Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.342

OECD ชื่นชมไทย ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานทันสมัย โปร่งใส แข่งขันได้มากขึ้น

วันนี้ (8 ธ.ค. 68) เวลา 12.30 น. นายฟรานติเช็ก รูซิกกา (Mr. František Ružička) รองเลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ในนามของนายมาทีอัส คอร์มันน์ (Mr. Mathias Cormann) เลขาธิการ OECD เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของไทย ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 
รองเลขาธิการ OECD ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมเป็นสมาชิก ยืนยันพร้อมสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ โดยการยกระดับมาตรฐานต่าง ๆ จะเปิดโอกาสและบทบาทของไทยในความร่วมมือระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น ขณะที่การเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของไทย ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของประเทศในการรับมือความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนกระบวนการด้วยความมุ่งมั่น และขอรับคำแนะนำจาก OECD อย่างใกล้ชิด

หอการค้าไทย หนุนรัฐบาลแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เด็ดขาด ชัดเจน และยุติโดยเร็ว

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนามภาคเอกชนไทยขอแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีเหตุปะทะเกิดขึ้นเพิ่มเติมในช่วงที่ผ่านมา
โดยขอย้ำว่า ภาคเอกชนมิได้สนับสนุนให้เกิดความรุนแรง การเผชิญหน้า หรือสงครามในทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประเทศไทยถูกละเมิดอธิปไตย และมีการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างประเทศหลายครั้ง ประเทศไทยย่อมมีสิทธิและความจำเป็นในการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนตามหลักสากล จำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาด ชัดเจน และยุติโดยเร็ว เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และทำให้ระบบเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง หอการค้าไทยจึงขอสนับสนุนรัฐบาลในการเร่งแก้ไขปัญหาให้จบโดยเร็วและโดยสิ้นเชิง

CAAT ออกประกาศห้ามบินโดรนใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา และพื้นที่เสี่ยง มีผลบังคับใช้ 9 ธ.ค. 68 เป็นต้นไป

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศฉบับที่ 12 เรื่อง “ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 ธันวาคม 2568 จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ และให้การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
พื้นที่ที่ห้ามบินเด็ดขาด
– พื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นระดับจังหวัด ใน 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี
– พื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นที่ระดับอำเภอ ได้แก่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และอ.บ้านฉาง จ.ระยอง 
– พื้นที่รัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด 
– พื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ

จีนสร้าง “ฝนเทียม-หิมะเทียม” เพิ่มหยาดน้ำจากฟ้ากว่า 1.67 แสนล้านตัน

(แฟ้มภาพซินหัว : แม่น้ำโม่รื่อเก๋อเล่อบนทุ่งหญ้าที่มีหิมะปกคลุมในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน วันที่ 3 ธ.ค. 2025)
สำนักข่าวซินหัว รายงาน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศจีนรายงานการผลิตฝนเทียมและหิมะเทียมเพิ่มขึ้นในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (2021-2025) ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณน้ำหยาดฟ้าสะสม 1.67 แสนล้านตัน พร้อมป้องกันลูกเห็บเทียมในขณะเดียวกัน ซึ่งช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 6.03 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.71 แสนล้านบาท)
รายงานระบุว่าปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศของจีน ช่วยสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ รวมถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรอย่างมาก โดยปัจจุบันปฏิบัติการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 68 ของแหล่งผลิตธัญพืชหลัก ร้อยละ 63 ของเขตทางนิเวศวิทยาหลัก และร้อยละ 55 ของสวนผลไม้ทั่วประเทศ
ปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศยังกระตุ้นการปรับปรุงระบบนิเวศ หลังจากมีการทำฝนเทียมและหิมะเทียมทั้งปีในพื้นที่สำคัญอย่างซานเจียงหยวนหรือพื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำสามสาย ได้แก่ แม่น้ำแยงซี แม่น้ำเหลือง และแม่น้ำหลานชาง ซึ่งช่วยให้ความครอบคลุมของพืชพรรณในภูมิภาคดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ทั้งนี้ สำนักงานฯ เสริมว่าหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของจีนจะเพิ่มประสิทธิภาพของปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อส่งเสริมการบรรเทาภัยพิบัติ การผลิตทางการเกษตร การคุ้มครองและฟื้นฟูระบบนิเวศ และการรับมือเหตุฉุกเฉินที่สำคัญในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030)