เอไอเอส สานต่อ ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ มอบเงินสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ รพ.เขาย้อย ย้ำปณิธาน “เปลี่ยนภาระเป็นพลัง” เสริมแกร่งระบบสาธารณสุขท้องถิ่นของไทยอย่างยั่งยืน

โรงพยาบาลเขาย้อย เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ตั้งอยู่ในอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี โดยสถานที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลักที่มุ่งลงสู่ภาคใต้ หรือ ถนนเพชรเกษม หากทราบข้อมูลเพียงเท่านี้ เชื่อว่าหลายคนอาจคิดว่าโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่น่าจะขาดไร้อะไรเพราะเป็นโรงพยาบาลในแหล่งชุมชนที่ไม่ได้ห่างไกลจากความเจริญ ทว่า หากได้ทราบถึงบริบทของอำเภอเขาย้อย ก็จะทำให้หลายคนเข้าใจว่า รพ.เขาย้อย เป็นมากกว่าโรงพยาบาลชุมชนและไม่ใช่แค่ที่พึ่งของชาวเขาย้อย แต่เป็นสถานที่รักษาพยาบาลของทั้งคนไทยและแรงงานต่างชาติในพื้นที่อีกด้วย


พญ.อรวรรณ ตะเวทิพงศ์ ผู้อำนวยการ รพ.เขาย้อย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ด้วยบริบทของอำเภอเขาย้อย ที่ในพื้นที่มีประชาชนชาวไทยอยู่ทั้งหมด 38,779 คน แต่ด้วยพื้นที่เขาย้อย ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมที่มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่กว่า 117 โรงงาน จึงมีแรงงานชาวต่างชาติที่ต้องดูแลกว่า 20,000 คน ในจำนวนนี้มีกว่า 10,000 คนที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน โรงพยาบาลเขาย้อยจึงมีหน้าที่หลักในการดูแลสุขภาพของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา กัมพูชา ลาว ทั้งในเขตอำเภอเขาย้อยและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งนับเป็นภาระงานที่หนักพอสมควรสำหรับโรงพยาบาลประจำอำเภอที่เล็กๆ แห่งนี้”
(เสื้อขาว) พญ.อรวรรณ ตะเวทิพงศ์ ผู้อำนวยการ รพ.เขาย้อย
“นอกจากนั้น ปัญหาที่ทางโรงพยาบาลต้องบริหารจัดการหลักๆ คือ การมีอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ไม่เพียงพอ ขณะที่อุปกรณ์การแพทย์ที่สำคัญ เช่น เครื่องเอกซเรย์ ก็ใช้งานมานานกว่า 10 ปี ทำให้บ่อยครั้งได้ผลการเอกซเรย์ที่ไม่ชัดเจนยากต่อการวินิจฉัยให้แม่นยำ”
“และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยเฉพาะทางอย่างผู้ป่วยจิตเวชที่เกิดจากการเสพสารเสพติดก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องจัดให้มีห้องพักผู้ป่วยจิตเวชโดยเฉพาะ พร้อมจัดให้มีระบบกล้องวงจรปิดเพื่อสังเกตอาการผู้ป่วย ป้องกันไม่ให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับอันตรายจากการเข้าไปดูแลรักษาผู้ป่วยด้วย ทั้งยังต้องมีการปรับปรุงสถานที่พักคอยให้กับผู้ป่วยและญาติที่มาโรงพยาบาลอีกด้วย”
ในวันนี้ “ภาระ” ที่เกิดขึ้นกับ รพ.เขาย้อย ได้เปลี่ยนเป็น “พลัง” แล้ว ด้วยโครงการ “รวมพลังด้วยหัวใจ สานต่อให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจัดกิจกรรมงาน AIS 35th Anniversary และการสานต่อ “ภารกิจคิดเผื่อ” ด้วยการมอบเงินสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และปรับปรุงสถานที่พักคอยให้แก่ รพ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการขยายโอกาสการเข้าถึงการให้บริการทางสาธารณสุขและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสาธารณสุขท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส
คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงการสานต่อ ภารกิจคิดเผื่อ และหัวใจสำคัญของการ “เปลี่ยนภาระเป็นพลัง” ด้วยการสนับสนุนทุนในการซื้อเครื่องมือแพทย์ ห้องพักผู้ป่วย และที่พักคอยให้กับ รพ.เขาย้อยว่า
“เอไอเอส ขอแสดงความอาลัยและร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการดูแลประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน ด้วยการสานต่อ ภารกิจคิดเผื่อ ที่เอไอเอส ยึดมั่นผ่านโครงการ “รวมพลังด้วยหัวใจ สานต่อให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลน” ที่จะช่วย “เปลี่ยนภาระเป็นพลัง” ส่งความห่วงใยคืนสู่สังคม ผ่านกิจกรรมระดมทุนเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ และปรับปรุงสถานที่พักคอยให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก และโรงพยาบาลเขาย้อย จ.เพชรบุรี รวมมูลค่ากว่า 6,200,000 บาท”

“โดยในปีนี้ เอไอเอส ได้อยู่คู่กับสังคมไทยมานานกว่า 35 ปี ซึ่งที่ผ่านมา ความสำเร็จตลอด 35 ปี ของเอไอเอสเกิดจาก ‘พลังคน’ ที่ร่วมกันสร้างรากฐาน คน วัฒนธรรม ความยั่งยืน ไว้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์บุคลากรและองค์กรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทุกก้าวของเอไอเอสจึงไม่ใช่แค่การสร้างความสำเร็จให้องค์กร แต่ยังสะท้อนโอกาสและคุณค่าที่ส่งกลับสู่สังคมไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานใหม่และขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างมั่นคง”
“พร้อมกันนี้ เอไอเอสยังจัดกิจกรรม ธารน้ำใจแบ่งปันอิ่มท้อง อุ่นใจ มอบอาหารและรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวเขาย้อย จ.เพชรบุรี ด้วยความตั้งใจที่จะสื่อสารด้วยการลงมือทำว่า เอไอเอส ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ชาวไทยมั่นใจได้ในคุณภาพเท่านั้น แต่เราจะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนให้เกิดการเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะระบบสาธารณสุขและการแพทย์ด้วย”

ทั้งนี้ คุณกานติมา ยังได้บอกเล่าเพิ่มเติมว่าจากการได้ลงพื้นที่มาสำรวจความต้องการของ รพ.เขาย้อย ซึ่งพบว่า
“รพ.เขาย้อย เป็นโรงพยาบาลชุมชนที่เป็นที่พึ่งทั้งของประชาชนชาวไทยในพื้นที่และแรงงานต่างประเทศ ที่เข้ามาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม และยังได้เห็นความตั้งใจและความเสียสละของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรการแพทย์ที่นี่ ที่ทำงานกันอย่างทุ่ม เต็มที่ เพื่อดูแลทุกคนตามปณิธาน “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ทำให้ เอไอเอส อยากเป็นส่วนหนึ่งในการ “เปลี่ยนภาระเป็นพลัง” เปลี่ยนความขาดแคลนให้เป็นโอกาส ด้วยการส่งมอบเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นและปรับปรุงพื้นที่รองรับผู้ป่วย เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพ และต่อยอดให้กลายเป็นพลังบวกของชุมชนในระยะยาว”
ด้าน พญ.อรวรรณ ผู้อำนวยการ รพ.เขาย้อย ได้เน้นย้ำว่า “ทางโรงพยาบาลต้องขอขอบคุณ เอไอเอส และพันธมิตรธุรกิจทุกท่าน ที่ส่งความช่วยเหลือนี้มาให้ รพ.เขาย้อย โดยเฉพาะการมอบอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ป่วยทุกคน การสนับสนุนจากเอไอเอสในครั้งนี้จะยิ่งช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทางโรงพยาบาลสามารถดูแล รักษา ผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ ตามแนวทางที่โรงพยาบาลยึดมั่น คือ “การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นั่นเอง”
ที่สุดแล้ว คุณกานติมา เน้นย้ำถึงแนวทางสำคัญที่ เอไอเอส ยึดมั่น นั่นคือ “ความยั่งยืนของธุรกิจไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากสังคมรอบข้างยังไม่เติบโต เราจึงดำเนินธุรกิจบนแนวทาง “สังคมกับบริษัทต้องเติบโตไปพร้อมกัน” สร้างสมดุลระหว่างความสำเร็จทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม ผ่านการลงมือทำจริงในทุกระดับ ตั้งแต่การดูแลพนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน ทุกโครงการของเอไอเอสจึงไม่เพียงตอบโจทย์ทางธุรกิจ แต่ยังมุ่งสร้าง “ผลลัพธ์ที่ดีร่วมกัน” เพื่อให้ทั้งองค์กรและสังคมไทยเดินหน้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และเติบโตเคียงข้างกันอย่างแท้จริง”

อัปเดตภารกิจคิดเผื่อในหลากหลายรูปแบบของ เอไอเอส

AIS Academy for THAIs เปิด 3 ไอเดียสุดล้ำจาก 3 ทีมผู้ชนะ ‘JUMP THAILAND Hackathon 2025’ ปลดล็อกศักยภาพคนรุ่นใหม่ สร้างโอกาสผู้สูงอายุและคนพิการด้วย แพลตฟอร์ม AI อัจฉริยะ

จากคลังความรู้สู่ภูมิคุ้มกันสังคม AIS Academy ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคตสังคมสูงวัยที่ไม่มีใครเป็นภาระ

“AIS Play Space” แลนด์มาร์กแห่งใหม่กลางกรุง สร้างสีสันให้ ‘สวนเบญจกิติ’ ผสานเทคโนโลยีกับพื้นที่สีเขียวสู่ Smart City เชื่อมทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

Previous articleส่งท้าย “เดือนประวัติศาสตร์คนผิวสี” กรณีศึกษา Howard Gayle นักเตะผิวดำคนแรกของ Liverpool
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.304
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์