เจาะกลยุทธ์ ‘Soft Power กินได้’ เมื่อไทยรุกคืบยึดพื้นที่ Asia Super Store ปักหมุดอาหารไทยในใจกลางชินจูกุ

ในสมรภูมิการค้าโลกที่การแข่งขันเข้มข้น ‘รสชาติ’ และ ‘คุณภาพ’ คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในตลาดอาหาร ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดี DITP ได้เดินเกมรุกครั้งสำคัญในการบุกตลาดญี่ปุ่นผ่านทาง Asia Super Store ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกสินค้าเอเชียในชินจูกุ กลางมหานครโตเกียว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การระบายผลไม้ตามฤดูกาล แต่คือการยกระดับวัตถุดิบอาหารไทยให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นอย่างยั่งยืน


นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดี DITP

ทำไมต้อง Asia Super Store?

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา Asia Super Store ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันที่ทำให้แบรนด์ไทยอย่างหงษ์ทอง, ตราฉัตร, ทิพรส, ภูเขาทอง, ดอยคำ, ศรีราชาพานิช, ชาวเกาะ, แม่ประนอม, ชาตรามือ ฯลฯ เข้าไปอยู่ในสายตาชาวญี่ปุ่น
ข้อมูลจากเจ้าของร้านนี้ระบุว่าลูกค้ากว่า 50% เป็นชาวญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนว่าอาหารไทยก้าวข้ามขีดจำกัดจากอาหารเฉพาะกลุ่ม (Niche) กลายเป็นอาหารที่ปรุงทานเองที่บ้าน (Home-cooked meal) ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น
นอกจากนี้ การตั้งอยู่ในย่านชินจูกุถือเป็นสุดยอดทำเลทองของโตเกียว (อีกสาขาอยู่ที่โอซาก้า) คือโอกาสสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง
ขณะเดียวกัน การที่ DITP เลือกจังหวะเวลาที่แม่นยำในการผลักดันกิจกรรมช่วง มีนาคม – กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ผลไม้ไทยอย่าง ทุเรียน มังคุด และมะพร้าว ออกสู่ตลาด


จากเอสเอ็มอีไทยสู่ตู้แช่ญี่ปุ่น: การเชื่อมโยง Supply Chain

หัวใจสำคัญของการหารือครั้งนี้คือการดึงผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพจำรวน 11 รายจากงาน Supermarket Trade Show 2026 (18-20 กุมภาพันธ์ 2569) ที่เมืองชิบะ เข้าสู่ระบบของ Asia Super Store โดยตรง โดยจะเป็นสินค้ากลุ่มที่สามารถจัดจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต อาทิ เครื่องดื่ม ทูน่ากระป๋อง เส้นหมี่ มะพร้าว ฯลฯ

แม้ภาพรวมจะดูสดใส แต่การรักษาความต่อเนื่องคือโจทย์ใหญ่ และนี่คือข้อพึงพิจารณาอย่างรอบคอบ
1. Digital Transformation: การที่ DITP เสนอทำแบนเนอร์ออนไลน์บนเว็บไซต์ของร้าน (https://asia-superstore.com) เป็นการปรับตัวเข้าสู่ยุค E-commerce เต็มตัว ซึ่งจะช่วยทลายกำแพงเรื่องสถานที่ตั้งร้าน ทำให้ลูกค้าทั่วประเทศญี่ปุ่นสามารถเข้าถึงสินค้าไทยได้เพียงปลายนิ้ว ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ของร้านยังมีระบบสั่งซื้อภาษาไทยสำหรับลูกค้าคนไทยโดยเฉพาะด้วย
2. The Rise of Home Cooking: การที่ชาวญี่ปุ่นซื้อข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวเพิ่มขึ้น คือสัญญาณว่า ‘สำรับไทยกำลังเป็นที่นิยม’ การส่งเสริมการขายควรพ่วง ’Recipe Marketing‘ (การแจกสูตรอาหาร) เพื่อกระตุ้นยอดขายวัตถุดิบเสริมอื่นๆ
3. การปรับกฎกระทรวงพาณิชย์: ภารกิจครั้งนี้ของ DITP ในการหนุนเอสเอ็มอีไปต่างประเทศแบบครบวงจร จะเป็นเกราะป้องกันและแรงหนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อย กล้าที่จะส่งออกสินค้าที่มีนวัตกรรมมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่สินค้าเกษตรขั้นปฐมภูมิ (ผลผลิตที่ได้จากการเกษตรกรรม การป่าไม้ การประมง และการเลี้ยงสัตว์โดยตรง ซึ่งใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ ไม่ผ่านกระบวนการแปรสภาพที่ยุ่งยากซับซ้อน เช่น ข้าวเปลือก ผักผลไม้สด ปลา กุ้ง ไข่ไก่ และนมดิบ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องนำไปผ่านการแปรรูปต่อ)

การจับมือระหว่าง DITP และ Asia Super Store ในครั้งนี้ คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำงานเชิงรุกที่ผสานระหว่าง ‘การทูตพาณิชย์‘ และ ’กลไกตลาด หากไทยสามารถรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าให้คงที่และสร้างเรื่องราว (Storytelling) ให้กับสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผลไม้ไทยได้อย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นจะไม่ใช่เพียงแค่ตลาดส่งออแต่จะเป็นบ้านหลังที่สองของอาหารไทยอย่างแท้จริง

ที่มา : DITP ถกเอเชีย ซูเปอร์ สโตร์ ร่วมมือจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอาหาร เครื่องดื่มและผลไม้ไทย