“คลัง” ผ่ามรสุมเศรษฐกิจ งัดธนู 3 ดอก ฟื้นผู้ป่วย ICU สู่พยัคฆ์เอเชีย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Fiscal Transformation : ปฏิรูปการคลัง เพิ่มรายได้รัฐ เป็นเกราะป้องกันมรสุมโลก” ภายในงาน Thailand Economic DRIVES 2026 รับมือ 3 มรสุมใหญ่ ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ และปัญหาโครงสร้างหนี้ครัวเรือน โดยเปรียบเศรษฐกิจไทยเป็น “ผู้ป่วยเพิ่งออกจาก ICU” ที่ต้องเร่งฟื้นฟูด้วยนโยบาย “Big Win” เพื่อดึงสัดส่วนการลงทุนที่หดตัวเหลือเพียง 24% ของ GDP ให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยกลยุทธ์ “ธนู 3 ดอก” ได้แก่ การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว, การอัปเกรดทักษะมนุษย์ด้วย AI และการสังคายนากฎหมายลดขั้นตอนอนุมัติลงทุนจาก 2 ปีให้รวดเร็วขึ้นผ่านกฎหมายรวบยอดฉบับใหม่ พร้อมตั้งเป้าดึงเม็ดเงิน FDI พุ่งแตะ 9.7 แสนล้านบาทในปี 2569 เพื่อสร้างเกราะป้องกันความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว
หุ่นยนต์อัจฉริยะ “ฮิวแมนนอยด์” ปฏิวัติโลก! ตลาดพุ่ง 2 แสนล้าน ไทยส้มหล่น ขึ้นแท่นฐานผลิต “ชิ้นส่วน”

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า Humanoid Robot กำลังเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ศูนย์วิจัยหลายแห่งคาดว่ามูลค่าตลาดโลกจะสูงกว่า 2 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึงกว่า 130% โดยคาดว่าปี 2570 จะเป็นจุดเปลี่ยนทางเทคโนโลยีที่ทำให้การผลิตและการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ จากแรงหนุนของนวัตกรรมหุ่นยนต์สองขาที่สามารถเดินและทำงานที่ซับซ้อนได้ใกล้เคียงกับคนจริง เช่น หุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla
ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเป็น New Growth Engine สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต นอกเหนือจากกลุ่มหลักๆ ที่มีบริษัทระดับโลกเข้ามาลงทุนบ้างแล้ว เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมชีวภาพ อีกสาขาหนึ่งที่นักลงทุนมองว่าไทยมีศักยภาพสูง คือ การผลิตชิ้นส่วนสำคัญของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากฐานการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยแข็งแกร่งอยู่เดิม และจะเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ที่จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยล่าสุดบีโอไอได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของ 5 บริษัทชั้นนำจากประเทศจีน ลงทุนผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ป้อนบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง Tesla Bot เงินลงทุนเฟสแรกรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท
เนคเทค สวทช. ปลุกทางรอดประเทศไทย จาก ‘ผู้ใช้งาน’ สู่ ‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ประกาศผ่านงาน “40 Years NECTEC: Legacy & Beyond” ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ ท่ามกลางวิกฤตความผันผวนระดับโลกที่การพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติเพียงอย่างเดียวคือความเสี่ยงสูง โดย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทคฯ ย้ำภารกิจ “วิศวกรชาติ” ตลอด 4 ทศวรรษได้วางรากฐานดิจิทัลให้ไทย ตั้งแต่อินเทอร์เน็ตยุคแรกจนถึงแพลตฟอร์มระดับประเทศอย่าง Traffy Fondue และ TPMAP ก้าวต่อไปในทศวรรษหน้า เนคเทคมุ่งเป้าสร้างความมั่นคงและยั่งยืนผ่านนวัตกรรมที่จับต้องได้ ทั้ง Smart Farming เต็มรูปแบบ, โครงสร้างพื้นฐาน EV, AI ทางการแพทย์ เพื่อการเฝ้าระวังเชิงรุก และการสร้างมาตรฐาน AI ระดับสากล เพื่อเปลี่ยนไทยจากผู้ซื้อเทคโนโลยีสู่การเป็นเจ้าของนวัตกรรมที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองอย่างสง่างามในเวทีโลก
500 “Water leader” ทั่วโลก ระดมสมองกู้วิกฤต เปลี่ยน “หยดน้ำ” เป็น “สินทรัพย์”

การประชุม World Water-Tech Innovation Summit 2026 เปิดฉากอย่างทรงพลัง ณ กรุงลอนดอน วันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ รวบรวม 500 ผู้นำด้านน้ำทั่วโลกเพื่อกู้โลกจากภาวะขาดแคลนน้ำ ที่ประชุมได้หารือถึงการปลดล็อกเงินทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Capital) เพื่อสนับสนุน Start-up ด้านเทคโนโลยีน้ำ และการสร้างโมเดลการลงทุนใน “Nature-based Solutions” (การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ) เช่น การฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำเพื่อให้เป็นปราการธรรมชาติในการป้องกันน้ำท่วมและกรองน้ำ
อังกฤษประกาศนโยบาย “New Vision for Water” ทุ่มงบสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ยักษ์ใหญ่ 9 แห่งในรอบ 30 ปี ไฮไลต์สำคัญคือการใช้ AI อัจฉริยะ ตรวจจับการรั่วไหลแบบเรียลไทม์ และการเปลี่ยน “โรงบำบัดน้ำเสีย” ให้กลายเป็น “เหมืองทรัพยากร” ที่ดึงคุณค่าจากของเสียกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด พร้อมยกระดับการกรองสารพิษ PFAS “สารเคมีอมตะ” เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือการวางเดิมพันด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและอนาคตมนุษยชาติที่โลกต้องเปลี่ยน “หยดน้ำ” ให้เป็น “สินทรัพย์” ที่ยั่งยืนที่สุด
การประชุมนี้สะท้อนให้เห็นว่า “น้ำ” ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมดิจิทัลที่จะกำหนดอนาคตของมวลมนุษยชาติ















