OECD ชื่นชมไทย ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานทันสมัย โปร่งใส แข่งขันได้มากขึ้น

วันนี้ (8 ธ.ค. 68) เวลา 12.30 น. นายฟรานติเช็ก รูซิกกา (Mr. František Ružička) รองเลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ในนามของนายมาทีอัส คอร์มันน์ (Mr. Mathias Cormann) เลขาธิการ OECD เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของไทย ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
รองเลขาธิการ OECD ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมเป็นสมาชิก ยืนยันพร้อมสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ โดยการยกระดับมาตรฐานต่าง ๆ จะเปิดโอกาสและบทบาทของไทยในความร่วมมือระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น ขณะที่การเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของไทย ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของประเทศในการรับมือความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนกระบวนการด้วยความมุ่งมั่น และขอรับคำแนะนำจาก OECD อย่างใกล้ชิด
หอการค้าไทย หนุนรัฐบาลแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เด็ดขาด ชัดเจน และยุติโดยเร็ว

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนามภาคเอกชนไทยขอแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีเหตุปะทะเกิดขึ้นเพิ่มเติมในช่วงที่ผ่านมา
โดยขอย้ำว่า ภาคเอกชนมิได้สนับสนุนให้เกิดความรุนแรง การเผชิญหน้า หรือสงครามในทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ประเทศไทยถูกละเมิดอธิปไตย และมีการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อตกลงระหว่างประเทศหลายครั้ง ประเทศไทยย่อมมีสิทธิและความจำเป็นในการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนตามหลักสากล จำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาด ชัดเจน และยุติโดยเร็ว เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และทำให้ระบบเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง หอการค้าไทยจึงขอสนับสนุนรัฐบาลในการเร่งแก้ไขปัญหาให้จบโดยเร็วและโดยสิ้นเชิง
CAAT ออกประกาศห้ามบินโดรนใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา และพื้นที่เสี่ยง มีผลบังคับใช้ 9 ธ.ค. 68 เป็นต้นไป

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศฉบับที่ 12 เรื่อง “ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 ธันวาคม 2568 จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ และให้การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
พื้นที่ที่ห้ามบินเด็ดขาด
– พื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นระดับจังหวัด ใน 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี
– พื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นที่ระดับอำเภอ ได้แก่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และอ.บ้านฉาง จ.ระยอง
– พื้นที่รัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด
– พื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ
จีนสร้าง “ฝนเทียม-หิมะเทียม” เพิ่มหยาดน้ำจากฟ้ากว่า 1.67 แสนล้านตัน














