ในโลกของความยั่งยืน หรือ ESG (Environmental, Social, Governance) เรามักพบปัญหาหนึ่งที่เรียกว่า The Implementation Gap หรือช่องว่างระหว่างสิ่งที่ ประกาศไว้ในนโยบายกับสิ่งที่เกิ ดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ แต่ในสัปดาห์นี้ (13-15 มกราคม) งาน World Future Energy Summit (WFES) 2026 ที่อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า “เวลาแห่งการพูดจบลงแล้ว และเวลาแห่งการลงมือทำได้เริ่ มขึ้นอย่างเต็มตัว”
ทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง กระแสความมุ่งมั่นในการขับเคลื่ อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลั งงานสะอาดพุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็ นประวัติการณ์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศแผนลงทุนกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในพลังงานหมุนเวียนภายในสิ้ นทศวรรษนี้ ควบคู่กับการระดมเงินทุนด้ านเทคโนโลยีสะอาดที่เกี่ยวข้ องกับสภาพภูมิอากาศมูลค่า 83,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเวที COP28 และเพิ่มเติมอีก 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านกองทุนใหม่ Alterra Fund

ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียได้จั ดสรรงบประมาณกว่า 270,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อยกระดับความทะเยอทะยานด้ านพลังงานหมุนเวียน พร้อมให้คำมั่นลงทุนเกือบ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อการรับมือการเปลี่ ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้กรอบความริเริ่มที่ขยายตั วอย่างต่อเนื่องของ Saudi Green Initiative
เมื่อแนวโน้มการลงทุนเพื่ อความยั่งยืนทวีความเข้มข้นขึ้น งาน WFES ปี 2026 จึงปรับโฟกัสอย่างชัดเจนไปที่ คำถามสำคัญว่า จะเปลี่ยนคำมั่นสัญญาเหล่านี้ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้ องได้อย่างไร ผ่านนิทรรศการ การประชุม และศูนย์นวัตกรรมต่างๆ งาน World Future Energy Summit จึงทำหน้าที่เป็นเวทีรวมตั วของผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน นักนวัตกรรม และผู้นำอุตสาหกรรม เพื่อจุดประกายความร่วมมือ เร่งการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง และขยายแหล่งเงินทุนสำหรั บโครงการพลังงานสะอาดในวงกว้าง
ดร.ลัมยา ฟาววาซ ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์ และโครงการเชิงกลยุทธ์ของ Masdar ผู้จัดงานนี้กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในงานหลักของ Abu Dhabi Sustainability Week, World Future Energy Summit คือจุดนัดพบของระบบนิเวศพลั งงานโลกในการขับเคลื่อนธุรกิ จอย่างเป็นรูปธรรม”
“WFES จะรวบรวมผู้นำจากภาครัฐ พลังงาน เทคโนโลยี และการเงิน เพื่อผลักดันการนำไปใช้จริ งและสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายสำคั ญของยุคสมัย โดยอาศัยพลังการเปลี่ยนแปลงของ AI และนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนโซลูชันด้ านสภาพภูมิอากาศที่ขยายผลได้ ในระดับโลก”
E (Environment)…เมื่อ AI คือพระเอกคนใหม่ของการลดคาร์บอน
หนึ่งในไฮไลท์ที่น่าจับตาที่สุ ดของปีนี้คือ FUSE AI Zone พื้นที่จัดแสดงจาก 40 บริษัทชั้นนำ เพื่อนำเสนอโซลูชันอัจฉริยะ (AI) สำหรับพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และการสร้างระบบที่ยืดหยุ่นต่ อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นี่ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยี มาโชว์เพื่อความล้ำสมัย แต่เป็นการตอบโจทย์สำคัญของพลั งงานหมุนเวียน ซึ่งคือ ความไม่แน่นอน (Intermittency) โดยการใช้ AI มาบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า (Energy Grid) ช่วยให้เราพยากรณ์การผลิตไฟฟ้ าจากแสงแดดและลมได้แม่นยำขึ้น ลดการสูญเสียพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในแบบที่ แรงงานมนุษย์ทำไม่ได้เพียงลำพั ง
















