Saturday, August 29, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.27

EEC หนุน Data Center ไทย เกาะกลุ่มทอป 4 อาเซียน ดันผู้ประกอบการพุ่ง 1 พันราย

ข้อมูลของ BOI พบว่า ช่วงปี 2567 – 2568 มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Center และ Cloud Service รวมกว่า 1.6 แสนล้านบาท เนื่องจากความต้องการใช้งานเทคโนโลยี AI, Cloud Computing และ Big Data เพิ่มขึ้นในทุกภาคส่วนธุรกิจ ส่งผลให้ไทยมีจำนวนดาต้าเซนเตอร์มากถึง 42 แห่ง สูงเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีนิติบุคคลดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซนเตอร์ รวมทั้งสิ้น 1,023 ราย เงินลงทุนส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจขนาดใหญ่ (L) ซึ่งมีจำนวน 22 ราย คิดเป็นสัดส่วน 2.15% แต่มีมูลค่าทุนจดทะเบียนสูงถึง  83,076 ล้านบาท โดย 3 อันดับแรก มาจากสิงคโปร์ มูลค่า 64,969 ล้านบาท คิดเป็น 72.93% สหรัฐอเมริกา มูลค่า 18,895 ล้านบาท คิดเป็น 21.21% และ จีน มูลค่า 1,199 ล้านบาท คิดเป็น 1.35% ตามลำดับ ขณะที่การส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด  ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

DITP ชี้ช่องผู้ประกอบการไทย รุกทำการค้า-ลงทุนจากโครงการรถไฟความเร็วสูง สายแรกของอินเดีย

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยรายงานจากนางสาวสัญฉวี พัฒนจักร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ อินเดีย ถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายแรกมุมไบ–อาห์เมดาบัด ระยะทาง 508 กิโลเมตร คาดว่าจะเปิดบริการเต็มรูปแบบภายในเดือน ธ.ค. 2572 
ทูตพาณิชย์ให้ข้อมูลว่าบริษัทไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานโยธา องค์ประกอบโครงสร้างทางรถไฟ ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้างมาตรฐานระบบราง สามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้รับเหมาหลักของอินเดีย เพื่อร่วมดำเนินโครงการในลักษณะการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการร่วมผลิต มีโอกาสด้านการส่งออกของไทยครอบคลุมสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง อาทิ ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป หมอนรองราง อุปกรณ์ยึดราง วัสดุฉนวน สายเคเบิล ชิ้นส่วนเหล็ก ผลิตภัณฑ์ควบคุมแรงสั่นสะเทือน และระบบกำแพงกันเสียง ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของโครงการรถไฟความเร็วสูง
โดยบริษัทไทยที่ต้องการเข้าสู่โครงการรถไฟความเร็วสูงของอินเดีย ควรวางกลยุทธ์เชิงรุก โดยเริ่มจากพิจารณาการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของผู้รับเหมาหลัก ในฐานะผู้รับเหมาช่วงหรือซัปพลายเออร์ชิ้นส่วน จากนั้นพิจารณาจัดตั้งโรงงานประกอบหรือร่วมทุนกับพันธมิตรอินเดีย เพื่อสอดคล้องกับนโยบาย Make in India รวมถึงการขึ้นทะเบียนกับ RITES ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอินเดียภายใต้กระทรวงรถไฟ และแพลตฟอร์มจัดซื้อของภาครัฐอินเดีย

ส่งออกไทยปี 68 มูลค่าสูงสุด ทะลุ 11 ล้านล้านบาท ขยายตัว 12.9%

ธุรกิจโลจิสติกส์ไทย

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยการส่งออกไทยปี 68 มีมูลค่ารวม 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 11,138,480 ล้านบาท ขยายตัว 12.9% โดยแรงขับเคลื่อนหลักจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีเข้าสู่ยุค AI ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรยังหดตัวจากผลกระทบภัยพิบัติทางธรรมชาติและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก
สำหรับแนวโน้มการส่งออกปี 69 คาดว่าการขยายตัวจะชะลอลง จากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง และการแข็งค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหนุนจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและ AI ความมั่นคงทางอาหาร ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ฉบับใหม่ 

ญี่ปุ่นไร้แพนด้ายักษ์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี หลังส่ง “เสี่ยวเสี่ยว-เหล่ยเหล่ย” กลับจีน

โตเกียว, 27 ม.ค. (ซินหัว) — วันอังคาร (27 ม.ค.) แพนด้ายักษ์แฝด “เสี่ยวเสี่ยว” และ “เหล่ยเหล่ย” ซึ่งเป็นแพนด้ายักษ์สองตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ในญี่ปุ่น เดินทางออกจากสวนสัตว์อุเอโนะในกรุงโตเกียว มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนาริตะเพื่อเดินทางกลับจีนโดยเครื่องบิน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบราวครึ่งศตวรรษที่ญี่ปุ่นจะไม่มีแพนด้ายักษ์เหลืออยู่เลย
แฝดแพนด้ายักษ์ดังกล่าวเกิดเมื่อปี 2021 เป็นลูกของ “ชินชิน” และ “รื่อรื่อ” แม่และพ่อแพนด้ายักษ์ ซึ่งถูกส่งกลับจีนไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2024 ขณะที่ “เซียงเซียง” แพนด้ายักษ์พี่สาวของแฝดแพนด้ายักษ์ได้เดินทางกลับจีนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2023
ข้อตกลงระหว่างจีนและญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ระบุว่าแพนด้ายักษ์ที่สวนสัตว์ฯ มีกำหนดส่งคืนภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แต่ก่อนหน้านี้สื่อญี่ปุ่นรายงานว่ารัฐบาลมหานครโตเกียวได้หารือกับฝ่ายจีนเกี่ยวกับวันส่งคืนที่แน่นอน และตกลงเลื่อนกำหนดการส่งคืนให้เร็วขึ้นราวหนึ่งเดือน โดยหลังจากเสี่ยวเสี่ยวและเหล่ยเหล่ยเดินทางออกจากญี่ปุ่นแล้ว ญี่ปุ่นจะไม่มีแพนด้ายักษ์เหลืออยู่เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่แพนด้าคู่แรกเดินทางมาถึงญี่ปุ่นในปี 1972 เพื่อเฉลิมฉลองการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ