ขณะนี้ ‘ลีเมอร์‘ สัตว์ประจำถิ่นของมาดากัสการ์ กำลังเผชิญภัยคุกคามรุนแรงจากผู้ ล่าที่คาดไม่ถึง นั่นคือตลาดมืดที่ต้องการเนื้ อลีเมอร์ในฐานะอาหารหรูสำหรั บคนรวย
ความต้องการนี้ทำให้ลีเมอร์ หลายพันตัวถูกสังหารโดยนักล่ามื ออาชีพ เพื่อนำไปขายเป็นเนื้อสัตว์ ราคาแพง ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยเสริมสุ ขภาพและความอ่อนเยาว์ จึงผลักดันให้เกิดการล่าสัตว์ ประจำถิ่นนี้ตลอดทั้งปี ส่งผลกระทบต่อประชากรลีเมอร์แม้ แต่สายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่หรื ออยู่ในช่วงสืบพันธุ์ ทั้งที่ตามกฎหมายของมาดากัสการ์ ห้ามล่าและค้าขายลีเมอร์โดยเด็ ดขาด
แม้จะมีกฎหมายเข้มงวด แต่การบังคับใช้ยังเป็นปัญหา ขณะที่ตลาดผิดกฎหมายนี้ยิ่งซ้ำ เติมแรงกดดันจากการสูญเสียถิ่ นอาศัยและการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นภัยหลักต่อประชากรลี เมอร์อยู่แล้ว
สิ่งที่น่ากังวลเป็นอย่างมากคือ กว่า 95% ของสายพันธุ์ลีเมอร์ทั้งหมดกำลั งเผชิญความเสี่ยงจากการสูญเสี ยถิ่นอาศัย การถูกล่า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยที่ผ่านมา ความเสี่ยงมักถูกโยงว่าเป็ นผลจากชุมชนชนบทที่ยากจน แต่การศึกษาฉบับใหม่พบว่า ทุกปีมีลีเมอร์อีกหลายพันตัวถู กล่าเพื่อป้อนตลาดเนื้ อราคาแพงในเมืองต่างๆ ของมาดากัสการ์


“และ 95% ของการค้าทั้งหมดเป็นรูปแบบลับๆ ที่ขายตรงถึงผู้บริโภค ไม่ใช่ผ่านร้านอาหาร” คอร์ตนี บอร์เกอร์สัน นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลั ยมอนต์แคลร์ สหรัฐฯ ผู้เขียนงานวิจัยฉบับนี้กล่าวกั บ Mongabay สื่อออนไลน์ด้านสิ่งแวดล้อมระดั บนานาชาติ
“นักล่ามืออาชีพเพียง 1 คน สามารถขายลีเมอร์ได้มากกว่า 200 ตัวต่อปีให้กับลูกค้าในเมือง” เขาระบุ
บอร์เกอร์สันเปิดเผยอีกว่ามี เครือข่ายการค้าเนื้อสัตว์ป่ าราคาแพงที่มีการจัดการอย่างเป็ นระบบ ดำเนินการโดยนักล่าผู้ใช้ปืนลู กซอง โดยเฉพาะเนื้อลีเมอร์เป็นเนื้ อที่มีราคาสูงที่สุดในเมืองต่างๆ ของมาดากัสการ์ ตลาดนี้ถูกผลักดันโดยชนชั้ นกลางและชนชั้นสูงในเมืองที่ต้ องการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และมองว่าเป็นการดูแลสุ ขภาพแบบหนึ่งที่เชื่อว่าช่ วยคงความอ่อนเยาว์และทำให้สุ ขภาพร่างกายแข็งแรง
บอร์เกอร์สันอธิบายเพิ่มเติมว่า การล่าเพื่อยังชีพในชนบทกั บการค้าเนื้อในเมืองเป็นระบบที่ แยกกัน แต่ต่างก็กดดันประชากรลีเมอร์ ในรูปแบบของตัวเอง ผู้ล่าในชนบทมักล่าสายพันธุ์ที่ พบมากที่สุด และเลือกช่วงเวลาที่ลีเมอร์มี ไขมันมากที่สุด แต่ผู้ล่าที่ล่าเพื่อป้ อนตลาดในเมืองกลับมุ่งล่าสายพั นธุ์ที่มีร่างใหญ่ เช่น ลีเมอร์สีน้ำตาลและลีเมอร์คอดำ- ขาว (สกุล Eulemur และ Varecia) ตลอดทั้งปี แม้ในช่วงตั้งครรภ์และเลี้ยงลู กอ่อน ซึ่งส่งผลร้ายอย่างหนัก

สมาคมไพรเมตวิทยานานาชาติ และคณะผู้เชี่ยวชาญไพรเมตแห่ งสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ ธรรมชาติ (IUCN) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อเตื อนถึงอันตรายจากการค้าเนื้อลี เมอร์ โดยระบุว่าการค้าลักษณะนี้ยิ่ งสร้างแรงกดดันให้กับผู้ เปราะบางที่อาศัยอยู่นอกเขตเมื อง พวกเขาต้องเสี่ยงทั้งคุ กและความอับอาย เพียงเพื่อแลกกับรายได้ที่มั่ นคง ขณะที่ผู้ซื้อในเมือง ซึ่งเป็นคนสร้างดีมานด์ตัวจริ งและมักมีฐานะดี กลับไม่ถูกแตะต้องแม้แต่น้อย
ด้าน รัสเซล มิตเทอร์ไมเออร์ ประธานคณะผู้เชี่ยวชาญไพรเมต IUCN กล่าวว่าการบังคับใช้ กฎหมายควรเน้นไปที่ผู้ซื้ อมากกว่าผู้ล่าที่มีรายได้น้ อยซึ่งหลายคนยอมทำเพราะไม่มี ทางเลือกอื่น
“รัฐบาลต้องใช้ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ มีอยู่ให้จริงจัง เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียลีเมอร์ ที่ไม่จำเป็นนี้ ส่วนสื่อเองก็มีบทบาทสำคัญ เราต้องทำให้ผู้บริโภคเหล่านี้ รู้สึกอับอาย ผ่านทั้งสื่อในประเทศและต่ างประเทศ และอาจใช้การล่อจับเพื่อเปิ ดเผยชื่อของพวกเขาให้สาธารณชนรู้ ”
FYI
ตามกฎหมายสัตว์ป่าของมาดากั
สการ์ ลีเมอร์ทุกชนิดไม่ว่าจะอยู่ ในสถานะใด ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด ห้ามล่า จับ ครอบครอง บริโภค หรือค้าขายโดยเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษคือจำคุก 1–5 ปี และปรับประมาณ 11,000–22,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
In brief
ความต้องการเนื้อลีเมอร์
ในมาดากัสการ์ไม่ได้เกิ ดจากความยากจนหรือการหาอาหารยั งชีพ แต่ ถูกขับเคลื่อนโดยผู้บริโภคในเมื องที่มีฐานะดี ซึ่งยินดีจ่ายราคาแพงเพื่อเนื้ อสัตว์ธรรมชาติที่เชื่อว่ามีคุ ณค่าต่อสุขภาพ นักล่ามืออาชีพที่มีปืนลู
กซองทำการล่าตลอดปี แตกต่างจากการล่าเชิงยังชี พในชนบทที่เกิดขึ้นตามฤดู กาลและเป็นลักษณะฉวยโอกาส เนื้อลีเมอร์กลายเป็นเนื้อสัตว์
ที่มีราคาแพงที่สุดในตลาดที่อยู่ ในเมืองต่างๆ ของมาดากัสการ์ และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิ ดการล่าผิดกฎหมายที่คุกคามลี เมอร์หลายสายพันธุ์ รวมถึงสายพันธุ์ที่ถูกจั ดสถานะว่าใกล้สูญพันธุ์
สถานการณ์อันเลวร้ายนี้ ส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์ชั ดเจน ผืนป่าของมาดากัสการ์กำลั งลดลงอย่างต่อเนื่องจากการตั ดไม้เพื่อทำการเกษตร การทำไม้เถื่อน และการขุดเหมือง ซึ่งล้วนคุกคามถิ่นอาศัยของลี เมอร์
การล่าเพื่อป้อนตลาดเนื้อสัตว์ ป่าอนุรักษ์ให้กับลูกค้าที่ร่ำ รวยในเมือง ถือเป็นภัยคุกคามใหม่ที่ร้ายแรง โดยเฉพาะต่อสายพันธุ์ลีเมอร์ ขนาดใหญ่ที่ถูกล่าในช่วงสืบพั นธุ์ ทำให้จำนวนประชากรฟื้นตัวได้ ยากยิ่งขึ้น
จริงอยู่ ที่ลีเมอร์ทุกสายพันธุ์ได้รั บการคุ้มครองตามกฎหมาย พร้อมบทลงโทษรุนแรงทั้งจำคุ กและปรับหนัก ทว่าการบังคับใช้ยังเผชิญอุ ปสรรคจากปัญหาคอร์รัปชั นและความต้องการบริโภคเนื้อลี เมอร์ของคนรวยที่ยังมีอยู่สูงทั่ วประเทศ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ ายลงเป็นลำดับนี้ มีเสียงเรียกร้องให้ทุกภาคส่ วนที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาอย่ างจริงจัง โดยนักอนุรักษ์และนักไพรมาโตวิ ทยาเรียกร้องให้มี มาตรการเฉพาะเจาะจงเพื่อรับมื อกับตลาดเนื้อป่าหรูในเมือง เช่น การควบคุมปืนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น การบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาด และการสร้างอาชีพทางเลือกให้ชุ มชนชนบทที่พึ่งพารายได้จากการล่ า ขณะเดียวกัน ประชาชนในมาดากั สการ์ยังมีความตระหนักเกี่ยวกั บปัญหาตลาดเนื้อลีเมอร์ในเมื องค่อนข้างจำกัด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี การสื่อสารสาธารณะและสนับสนุ นนโยบายที่จริงจัง

ภัยคุกคามที่ไม่คาดคิดต่
อชะตากรรมของลีเมอร์ในมาดากั สการ์ คือความต้องการเนื้อสัตว์ ราคาแพงจากเศรษฐีในเมืองใหญ่ ที่ผลักดันการล่าอย่างผิ ดกฎหมายและยิ่งทำให้สถานการณ์ การอนุรักษ์ของสัตว์สัญลักษณ์ เหล่านี้เลวร้ายลง การแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศั ยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้ มงวดควบคู่ไปกับการมีส่วนร่ วมของชุมชนและแนวทางพั ฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ ลีเมอร์แห่งมาดากัสการ์ไม่ใช่ เพียงสัตว์ป่า แต่คือขุมทรัพย์ล้ำค่าที่ไม่มี ที่ใดในโลก เพราะในขณะที่หลายประเทศภาคภูมิ ใจในสัญลักษณ์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นหอไอเฟลของฝรั่งเศส รูปปั้นเทพีเสรีภาพของสหรั ฐอเมริกา พีระมิดของอียิปต์ หรือกำแพงเมืองจีน แต่มาดากัสการ์กลับมีมรดกอันยิ่ งใหญ่ที่มีชีวิต นั่นคือ ‘ลีเมอร์’ สิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่ บนโลกมายาวนานเกือบ 50 ล้านปี

50 ล้านปีก่อน คือช่วงปลายยุคพาลีโอจีน (Paleogene) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหายุคซี
โนโซอิก (Cenozoic) ยุคนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกเริ่ มฟื้นตัวหลังจากการสูญพันธุ์ครั้ งใหญ่ของไดโนเสาร์ และเป็นยุคเริ่มต้นของสิ่งมีชี วิตกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้ วยนมและนก
กระทั่งกลายเป็นรากเหง้าทางอั ตลักษณ์ของชาติ เกาะที่ใหญ่อันดับ 4 ของโลกแห่งนี้ มีความภาคภูมิใจในลีเมอร์ไม่ต่ างจากสมบัติประจำชาติ และยังเป็นหัวใจสำคั ญของความหลากหลายทางชีวภาพที่ต้ องเร่งปกป้องอย่างยิ่งยวด
แม้มาดากัสการ์จะมีพื้นที่เพียง 0.4% ของผิวโลก แต่กลับเป็นบ้านของ 20% ของไพรเมต (กลุ่มของสัตว์เลี้ยงลูกด้ วยนมที่มีความใกล้ชิดกับมนุษย์ ทางวิวัฒนาการ) ทั่วโลก และมีลีเมอร์มากถึง 112 สายพันธุ์ ทั้งหมดพบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้ น พวกมันอาศัยอยู่ในป่ าหลากหลายระบบนิเวศ ทำหน้าที่เป็นผู้กระจายเมล็ดพั นธุ์และผสมเกสรให้พืชเฉพาะถิ่ นจำนวนมาก นอกจากเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่ องเที่ยวแล้ว ลีเมอร์ยังเป็นกลไกสำคัญที่ ทำให้สมดุลทางนิเวศของมาดากั สการ์ยังคงดำรงอยู่

ลีเมอร์ทุกสายพันธุ์ล้วนพึ่ งพาป่าเป็นบ้าน ทว่าการทำลายป่าอย่างรวดเร็ว การเผาป่า การล่าสัตว์ และการจับไปขายเพื่อบริโภค กลับผลักดันให้ลีเมอร์ต้องเผชิ ญความเสี่ยงสูญพันธุ์ถึง 95%
ในทุกปี มาดากัสการ์สูญเสียพื้นที่ป่ าราว 500,000 ไร่ จากไฟป่าและการแผ้วถางเพื่อกิ จกรรมต่างๆ รวมถึงการทำเหมืองพลอย หากอัตราการทำลายถิ่นอาศัยขิงลี เมอร์ยังดำเนินต่อไปแบบไม่ชะลอ สักวันหนึ่ง ป่าของมาดากัสการ์ อาจหายไปจากแผนที่โลก และเมื่อสิ้นผืนป่า ลีเมอร์ก็จะสูญพันธุ์ไปด้วย โดยปัจจุบันมี 17 สายพันธุ์ ที่ไม่หลงเหลืออยู่บนโลกนี้แล้ว และตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นอย่ างน่าวิตก หากยังไม่มีมาตรการอนุรักษ์ที่ จริงจังและเร่งด่วน
แม้หลายภาคส่วน ทั้งสมาคม องค์กร NGO ชุมชนท้องถิ่น และรัฐบาลมาดากัสการ์ จะร่วมมือกันปกป้องลีเมอร์ แต่การทำลายถิ่นอาศัยและการล่ ายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ แต่การบังคับใช้กลับหละหลวม เปิดทางให้การล่าลีเมอร์ และการทำลายป่าเกิดขึ้นแบบไร้ การควบคุม โดยมีปัญหาการบริหารจั ดการและคอร์รัปชันในบางหน่ วยงานเป็นอุปสรรคสำคัญ

ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา มาดากัสการ์ได้จัดงาน World Lemur Festival เพื่อสร้างความตระหนักถึ งความสำคัญของลีเมอร์และการปกป้ องสัตว์ป่าดึกดำบรรพ์นี้ และปัจจุบันเทศกาลนี้จัดขึ้ นในหลายภูมิภาคของมาดากัสการ์ และในต่างประเทศ พร้อมทั้งมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน Madagascar Lemur Portal เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงข้อมู ลเกี่ยวกับลีเมอร์และสถานการณ์ ทางนิเวศวิทยาได้สะดวกยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม จำนวนสายพันธุ์ที่ถูกจัดอยู่ ในสถานะเสี่ยงสูญพันธุ์ หรือใกล้สูญพันธุ์ ยังคงเพิ่มสูงขึ้น และแม้ในเขตอนุรักษ์หลายแห่ง การล่าลีเมอร์ก็ยังเกิดขึ้นต่ อไป
ด้วยเหตุนี้ จึงถึงเวลาที่โลกต้องร่วมกันเรี ยกร้องให้มี ‘วันลีเมอร์โลก‘ (World Lemur Day) อย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้ นความสนใจจากประชาคมนานาชาติ และเน้นย้ำให้เห็นว่าลีเมอร์คื อส่วนหนึ่งของมรดกโลกที่ต้ องปกป้องอย่างจริงจัง และวันสำคัญนี้ควรได้รับการรั บรองอย่างเป็นทางการจากยูเนสโก เพื่อให้เสียงเรียกร้องเพื่ ออนาคตของลีเมอร์ดังไกลไปทั่ วโลก
ที่มา :
- Madagascar’s lemurs: a 50-million-year-old loegacy at the brink of extinction
- Lemurs in Madagascar Face an Unexpected Killer
- Urban appetite for lemur meat piles pressure on iconic primates















