การตรวจสอบคุณภาพน้ำมีข้อจำกัดเรื่องของต้นทุน ระยะเวลารอผล และความสะดวก ทำให้ในหลายพื้นที่มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำเฉลี่ยเพียงปีละ 1 ครั้งตามกฎหมายกำหนดเท่านั้น ซึ่งอาจไม่เพียงพอ เพราะคุณภาพของน้ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล รวมถึงการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ปัจจัยเหล่านี้ได้กลายเป็นโจทย์วิจัยของ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และได้พัฒนา ‘ชุดตรวจวัดสารเคมีในน้ำ ChemSense’ ชุดตรวจสารปนเปื้อนในน้ำ นวัตกรรมไทยใช้ได้จริง ที่สามารถตอบสนองเทรนด์การให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความต้องการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน
“ชุดตรวจวัดสารเคมีในน้ำ ChemSense” ของนาโนเทค สวทช. เป็นต้นแบบการจัดทำร่างมาตรฐานและข้อกำหนดคุณลักษณะของชุดทดสอบปริมาณโลหะหนักในน้ำ นำร่องที่ “ชุดตรวจแมงกานีสในน้ำ” ภายในปี 2569 ก่อนขยายสู่การจัดทำข้อกำหนดในชุดตรวจอื่นๆ ในกลุ่ม ChemSense อาทิ เหล็ก ฟลูออไรด์ ทองแดง รวมถึง M Sense ชุดตรวจโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำ หวังสร้างความเชื่อมั่นให้ผลงานนวัตกรรมไทย เปิดโอกาสให้นวัตกรรมไทยใช้ได้จริง ด้วยมีมาตรฐานสากลและเติบโตได้อย่างมั่นคงในเวทีการค้าโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

ดร.วีรกัญญา มณีประกรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยวัสดุตอบสนองและเซ็นเซอร์ระดับนาโน (RMNS) ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงนวัตกรรมฝีมือนักวิจัยไทยเพิ่มเติมว่า
“โจทย์วิจัยของนาโนเทค ที่นำไปสู่การวิจัยและพัฒนา ‘ชุดตรวจวัดสารเคมีในน้ำ ChemSense’ ชุดตรวจโลหะและสารเคมีปนเปื้อนในน้ำ อาทิ แมงกานีส ทองแดง เหล็ก ฟลูออไรด์ นอกจากนี้ ยังร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) พัฒนาอุปกรณ์เสริม ‘DuoEye Reader’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) สำหรับประมวลผลปริมาณโลหะปนเปื้อนในน้ำที่แจ้งผลแบบ Real time”

“โดยชุดตรวจ ChemSense ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย เพียงเก็บตัวอย่างน้ำมาใส่ในขวดทดลองตามปริมาณที่กำหนด เติมน้ำยาทดสอบลงในขวดแล้วรอเวลา 1-3 นาที ก็สามารถรู้ผลได้ ช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม และเป็นเครื่องมือให้ประชาชนใช้ติดตามการปนเปื้อนของโลหะหนักด้วยตนเอง”
“ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าวมีสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรหลายรายการ และพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี และได้รับการรับรองความถูกต้องแม่นยำในการตรวจวัดจากสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ แต่สิ่งที่เป็นคอขวดในการขยายผลงานวิจัยคือ การสร้างการยอมรับ และการขอรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดช่องว่างระหว่างการสร้างนวัตกรรมกับการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม เราคาดหวังว่า ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทยที่มีมาตรฐานสากล จะสามารถเข้าถึงและเติบโตในเวทีการค้าทั้งในและต่างประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ด้วยความจำเป็นเร่งด่วนในการขยายผล “ชุดตรวจสารปนเปื้อนในน้ำ” ฝีมือคนไทยนี่เอง ที่ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างนาโนเทคและ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดย ดร.อรวรรณ ปิ่นประยูร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนามาตรฐานและตรวจสอบรับรอง กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
“วศ. เป็นหนึ่งในองค์กรกําหนดมาตรฐาน (Standards Developing Organizations, SDOs) ที่ดูแลการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมตามมาตรฐานสากล เป้าหมายหนึ่งคือ ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยให้มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยไทยในเชิงพาณิชย์ต่อไป เมื่อมีงานวิจัย เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้น การจัดทำมาตรฐานรับรองก็ต้องเร่งขยับตาม”
“ประเทศไทยต้องการมาตรฐานอีกมาก โดยเฉพาะมาตรฐานสำหรับนวัตกรรม จึงเกิดเป็นกลไก SDO ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสามารถทำมาตรฐานในด้านที่ตนมีความเชี่ยวชาญได้ วศ. ก็เช่นกัน โดยล่าสุด เราได้รับทุนสนับสนุนจาก สกสว. ในการจัดทำมาตรฐานด้านนวัตกรรม ที่แตกต่างจากมาตรฐานเดิม อาทิ มอก. ที่มุ่งเน้นมิติของการค้า แต่เราต้องการมาตรฐานที่ตอบโจทย์นวัตกรรมคือ มีฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมกับความต้องการของตลาด ที่สำคัญคือ ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วให้ทันกับความก้าวหน้าของนวัตกรรม”

ด้วยเหตุนี้ ชุดตรวจ ChemSense ของนาโนเทค จึงถูกเลือกมาเป็นต้นแบบในการทำข้อกำหนดคุณลักษณะสำหรับมาตรฐานชุดตรวจ โดยเริ่มจากชุดตรวจไอออนแมงกานีสในน้ำ ซึ่ง ดร.อรวรรณ เปิดเผยว่า “เราคัดเลือกจากนวัตกรรมชุดตรวจของนาโนเทค สวทช. ที่มีความพร้อมและมีกระบวนการที่ชัดเจน สำหรับเป็นต้นแบบในการทำข้อกำหนดคุณลักษณะ ที่สำคัญ ชุดตรวจ ChemSense เป็นชุดตรวจสารปนเปื้อนในน้ำที่มีความต้องการใช้งานอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งหากมีมาตรฐานที่ชัดเจน จะเป็นแรงผลักดันให้นวัตกรรมไทยสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงในด้านน้ำและสิ่งแวดล้อม”
สำหรับมาตรฐานชุดตรวจไอออนแมงกานีสในน้ำ ปัจจุบัน กำหนดคุณลักษณะแล้วและอยู่ระหว่างจัดทำประชาพิจารณ์ในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 นี้ และจะขยายไปในกลุ่มชุดตรวจอื่นๆ ของ ChemSense ไม่ว่าจะเป็น ทองแดง เหล็ก ฟลูออไรด์ รวมถึงเดินหน้าจัดทำมาตรฐานสำหรับชุดตรวจโลหะหนักในน้ำ หรือ M Sense ต่อไป
ร่วมภูมิใจไปกับนวัตกรรมฝีมือคนไทย
‘Net Zero Tracker’ แพลตฟอร์มแรกในไทย ที่ชวนไปติดตามและตรวจสอบนโยบาย Net Zero ของบริษัทพลังงานไทย










