Wednesday, August 26, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.88

EEC พลิกโฉมไทยสู่ Geo Economic Platform มุ่งยกระดับประเทศทันโลก

พื้นที่ส่งเสริมการลงทุน

ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธาน EEC HDC ชี้โลกเปลี่ยนจากยุคแรงงานราคาถูกสู่ยุค Data, Talent และ Platform โดยเสนอให้ใช้ EEC เป็นฐานที่มั่นใหม่ในการสร้าง “อธิปไตยทางเศรษฐกิจ” เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติและเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีโลกผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ คือ 1.Technology Sovereignty สร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีเอง เช่น AI และ Semiconductor 2.Supply Chain Sovereignty คุมห่วงโซ่อุปทานอาหารและพลังงานให้พึ่งพาตนเองได้ และ 3.Human Capital Sovereignty ปฏิรูปการศึกษาเป็น Demand Driven สร้างคนเก่งระดับโลก
ไทยต้องใช้จุดแข็งด้าน EV, BCG และ Semiconductor เชื่อมโยง Global Value Chain อย่างชาญฉลาด โดยรัฐวางยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานและเอกชนรุกด้านนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อน EEC ให้เป็น Platform ใหม่ที่ย่นระยะเวลาการพัฒนาประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก

สงกรานต์ “ถัง” ไม่แห้ง รัฐบาลการันตี น้ำมันทะลัก 24 ล้านบาร์เรล เช็กเรียลไทม์

รัฐบาลจัดหนักรับมือสงกรานต์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยนายกฯ อนุทิน สั่งการด่วนระดมน้ำมันเข้าสู่ระบบกว่า 24 ล้านบาร์เรลในเดือนเมษายนนี้ พร้อมปรับลดสำรองน้ำมันเหลือ 1% หนุนนำเข้าเร่งด่วนเพื่อความคล่องตัว กระจายน้ำมันผ่าน Jobber อีก 7 ล้านลิตรต่อวัน ป้องกันสถานีบริการขาดแคลน ด้านประชาชนอุ่นใจเช็กสถานะน้ำมันแบบเรียลไทม์ผ่านแอปฯ “Fuel-Now” ได้ทันทีก่อนเดินทาง ขณะที่ทีมเศรษฐกิจรุกเจรจาแหล่งน้ำมันใหม่ทั่วโลกทั้งบราซิลและไนจีเรีย สยบความกังวลตะวันออกกลาง ยันน้ำมันมีเพียงพอแน่นอน 

“เชียงใหม่” เบอร์ 1 โลก PM2.5 ทะลุ 220 แซงเดลี-ปักกิ่ง

เว็บไซต์ IQAir รายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เช้าวันนี้ (29 มี.ค.) พุ่งทะลุ 220 ขึ้นแท่นอันดับ 1 เมืองที่อากาศแย่ที่สุดในโลก แซงหน้าแชมป์เก่าอย่างนิวเดลีและปักกิ่ง โดยค่าฝุ่นสูงสุด ตรวจพบเฉลี่ย 147 มคก./ลบ.ม. แต่จุดที่น่ากังวลที่สุดคือ อ.เชียงดาว ที่ตัวเลขพุ่งกระฉูดถึง 857 มคก./ลบ.ม. สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานหลายเท่าตัว
ขณะที่จุดความร้อน (Hotspot) พบการเผาป่ากระจุกตัวสูงถึง 651 จุด โดยเฉพาะในโซน อ.เชียงดาว และ อ.สะเมิง ส่งผลให้ควันไฟปกคลุมทั่วชั้นบรรยากาศ แม้แต่แลนด์มาร์คสำคัญอย่าง “ดอยสุเทพ” ก็ถูกกลืนหายไปในม่านหมอกควันสีเทา ประชาชนเริ่มได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast บนมือถือกันถ้วนหน้า

จารึกประวัติศาสตร์! ม็อบต้านอำนาจเบ็ดเสร็จ 3,300 จุดทั่วสหรัฐฯ 8 ล้านคนลั่น ไม่เอาสงคราม

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาเผชิญกับคลื่นมหาชนที่ออกมาสำแดงพลัง “ไม่เอาการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ” ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วยตัวเลขช็อกโลกที่ผู้ชุมนุมพุ่งสูงถึง 8 ล้านคน ทุบสถิติเดิม 7 ล้านคนเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว โดยกระจายตัวกว่า 3,300 จุดทั่วประเทศตั้งแต่หัวเมืองใหญ่อย่างวอชิงตัน ดี.ซี. ไปจนถึงซานฟรานซิสโก ซึ่งการประท้วงรอบนี้คือการเจาะไข่แดงฐานเสียงในพื้นที่ “สีแดง” อย่างเท็กซัส ฟลอริดา และโอไฮโอ ที่เคยเป็นฐานที่มั่นหลักของทรัมป์ แต่กลับมีการชุมนุมเกิดขึ้นเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด สะท้อนว่านโยบายรัฐบาลเริ่มเขย่าความเชื่อมั่นของคนกันเองจากชนวนเหตุที่มวลชนประกาศกร้าวคัดค้าน 2 เรื่องหลักคือ ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านที่เสี่ยงลากโลกเข้าสู่สงคราม และกฎหมายคนเข้าเมืองสุดโต่งที่กำลังฉีกกระชากโครงสร้างสังคมอเมริกันอย่างรุนแรง นี่จึงไม่ใช่แค่การเดินขบวนธรรมดา แต่คือการส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดถึงทำเนียบขาวว่าอำนาจที่แท้จริงยังเป็นของประชาชน