน 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมขอให้เกาหลีใต้เร่งสรุปผลการเจรจา FTA เพื่อเพิ่มปริมาณการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งไทยยืนยันสนับสนุนการลงทุนของเกาหลีใต้ และต้องการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่เกาหลีใต้มีความโดดเด่น เช่น พลังงานสะอาด เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้านเกาหลีใต้สนใจขยายการลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

3 ไตรมาสต่างชาติลงทุนไทยพุ่ง 2.53 แสนล้านบาท สิงคโปร์ มูลค่าอันดับ 1 จำนวน 8.6 หมื่นล้าน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เปิดเผยว่า 9 เดือน ปี 2568 (มกราคม – กันยายน) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 770 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 201 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 569 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 253,116 ล้านบาท โดยจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ญี่ปุ่น 142 ราย คิดเป็น 18% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 76,397 ล้านบาท 2. สหรัฐอเมริกา 116 ราย คิดเป็น 15% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 4,368 ล้านบาท 3. สิงคโปร์ 108 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 86,550 ล้านบาท 4.จีน 99 ราย คิดเป็น 13% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 21,925 ล้านบาท และ 5. ฮ่องกง 82 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 12,624 ล้านบาท

ไทยเดินหน้าเศรษฐกิจอวกาศ GISTDA เปิดวิสัยทัศน์ Spaceport เปลี่ยนจากผู้ใช้…สู่ผู้สร้าง

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA
ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA เปิดเผยว่า ปัจจุบัน GISTDA อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง Spaceport ในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบัน “เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy)” กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ทั้งในด้านเทคโนโลยีการปล่อยดาวเทียมขนาดเล็ก การสื่อสารผ่านดาวเทียม การสำรวจโลก และการใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนา Spaceport ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ไทยมีบทบาทเชิงรุกในเศรษฐกิจอวกาศ ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจในหลายมิติ ทั้งภาคการขนส่งอวกาศ การผลิตอุปกรณ์อวกาศ การให้บริการด้านการท่องเที่ยวเชิงอวกาศ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น พลังงานสะอาด การสื่อสาร และปัญญาประดิษฐ์

WEF คาดยอดลงทุน AI ทั่วโลก ทะลุ 5 แสนล้านดอลล์ในปี 2025

(แฟ้มภาพซินหัว : สัญลักษณ์ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอในงานโมบายล์ เวิลด์ คองเกรส ปี 2025 ในเมืองบาร์เซโลนาของสเปน วันที่ 6 มี.ค. 2025) // www.xinhuathai.com
ดูไบ, 16 ต.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันพุธ (15 ต.ค.) โบร์ก เบรนเด ประธานสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ซึ่งร่วมการประชุมสภาอนาคตโลกและความปลอดภัยทางไซเบอร์ ปี 2025 ในเมืองดูไบ กล่าวว่าโลกกำลังอยู่ในช่วง “การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4” ซึ่งมีแรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจสูงเกิน 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16.22 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 โดยเบรนเดคาดการณ์ว่าปัญญาประดิษฐ์อาจเพิ่มผลิตภาพทั่วโลกราวร้อยละ 10 ในทศวรรษหน้า แต่เทคโนโลยีนี้อาจพลิกโฉมตลาดงานและทวีคูณการแข่งขันในระดับโลก
ขณะเดียวกันเบรนเดเตือนว่าภัยคุกคามจากความปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังสร้างความเสียหายอย่างหนัก ความเสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วโลกสูงถึง 2-3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 64.8-97.3 ล้านล้านบาท) ต่อปี หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลก ซึ่งสิ่งนี้ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนของการดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศและกรอบการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งเพื่อก้าวทันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
เบรนเดกล่าวว่าการสร้างระบบธรรมาภิบาลทางดิจิทัลอันมีประสิทธิภาพกลายเป็นพันธกิจสำคัญสูงสุดในการปกป้องภาคส่วนต่างๆ ที่สำคัญ รวมถึงสร้างสมดุลระหว่างการสร้างสรรค์นวัตกรรมกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยสภาฯ กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อกำหนดแนวปฏิบัติอันครอบคลุมรอบด้านที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ