“ปัจจุบันโลกมีปริมาณ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ สูงกว่า 62 ล้านตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลอย่างถูกวิธีได้เพียง 22.3% เท่านั้น”
จากความจริงนี้เอง ที่ทำให้ประเด็นเรื่องการจัดการ “ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste)” กลายเป็นหนึ่งในวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่รุกลามและสร้างผลกระทบต่อด้านสิ่งแวดล้อมเร็วที่สุดในโลก เพราะสารพิษ เช่น แคดเมียมและตะกั่ว ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญใน E-Waste หากรั่วไหลลงสู่ดินและน้ำ ย่อมส่งผลกระทบทั้งต่อระบบนิเวศห่วงโซ่อาหาร สิ่งแวดล้อม และสุขภาพในระยะยาว ดังนั้น ก่อนที่จะสายเกินแก้ ทุกภาคส่วนจึงต้องมาร่วมมือกันสร้างความตระหนักในเรื่องของการจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภัย
วิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภัยเงียบคุกคามสิ่งแวดล้อมโลกและมวลมนุษยชาติ
รายงาน Global E-waste Monitor (GEM) จาก ITU และ UNITAR ในปี 2024 อัปเดตสถานการณ์วิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์โลก โดยระบุชัดเจนว่า “ภูเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์” ในโลกทุกวันนี้ มองเห็นได้จากอวกาศแล้ว เนื่องจากโลกสร้าง E-waste สูงถึง 62,000 ล้านกิโลกรัม (62 ล้านตัน) หากนำขยะเหล่านี้มาบรรทุกรถบรรทุกขนาด 40 ตัน จะต้องใช้รถถึง 1.55 ล้านคัน จอดเรียงต่อกันจนล้อมรอบเส้นศูนย์สูตรของโลกได้พอดี แต่สามารถนำไปจัดการอย่างถูกวิธีได้ทั่วโลกเพียง 22.3%
และอีกหนึ่งสถานการณ์ที่ซ้ำเติมให้ “วิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์” ย่ำแย่ลงไปอีก คือ กระบวนการนำ E-Waste มารีไซเคิลอย่างถูกวิธีนั้นก็ทำได้ไม่ทันกับปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2,300 ล้านกิโลกรัม โดยการรีไซเคิลอย่างถูกต้องกลับเพิ่มขึ้นเพียงปีละ 500 ล้านกิโลกรัมเท่านั้น

หรืออุปมาได้ว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการรีไซเคิลถึง 5 เท่า โดยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เพียงไม่ถึง 1 ใน 4 หรือ 22.3% เท่านั้นที่ได้รับการเก็บรวบรวมและรีไซเคิลอย่างถูกต้อง และในด้านของมูลค่า ยังพบว่าขยะที่ไม่ได้นำกลับมารีไซเคิลอย่างถูกวิธีสามารถตีราคาเป็นทรัพยากรที่มีค่าถึง 62 พันล้านดอลลาร์ และขยะเหล่านี้นี่เองที่เป็นภัยเงียบความเสี่ยงด้านมลพิษต่อชุมชนทั่วโลก
หากมาพิจารณาในบริบทของการจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และนำไปรีไซเคิลในประเทศไทยเอง ก็ไม่ต่างกับสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญ เพราะประเทศไทยผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 445,899 ตัน/ปี แต่สามารถนำกลีบมารีไซเคิลอย่างถูกวิธีได้เพียง 10% โดยอีก 90% ที่เหลือถูกนำไปกองรวมกับขยะมูลฝอยอื่นๆ เพื่อรอการฝังกลบ ขณะที่ มีบางส่วนถูกกระจายไปยังร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งต้องยอมรับว่าร้านเหล่านี้มีกระบวนการคัดแยกและใช้วิธีจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ปัญหานี้พัวพันกันเป็น “งูกินหาง” ไม่สามารถแก้ไขได้สักที
AIS กับแนวคิดสำคัญ HUB of E-Waste แก้ปัญหา ‘ขยะอิเล็กทรอนิกส์’ ได้ตั้งแต่ต้นทาง
จากวิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์ในระดับโลกและระดับประเทศที่กล่าวมานี้เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ AIS ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะของประเทศ ตระหนักในความรับผิดชอบต่อ “วงจรชีวิตของเทคโนโลยี” ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยที่ผ่านมา AIS มีบทบาทสำคัญในการปิดช่องว่างนี้ด้วยแนวคิด HUB of E-Waste ในหลากหลายมิติต่อไปนี้

- ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Leadership) : AIS ไม่เพียงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะและบริการดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน แต่ยังตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมจาก “วงจรชีวิตของเทคโนโลยี” ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง AIS ไม่เพียงแต่จัดการขยะของตัวเอง แต่ยังสวมบทบาทเป็นศูนย์กลางที่สร้างมาตรฐานการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี Zero E-Waste to Landfill ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
- รวมพลังสร้าง Ecosystem การกำจัด E-Waste ที่แข็งแกร่ง : AIS ผนึกกำลังกับ พันธมิตรกว่า 260 ราย ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ทำให้เกิดเครือข่ายการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
- สร้างการเข้าถึงจุดทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ง่ายที่สุด : โดยการขยายจุดทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 3,200 จุดทั่วประเทศ ตั้งแต่ศูนย์การค้า โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ศาลากลางจังหวัด และไปรษณีย์ไทย
- ผลักดันกิจกรรมและแคมเปญเพื่อสร้างความตระหนักรู้ : สร้างแคมเปญเพื่อให้คนมีส่วนร่วมเช่น E-Waste Save Money “ทิ้งปุ๊บ ลดปั๊บ” นำขยะ E-Waste เก่ามาเป็นส่วนลดแลกของใหม่ เป็นการแก้ปัญหาพฤติกรรม “เก็บขยะไว้ที่บ้าน” ของคนไทยได้อย่างตรงจุด ทำให้การนำขยะออกจากบ้านกลายเป็นเรื่องสะดวกและมั่นใจได้ว่าจะถูกทำลายอย่างปลอดภัย 100%
- Zero E-Waste To Landfill : AIS มุ่งสร้างการเข้าถึงระบบการจัดการ E-Waste ที่สะดวก โปร่งใส และได้มาตรฐาน เพื่อให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี 100% พร้อมนำโลหะมีค่าและทรัพยากรสำคัญกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจ ลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
AIS ชวน “คนรุ่นใหม่ หัวใจไร้ E-waste เปลี่ยนขยะ E-Waste เป็นแฟชั่นแห่งความภาคภูมิใจ “E-Waste to PRIDE” กิจกรรมโชว์ Proud รับวันสิ่งแวดล้อมโลก ปี 69
และในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ที่ตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี AIS ได้จัดกิจกรรม “E-Waste to PRIDE: เปลี่ยนขยะ E-Waste เป็นแฟชั่นแห่งความภาคภูมิใจ” สานต่อความตั้งใจในการเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ด้วยการสร้างอีโคซิสเตมของการจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืนผ่านแนวคิด “HUB of E-Waste” โดยในครั้งนี้ AIS และพันธมิตร ตั้งใจกระตุ้นให้คนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์ดิจิทัล หันมาให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste อย่างถูกวิธี
โดยประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมผ่านการบริจาค E-Waste อาทิ โทรศัพท์มือถือเก่า สายชาร์จ หูฟัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้ที่ AIS SIAM และ AIS Shop ทั่วประเทศ เพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล ลดผลกระทบจากการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดวิธี พร้อมต่อยอดสู่การสร้างสรรค์เป็นชุด Pride เชิงสัญลักษณ์ ที่จะร่วมเฉิดฉายในขบวน Pride Parade ณ สยามสแควร์ เพื่อเฉลิมฉลอง Pride Month ปี 69
โดยชุด Pride นี้จะถูกออกแบบด้วยกิมมิคแฟชั่นจาก E-Waste ภายใต้แนวคิดว่า “สิ่งที่เคยถูกทิ้ง ไม่ได้ไร้คุณค่า” สะท้อนทั้งคุณค่าของทรัพยากรที่สามารถกลับมาสร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง และคุณค่าของความหลากหลายของผู้คนในสังคมที่ควรได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียม โดยทุกคนสามารถเฉิดฉายได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ในโอกาสนี้ คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมนี้ว่า

“ในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะที่อยู่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของคนไทย AIS เชื่อว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริงเมื่อทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างง่าย เข้าใจได้ และเห็นคุณค่าของการเปลี่ยนแปลง กิจกรรม E-Waste to PRIDE จึงไม่ใช่เพียงการรณรงค์ให้ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี แต่เป็นการสร้างบทสนทนาใหม่ในสังคมว่า สิ่งที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า สามารถกลับมาสร้างประโยชน์และแรงบันดาลใจได้ เช่นเดียวกับทุกความหลากหลายในสังคมที่ล้วนมีคุณค่าและควรได้รับการยอมรับ”
“ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของ AIS คือการสร้าง Sustainability Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และระบบรีไซเคิลเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม เราต้องการให้ผู้บริโภคมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนพฤติกรรม พันธมิตรมีส่วนร่วมในการสนับสนุน Circular Economy และระบบรีไซเคิลได้รับ E-Waste เข้าสู่กระบวนการอย่างถูกต้อง เพราะทุกชิ้นส่วนที่ถูกส่งต่ออย่างรับผิดชอบ คือก้าวสำคัญของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”
“ภายในกิจกรรม ประชาชน กลุ่มคนรุ่นใหม่ และพันธมิตรในเครือข่าย AIS HUB of E-Waste ได้ร่วมส่งมอบ E-Waste เพื่อนำไปสร้างสรรค์เป็นชุด Pride เชิงสัญลักษณ์ ก่อนที่ E-Waste ทั้งหมดจากกิจกรรมและจากจุดรับทิ้งจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง เพื่อให้ชิ้นส่วนต่างๆ ได้กลับมาสร้างประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง”
“โดย AIS มุ่งให้กิจกรรมนี้เป็นมากกว่าการสร้างการรับรู้ แต่เป็นการให้ความรู้และกระตุ้นการลงมือทำจริง โดยสื่อสารให้สังคมเข้าใจว่า E-Waste ไม่ใช่ขยะไร้ค่า หากได้รับการจัดการอย่างถูกต้องจะสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและต่อยอดเป็นประโยชน์ได้ พร้อมผลักดันให้การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้จากอุปกรณ์ดิจิทัลที่ไม่ได้ใช้งานในบ้าน”
“กิจกรรม “E-Waste to PRIDE” ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวของ AIS ในการยกระดับการสื่อสารด้านความยั่งยืนให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น ผ่านรูปแบบที่สร้างสรรค์ เข้าใจง่าย และมีพลังในการสร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้าง สะท้อนบทบาทของ AIS ในฐานะองค์กรไทยที่ไม่เพียงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ แต่ยังขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมกัน”
“AIS ขอเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำ E-Waste มาทิ้งอย่างถูกวิธี เพื่อส่งต่อทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล ลดการทิ้งขยะผิดวิธี และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”
อ่านเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ความหลากหลายทางชีวภาพ ‘Biodiversity’ เป้าหมายใหม
สร้าง ‘Water Economy’ พลิกวิกฤตน้ำเป็นโอกาส เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย













