รวมพลัง 100 นักวิจัยด้านอาหาร ‘RUN TOP100’ นำเสนอโซลูชันขับเคลื่อน อุตสาหกรรมอาหารของไทย ให้ไปได้ไกลกว่าเดิม @ FoodX Premiumization Day 2025

ความจริงสำคัญที่ได้รับการหยิบมาพูดถึงพร้อมตั้งคำถามไปในเวลาเดียวกันบนเวที FoodX Premiumization Day 2025 ใน Visionary Stage คือ ทำไม อุตสาหกรรมอาหารของไทยจึงยังพัฒนาไปได้ไม่สุด? โดยมีหลายประเด็นที่เป็นคำตอบซึ่งชวนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาขบคิดร่วมกัน

หนึ่งในมุมมองที่ทรงพลังไม่น้อยมาจาก ดร.เจริญ แก้วสุกใส ประธานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มองว่าทิศทางการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการภาค อุตสาหกรรมอาหารของไทย ยังไม่ชัดเจนและจริงจังมากพอ ทั้งที่ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็น “ครัวของโลก” มีจุดเด่นและมีความได้เปรียบทั้งในด้านการเป็นเจ้าของวัตถุดิบที่หลากหลาย เทคโนโลยี ภูมิปัญญาในภาคการผลิตอาหารก็มีมหาศาลไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่ภาคกำหนดนโยบายกลับไปให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีการผลิตเองด้วยซ้ำ

นอกจากนั้น อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ ที่มาตอบได้ว่า ทำไม อุตสาหกรรมอาหารของไทย จึงยังพัฒนาไปได้ไม่สุด? คือ ขาดการนำองค์ความรู้ในภาคมหาวิทยาลัยหรือภาคการวิจัยไปใช้ประโยชน์และต่อยอดในเชิงพาณิชย์มากพอ ด้วยหตุนี้ สำนักงานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้รวม 100 นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร (RUN TOP 100) จาก 8 มหาวิทยาลัยในเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) เปิดตัวร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนให้โซลูชันกับผู้ประกอบการ ในกิจกรรม Table Talk – R&D For Growth ภายในงาน FoodX – Business for Food Forum – Premiumization Day 2025 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา
รศ.ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รศ.ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงภารกิจของ RUN Office และ การเปิดตัว RUN TOP100 ในงาน FOODx ว่า
“ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 10 ปี โดยเครือข่าย RUN ทำหน้าที่เป็น Think Tank หรือ Solution Provider ให้กับประเทศ ซึ่ง RUN Office จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์”
“และวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง RUN Office ก็เพื่อที่จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทำวิจัย เช่น ห้องปฏิบัติการ โรงงานต้นแบบ ศูนย์สัตว์ทดลอง เครื่องมืออุปกรณ์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ใน 10 คลัสเตอร์วิจัย ครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งด้านสุขภาพ เกษตรและอาหาร อาหารมูลค่าสูง การเกษตร พลังงาน ดิจิทัล วัสดุขั้นสูง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โลจิสติกส์ และอาเซียนศึกษา”

“โดยในปีนี้ RUN นำ RUN TOP100 หรือนักวิจัยด้านอาหารเชิงลึก 100 ท่านจากเครือข่าย RUN จาก 6 กลุ่มงานวิจัย ซึ่งงานวิจัยแต่ละด้านล้วนเป็นเทรนด์อาหารแห่งอนาคต ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ 
  1. การแปรรูปอาหารขั้นสูง (Advance Food Processing) ได้แก่ การประมวลผล และเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารรูปแบบใหม่ ที่ช่วยรักษา ลดการสูญเสียคุณภาพอาหาร สามารถยืดอายุการเก็บรักษา และสร้างคุณประโยชน์เชิงหน้าที่ของอาหาร สร้างอาหารที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่นการป้องกัน การกักเก็บ หรือนำส่งสารอาหารสำคัญ
  2. การผลิตอาหารฟังก์ชั่น และส่วนประกอบอาหาร (Functional Food and Ingredients Production) ได้แก่ การออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์ฟังก์ชั่น หรือส่วนประกอบอาหาร เช่น โปรไบโอติก พรีไบโอติก และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ส่งผลดีต่อร่างกาย
  3. การออกแบบอาหารเฉพาะบุคคล (Personalized Food Design) คือการออกแบบกระบวนการผลิตอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคล หรือตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภค เช่น อาหารสำหรับผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ นักกีฬา หรือ กลุ่มคนทำงาน เป็นต้น
  4. บรรจุภัณฑ์อาหารฟังก์ชัน (Functional Food Packaging) ที่มีลักษณะพิเศษ หรือบรรจุภัณฑ์อัฉริยะ ที่สามารถรักษาคุณภาพยืดอายุอาหาร หรือสามารถแสดงสัญญาณบ่งชี้ระดักบความสุก หรือความเน่าเสียของอาหาร
  5. สื่อสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่าอาหาร (Creative Content to Increase Value of Food) การออกแบบอาหาร การส่งเสริม Soft Power ด้านอาหาร เป็นต้น
  6. โปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) เช่น งานวิจัยด้านการผลิตแหล่งโปรตีนทางเลือก หรือการพัฒนาโปรตีนทางเลือกที่ปลอดภัย หรือการขยายสเกลการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
“โดยภายในบูธของ RUN Office ในงาน FoodX : Business for Food Forum Premiumization Day 2025 เปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสเข้ามาพูดคุย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และให้คำปรึกษาในการแก้ปัญหาด้านการผลิตอาหารให้กับภาคเอกชนในทุกมิติ”
นอกจากนั้น รศ.ดร.ชาลีดา ยังได้เน้นย้ำด้วยว่า “งานในวันนี้ ถือเป็นเวทีแรกของประเทศไทยที่นักวิจัยได้เข้ามาพูดคุย เข้าใจความต้องการ และเห็นปัญหาของผู้ประกอบการมากขึ้น สามารถทำงานวิจัยที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้จริง เป็นการเพิ่มโซลูชันให้แก่ผู้ประกอบการ ที่จะขับเคลื่อนให้สินค้าและบริการของไทยแตกต่างจากคู่แข่ง”

“ในกิจกรรม “Table Talk – R&D For Growth” ภายในงาน FoodX นับเป็นมิติใหม่ในการเชื่อมโยงนักวิจัย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร โดยการเปิดพื้นที่ในแบบโต๊ะเจรจาธุรกิจ ที่ผู้สนใจที่เข้ามาชมงานสามารถเข้ามานั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง สอบถามขอคำแนะนำ หรือกับนักวิจัยแต่ละกลุ่มทั้งร้อยท่าน หรือทำความรู้จัก หาความร่วมมือกับผู้ประกอบการในธุรกิจอาหาร ได้ตลอดทั้งวัน เป็นการสร้างโอกาสในการเปิดประตูในการพัฒนาธุรกิจอาหารด้วย เทคโนโลยี และนวัตกรรมขั้นสูงจากนักวิจัยไทย จาก RUN TOP 100”
ส่วนในประเด็นเรื่องความคาดหวังผลลัพธ์ต่อจากงานในวันนี้ รศ.ดร.ชาลีดา กล่าวว่า “จากวันนี้ นักวิจัย และผู้ประกอบการจะรู้จักและเข้ากันมากขึ้น และสามารถเข้าถึงทุนจากภาครัฐในการสนับสนุนงบประมาณการพัฒนางานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นกลไกจาก BOI ในการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น”

“ตัวอย่างงานวิจัยด้านอาหารที่สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการ เช่น อาหารเชิงสุขภาพที่กำลังอยู่ในกระแส มีงานวิจัยด้านโปรไบโอติกสายพันธุ์ไทยที่มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลหรือควบคุมคลอเรสเตอรอล ที่ได้รับการทดสอบในสัตว์และคน งานวิจัยในการพัฒนาแป้งทนย่อย การพัฒนาอาหารผู้สูงอายุ โปรตีนทางเลือก หรือในกลุ่มแปรรูปอาหาร เช่น การฆ่าเชื้อในอาหารและเครื่องดื่มด้วยแรงดันสูง พลาสม่ากำจัดมอด การพัฒนาเปลือก เศษใบของใบสับปะรดเป็นหนังจากใยสับปะรด ทดแทนหนังจากสัตว์ หรืองานวิจัยเครื่องสำอาง น้ำหอมชื่อดังที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน มาจากนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเครือข่ายของ RUN และอีกหลายงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่แล้ว”
“แต่อย่างไรก็ดี ยังมีงานวิจัยอีกมาก ที่ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ และการถ่ายทอดสู่ผู้ประกอบการได้มากขึ้น โดยทิศทางงานวิจัยในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย คือการพัฒนาอาหารไทย เชื่อมโยงผู้ประกอบการ และนักลงทุน ผสมกับการดีไซน์ เล่าเรื่องราวของอาหารไทย ผสมผสานการนำนวัตกรรมด้านเกษตรอาหารของไทย และมองตลาดให้ถูกจุด สามารถเปลี่ยนสินค้าไทยให้เป็นสินค้าพรีเมี่ยมได้”
(ซ้าย) รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร, (ขวา) รศ.ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล
ด้าน รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย หรือ RUN ให้ข้อมูลภาพรวมการทำงานของ RUN เพิ่มเติมในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่า
“เราคาดหวังให้ RUN เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอีโคซิสเตมการวิจัยให้ครบวงจรมากขึ้น โดยกลไกสำคัญที่เราทำ คือ การรวบรวมเอาคณาจารย์และนักวิจัยที่มีความสามารถเข้ามาอยู่ในเวทีเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปพร้อมกัน”
“ทั้งนี้การดำเนินงานในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จะมีการประชุม RUN ทุกปี และมีเวทีในการช่วยพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ นักวิจัยรุ่นกลาง และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างนักวิจัยอาวุโสกับนักวิจัยรุ่นใหม่ รวมถึงมีกิจกรรมในการดึงแหล่งทุนภายนอกทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาสนับสนุนโครงการวิจัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง”

“นอกจากนั้น ทุกปีก็จะมีการนำเสนอผลงานวิชาการและผลงานการวิจัยของ 8 มหาวิทยาลัยเครือข่าย โดยในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา RUN มุ่งเน้นสนับสนุนในเรื่องของพลังงานทดแทน ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่วนในปี 2568 นี้ ได้มีผลักดันในเรื่องของนวัตกรรมอาหารอย่างการมาร่วมนำเสนอผลงานในงาน FoodX – Business for Food Forum ในวันนี้”

เรียนรู้จากภารกิจการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทยในหลากหลายมิติ 

สกพอ. โชว์ความสำเร็จ EEC Model พัฒนาบุคลากรทักษะสูง ป้อนอุตสาหกรรมเป้าหมายในอีอีซี

กองทุนเพิ่มขีดความสามารถของไทย พร้อมขยายกำลังสร้างทักษะใหม่ (New Skill) ให้คนไทย ตอบสนองความต้องการ 8 อุตสาหกรรมเป้าหมายมาแรง

8 อุตสาหกรรมที่ต่างชาติเชื่อมั่นศักยภาพไทย เข้ามาตั้งฐานลงทุนระยะยาว