Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.313

เปิด “กองทุนสร้างบุคลากรทักษะสูง” ป้อนอุตสาหกรรมยุคใหม่ 1 แสนคน พร้อมแข่งขันในเวทีโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใต้บีโอไอ ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน มีมติเห็นชอบ “มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่” จากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยจะสนับสนุนเงินให้กับมหาวิทยาลัย/สถาบันฝึกอบรมที่จะเป็นหน่วยงานแม่ข่าย (Node) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมและยกระดับทักษะของกำลังคนระดับ ปวส. ขึ้นไป ให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายพัฒนาบุคลากร 1 แสนคน แบ่งเป็นนักศึกษาที่เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน 30,000 คน และบุคลากรในตลาดแรงงานที่ต้องการยกระดับหรือปรับเปลี่ยนทักษะ (Upskill & Reskill) 70,000 คน 
รูปแบบการฝึกอบรมครอบคลุมทั้งแบบ Bootcamp, Onsite & Online Training รวมทั้งการฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ โดยหลักสูตรจะต้องมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือองค์ความรู้ขั้นสูงที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ และต้องได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ(อว.) โดยเงินสนับสนุนจะครอบคลุมค่าฝึกอบรม ค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยงระหว่างฝึกงาน และค่าตอบแทนผู้ดูแลการฝึกงาน  ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภายในเดือนมกราคม 2569 และดำเนินการฝึกอบรมให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับจากวันออกบัตรส่งเสริม

เตือน! ชิ้นส่วนยานยนต์ไทยปรับตัวด่วน เกาะห่วงโซ่อุปทาน “อีวี” จีน ใส่ระบบอัจฉริยะ ราคาย่อมเยา

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยรายงานจากนางสาวสายพร ใบบริบาลกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงแนวโน้มตลาดอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนปี 2025 คาดการณ์ว่ายอดขายรวมในประเทศและส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ของจีน จะสูงถึง 16.5 ล้านคัน เติบโต 30% โดยในไตรมาสที่สองของปี 2024 รถพลังงานใหม่มีสัดส่วนการครองตลาดภายในประเทศถึง 55% และในครึ่งแรกของปี 2025 ผู้บริโภคที่เลือกใช้รถพลังงานใหม่มีสัดส่วนเกิน 60% 
ทั้งนี้ จีนยังคงเป็นตลาดหลักของรถยนต์พลังงานใหม่ ในไตรมาสที่สองของปี 2025 จีนมีสัดส่วนตลาดถึง 63% ของยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลก โดยมียี่ห้อชั้นนำ อาทิ BYD ครองแชมป์ด้วยส่วนแบ่งตลาด 22% ตามมาด้วย Geely อยู่ที่ 10% ได้ร่วมกันขับเคลื่อนกระแส “เทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะเพื่อทุกคน” ทำให้ในปัจจุบันรถที่ติดตั้งระบบช่วยขับบนทางด่วนมีราคาไม่ถึง 100,000 หยวน (456,000 บาท) และรถที่ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ในเขตเมือง ราคาจะอยู่ในช่วงประมาณ 200,000 หยวน (912,000 บาท) สะท้อนให้เห็นว่าจีนกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการเข้าถึงเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะ และก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อย่างชัดเจน
ผู้ประกอบการไทยอาจใช้กลยุทธ์ของแบรนด์ต่างๆ ที่มีอัตราการเติบโตสูง อาทิ การให้ความสำคัญต่อการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน และการสร้างแบรนด์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบด้านผลิตภัณฑ์ การกำหนดราคา การใช้เทคโนโลยีการผลิต เพื่อวางแผนส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ ให้สามารถแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาดเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม และอาจพิจารณาหาโอกาสในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมรถไฟฟ้าจีนเพื่อขยายตลาดต่อไป

โพลชี้คนไทยพร้อมเลือกตั้ง แต่ห่วงความขัดแย้ง ซ้ำรอยเดิม

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ความพร้อมของพรรคการเมืองกับการเลือกตั้ง” จากประชาชนกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 1,174 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 4-7 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ค่อนข้างพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2569 โดยมองว่าการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นอาจจะเกิดความขัดแย้งหรือการเมืองซ้ำรอยเดิม ทั้งนี้อยากเห็นพรรคการเมืองเตรียมทีมงานมืออาชีพพร้อมทำงานจริงหลังการเลือกตั้ง โดยพรรคการเมืองที่มองว่ามีความพร้อมรับศึกเลือกตั้งมากที่สุด คือ พรรคประชาชน รองลงมาคือ พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย
น.ส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น แต่ยังมีเงาความไม่ไว้วางใจต่อการเมืองไทยอยู่ไม่น้อย โดยกังวลว่าจะเกิดสถานการณ์ซ้ำรอยเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา จึงอยากเห็นกติกาและระบบเลือกตั้งที่ยุติธรรมและเคารพเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้พรรคการเมืองควรจัดทัพเตรียมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมทำงานจริงหลังการเลือกตั้งและพิสูจน์ให้ได้ว่าพร้อมจริง ไม่ใช่แค่คำพูด

C3S ชี้ 2025 จ่อติดโผ 1 ใน 3 ปีที่โลกร้อนมากเป็นประวัติการณ์

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเดินอยู่ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 18 มิ.ย. 2025) // www.xinhuathai.com
สำนักงานบริการเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (C3S) ของสหภาพยุโรปเผยว่าปี 2025 มีแนวโน้มที่จะติดอันดับหนึ่งในสามปีที่มีอากาศอบอุ่นที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเดือนตุลาคม 2025 เป็นเดือนที่อบอุ่นเป็นอันดับที่สามทั่วโลก
ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิของช่วง 12 เดือน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2024 ถึงเดือนตุลาคม 2025 สูงกว่าระดับก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.50 องศาเซลเซียส ซึ่งตอกย้ำภาวะอากาศอบอุ่นผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
สำนักงานฯ คาดการณ์ว่าปี 2025 จะปิดท้ายด้วยการเป็นปีที่ร้อนที่สุดอันดับสองหรือสามนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล ซึ่งอาจมีระดับความร้อนใกล้เคียงกับปี 2023 และเป็นรองเพียงปี 2024 ซึ่งขึ้นแท่นเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ (ที่มา : ซินหัว)