เมื่อพูดถึงการแสดง “หมอลำ” หลายคนอาจรับรู้เพียงว่าเป็นศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสานที่มีเอกลักษณ์สื่อถึง “ความเป็นอีสาน” ได้เป็นอย่างดี ทว่า เมื่อพูดถึง “หมอลำอีสาน” ในมุมของการเป็น “อุตสาหกรรมบันเทิง” รู้หรือไม่ว่า “อุตสาหกรรมหมอลำ” สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้กับประชาชนได้มหาศาล โดยจากการสำรวจล่าสุด อุตสาหกรรมหมอลำ มี Value Chain ที่สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจถึง 6,600 ล้านบาทต่อปี จ้างแรงงานมากกว่า 40,000 คน
ยิ่งในปัจจุบัน หมอลําเรื่องต่อกลอนหรือหมอลําวงใหญ่ทีมีชื่อเสียงในภาคอีสาน เช่น วงสาวน้อยเพชรบ้านแพง วงระเบียบวาทะศิลป์ วงหมอลำใจเกินร้อยบอยศิริชัย ราคาจ้างอัปเดตในตอนนี้อยู่ที่ 250,000 – 600,000 บาท/วัน/งาน หรือ ขึ้นอยู่กับระยะทางในการเดินทางไปแสดง โดย Value Chain ของ อุตสาหกรรมหมอลำ เกี่ยวข้องตั้งแต่ ศิลปิน/นักแสดง ที่มีหน้าที่ออกแบบท่าเต้น นักดนตรี ผู้ประพันธ์เพลง กลอนลำและบท ฝ่ายโปรดักชั่น ออกแบบและผลิตเครื่องแต่งกาย ฉาก และระบบแสงสีเสียง รวมถึงฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่มารับผิดชอในการประชาสัมพันธ์การแสดง เป็นต้น

ด้วยตระหนักในความสำคัญของ อุตสาหกรรมหมอลำ ที่ช่วยสร้างเม็ดเงินกระตุ้นเศรษบกิจของอีสานบ้านเราได้อย่างมหาศาล กอปรกับ หมอลำ ยังเป็นหนึ่งใน Soft power ที่ได้รับการยอมรับว่ามีเอกลักษณ์และสามารถนำไปต่อยอด พัฒนา สอดแทรกลงในเพลงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) มหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่า “ตักศิลาของอีสาน” และยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับดนตรีพื้นบ้าน หมอลำ การแสดง และศิลปะวัฒนธรรมอีสานหลากหลายสาขาวิชา จึงได้ริเริ่มและดำเนิน “โครงการยกระดับอุตสาหกรรมหมอลำสู่สากลและโครงการมหาหมอลำเฟสติวัล” ซึ่งในช่วงแรกเริ่มนั้น เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้โครงการ “Art and Creative Industrial Accelerator”

และภายใต้โครงการ Art and Creative Industrial accelerator นี้เอง ที่ทาง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้รับทุนสนับสนุนจาก บพข. ให้พัฒนา 2 โปรเจกต์ใหญ่ คือ Music and Performance Art ในโครงการยกระดับอุตสาหกรรมหมอลำสู่สากล และการจัด Festival งานเทศกาล ภายใต้ชื่อ “มหาหมอลำเฟสติวัล”
โดยล่าสุด มมส และภาคีเครือข่ายได้ดำเนินโครงการ “การยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากลกรณีศึกษามหาหมอลำ” โดยการสนับสนุนจาก บพข. ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการจัดเทศกาลหมอลำให้สามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวในระดับชาติและนานาชาติ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยได้จัดงาน “มหาหมอลำเฟสติวัล” ในวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ ตลาดต้นสน จังหวัดมหาสารคาม
ทั้งนี้ นอกเหนือจากงานเทศกาล “มหาหมอลำเฟสติวัล” แล้ว สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มมส ได้จัดโปรแกรมท่องเที่ยว “ม่วนซื่นมหาหมอลำ สัมผัสวัฒนธรรมเมืองตักศิลา” เพื่อเปิดประสบการณ์การเข้าถึง “วิถีหมอลำ” ในงาน “มหาหมอลำเฟสติวัล” ควบคู่ไปด้วย โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลต์ เช่น

ชวนไปสัมผัสวิถีอีสานเกษตรอินทรีย์ ที่ ไร่แสนดี ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่วิจัย มหาสารคาม BCG Happy Model Tourism โดย มมส ผู้ร่วมเดินทางได้ชื่นใจไปกับ Welcome Drink น้ำไผ่มหัศจรรย์เพื่อสุขภาพ บีบขนมจีนและด้องแด้ง อาหารพื้นบ้านอีสานที่จะได้ชิมกันในเทศกาลงานประเพณี ซึ่งภายในงานชาวชุมชนได้นำเส้นด้องแด้งมาตำเป็นส้มตำปลาร้ารสแซ่บให้ทุกคนได้ชิมกัน ตลอดจนมีการเปิดให้ทำสปาแช่เท้าและนวดประคบสมุนไพร โดย วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านในพื้นที่ อ.โกสุมพิสัยด้วย

ชมวัดสวย วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็น Unseen New Chapters Thailand 2023 ชมความยิ่งใหญ่ของอุโบสถไม้ตะเคียนทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสักการะเจดีย์ศรีมหาสารคาม

เรียนรู้จากมรดกวัฒนธรรมอีสาน ที่ อุทยานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ มมส เยี่ยมชมแหล่งรวมมรดกทางวัฒนธรรมของภาคอีสาน ชมผ้าทอล้ำค่า คัมภีร์ใบลานโบราณ และเรียนรู้จากศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสานอีกหลายแขนงได้ที่นี่


ชวนทำผางประทีปดอกผึ้ง ถวายเป็นพุทธบูชา หลวงพ่อพระยืน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยทวาราวดี อายุกว่า 1,200 ปี ณ วัดพุทธมงคล อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

และเพื่อทำความเข้าใจต้นแบบโครงการวิจัยดีจาก มมส ที่มุ่งอนุรักษ์ พัฒนาและต่อยอด ให้ หมอลำอีสาน ได้รับการยกระดับเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงที่สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนในทุกมิติ เราได้มีโอกาสไปพูดคุยเพิ่มเติมกับ อาจารย์ทม เกตุวงศา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งได้มาบอกเล่าถึงความเป้ฯมาและความสำคัญของโครงการวิจัยนี้เพิ่มเติมว่า
“โครงการมหาหมอลำเฟสติวัลเป็นโครงการ ที่ มมส มีความตั้งใจที่จะดำเนินการเพื่อยกระดับหมอลำสู่เวทีโลก สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผลักดันจังหวัดมหาสารคามให้เป็นศูนย์กลางหมอลำนานาชาติ โดยเราได้รับทุนสนับสนุนจาก กระทรวง อว. โดย บพข. ซึ่งจากข้อมูลล่าสุด พบว่าในแต่ละปี อุตสาหกรรมหมอลำ สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจถึง 6,600 ล้านบาทต่อปี จ้างแรงงานมากกว่า 40,000 คน”
“โดยวงหมอลำที่ดังๆ ก็มีหลายวงที่มีต้นดำเนิดมาจาก จ.มหาสารคาม และจังหวัดใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น วงระเบียบวาทะศิลป์ วงสาวน้อยเพชรบ้านแพง วงหมอลำใจเกินร้อย ของ แอน อรดี กับ บอย ศิริชัย ดังนั้นถ้าจะกล่าวว่า มหาสารคาม เป็นเมืองแห่งหมอลำก็ไม่น่าจะผิดจากความจริงนัก เพราะที่นี่มีอีโคซิสเตมของหมอลำครบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และจากการแสดงหมอลำนี้ ก็เชื่อมโยงไปสร้างรายได้ให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้มากมายในรูปแบบของการมาเปิดร้านหรือบูธขายของในงานแสดงหมอลำ”

“นอกจากนั้น ในข้อมูลทางประวัติศาสตร์ มหาสารคาม ยังเป็นเมืองที่มี “สำนักงานหมอลำ” มากที่สุดในอีสาน โดยมีการบันทึกไว้ในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมาว่าในอดีตที่ยังไม่มีโทรศัพท์และโทรศัพท์มือถือ การจะจ้างคณะหมอลำหรือวงดนตรีหมอลำไปออกงานจำเป็นต้องไปที่ สำนักงานหมอลำ ซึ่งเป็นเหมือนค่ายเพลงที่รวบรวมคณะหมอลำไว้ในค่าย และอีกหนึ่งความโดดเด่นอีกด้านของ มหาสารคาม คือ ใน 10 คณะหมอลำที่มีชื่อเสียงของอีสาน มีอย่างน้อย 2 คณะ ที่อยู่ในมหาสารคาม นั่นคือ วงสาวน้อยเพชรบ้านแพงและวงหมอลำใจเกินร้อย”
“และการที่เรามี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ มมส ก็ถือเป็นแหล่งงานวิจัยทรงคุณค่าของภาคอีสานก็ว่าได้ เพราะ มมส มีนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับหมอลำมาอย่างต่อเนื่อง และหากย้อนเวลากลับไปตอนที่ มมส ยังเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒน์ วิทยาเขตมหาสารคาม จะมีการจัดการประกวดหมอลำชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในทุกปี และทุกวันนี้ ในงานรับน้อง งานรับปริญญา ของ มมส ก็จะมีการแสดงหมอลำมาเป็นส่วนหนึ่งตลอด กล่าวได้เลยว่า นอกจาก มมส จะเปิดสอนหลักสูตรหมอลำใน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มมส แล้ว หมอลำ ยังอยู่ในสายเลือดของนิสิต บุคลากรของ มมส”
“การจัดโครงการมหาหมอลำเฟสติวัล จึงเป็นการต่อยอดศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถของ อุตสาหกรรมหมอลำ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยให้ไปสู่สายตาของชาวโลก ทั้งยังต้องการอนุรักษ์และพัฒนาหมอลำ บ่มเพาะและเร่งการเติบโตศิลปนหมอลำ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันก็เป็นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนา อุตสาหกรรมหมอลำ ของไทยที่จะต่อยอดไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทศกาลหมอลำระดับประเทศอีกด้วย”
“โดยทาง บพข. ผู้ให้ทุนนั้น ให้โจทย์มาว่างานเทศกาลหมอลำที่จัดขึ้น ต้องมีความแตกต่างจากงานเทศกาลหมอลำทั่วไป ต้องสามารถสื่อสาร ดึงดูด ชาวต่างชาติที่มาจากต่างวัฒนธรรมได้ด้วย ด้วยเหตุนี้ ภายในงาน เราจึงออกแบบให้เวที มหาหมอลำเฟสติวัล มีการแสดงหมอลำหลากหลายรูปแบบ ทั้ง หมอลำออเครสต้า, หมอลำกลอนแบบดั้งเดิม โดยเชิญ ดร.ราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลลปะการแสดง ปี 2565, หมอลำโปงลางศิลป์อีสาน และหมอลำดั้งเดิมจาก สปป.ลาว คุณสิลิพอน สิปะเสิด และศิลปินสมาคมเสียงแคนลาว มาร่วมทำการแสดงบนเวที มหาหมอลำเฟสติวัล นี้”
“และสำหรับคนที่อยากมาเรียนรู้เรื่องหมอลำจริงๆ เรามีนิทรรศการ ที่ให้ข้อมูลความเป็นมาและพัฒนาการของหมอลำอยู่ในงาน มีการจัด Photo Booth และบูธให้ผู้ร่วมงานทดลองแต่งตัวให้เหมือนนักร้อง หางเครื่องหมอลำ ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ซึมซับความเป็นหมอลำอีสานอย่างแท้จริง”
“โดยระหว่างทาง ในการทำโครงการนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถให้กับ อุตสาหกรรมหมอลำ ในหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น
การจัดเทศกาลหมอลำระดับโลก (Global Mor Lam Festival) ที่มีการปรับเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Projection Mapping AR (Augmented Reality) / VR (Virtual Reality) ระบบแสง สี เสียง ที่ทันสมัย ถ่ายทอดผ่าน แพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น YouTube, Facebook, TikTok
Morlam Streaming & NFT Marketplace แพลตฟอร์มออนไลน์สาหรับการสตรีมมิ่งหมอลำ และการจำหน่ายของที่ระลึกในรูปแบบ NFT (Non-Fungible Tokens)
Mor Lam Innovation Lab ห้องทดลองนวัตกรรมสำหรับหมอลำ พัฒนาเครื่องมือและเทคนิคการแสดงใหม่ๆ ด้วย AR/VR Projection Mapping และมีการตั้ง Mor Lam Creative Hub ศูนย์พัฒนาศิลปินหมอลำและผู้ประกอบการในอตสาหกรรม มีการจัดอบรมเทคนิคการจัดการ การผลิตผลงานสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์
แพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีการพัฒนาเส้นทางและกิจกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับหมอลำ เช่น เส้นทางท่องเที่ยวหมอลำ วิถีชีวิต และการแสดงเฉพาะถิ่น (ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น)

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงเห็นภาพความพยายามและความตั้งใจในการพัฒนา ต่อยอด หมอลำอีสาน สู่ อุตสาหกรรมหมอลำ ที่จะโด่งดังในระดับสากลแล้ว ซึ่งโครงการนี้จะขาดหน่วยงานอาจสำเร็จลงไม่ได้ ถ้าขาดหน่วยงานสนับสนุนทุนอย่าง บพข. โดยในโอกาสนี้ รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. ได้มาร่วมในพิธีเปิดโครงการ “การยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากลกรณีศึกษามหาหมอลำ” และได้กล่าวว่า
“บพข. มีความตั้งใจในการร่วมยกระดับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในทุกภูมิภาค ทุกจังหวัด ทั่วไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนและทำให้ประชาชนทุกคนมีรายได้และพึ่งพาตัวเองได้ โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือ ดังนั้น ที่ผ่านมา บพข. จึงสนับสนุนทุน เพื่อให้ มมส ดำเนินโครงการยกระดับเทศกาลสู่ระดับสากลกรณีศึกษามหาหมอลำ และโครงการยกระดับอุตสาหกรรมหมอลำสู่สากล ซึ่งมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการสร้างและพัฒนา “หมอลำอีสาน” ให้เป็นที่รับรู้ ยอมรับ และติดตามอย่างแพร่หลายในวงกว้างทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ตลอดจนยกระดับเทศกาลหมอลำอีสานไปสู่เทศกาลดนตรีระดับโลกภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจสร้างคุณค่าที่ผสมผสานการแสดงร่วมสมัย ที่ผสมผสานเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยในการจัดการแสดง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและยกระดับประสบการณ์ของผู้ชมให้ดียิ่งขึ้น ที่จะผลักดันให้ อุตสาหกรรมหมอลำ ก้าวสู่ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ได้อย่างยั่งยืน”











