เพราะเชื่อมั่นว่า “คน” คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน เอสซีจี จึงมุ่งมั่นสร้างพื้นที่แห่งโอกาสซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “SCG องค์กรแห่งโอกาส” ที่เชื่อมั่นมาตลอด ด้วยการเดินหน้าโครงการ “Possibilities Space for Young Talent Program” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยตั้งใจให้เวทีนี้เป็นพื้นที่ให้น้องๆ นิสิต นักศึกษาที่มี พลังความคิดสร้างสรรค์ได้ทดลอง “ล้มและเรียนรู้” ในสนามธุรกิจจริงก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน

 scg x ธรรมศาสตร์ SCG องค์กรแห่งโอกาส

โดยในปีนี้ เอสซีจี ได้เลือกโจทย์การขยายตลาดสู่ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดกลยุทธ์สำคัญ หนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของเอสซีจี ทั้งด้านนวัตกรรม การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก การนำประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจีนมาเป็นโจทย์ในโครงการ ทำให้นักศึกษาได้ฝึกวิเคราะห์ตลาด เรียนรู้การแข่งขันทางธุรกิจ และมองเห็นโอกาสในการต่อยอดสู่การทำงานจริงในอนาคต ทั้งยังเป็นการลับคมทักษะการทำงานเป็นทีมให้กับ นิสิต นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ โครงการ “Possibilities Space for Young Talent Program” ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

และในโค้งสุดท้ายของโครงการฯในปีนี้ ได้มีการเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมทั้ง 12 ทีม นำไอเดียที่บ่มเพาะมาถ่ายทอดเป็นแผนธุรกิจ นำเสนอต่อคณะกรรมการ (Pitching) ซึ่งแต่ละทีมต้องสรุป Insights ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ แนวทางแก้ปัญหา และโอกาสทางธุรกิจ มานำเสนอในระยะเวลาเพียง 6 นาที  โดยแบ่งเป็น 4 โจทย์ธุรกิจ คือ Minerals China Market, China Market Entry & Expansion Strategy, China Globalization in SE Asia, China as a High-Quality Sourcing Hub ซึ่งจะมีเพียง 4 ทีมเท่านั้นที่จะคว้ารางวัลจากการนำเสนอแผนธุรกิจในครั้งนี้

เอสซีจี สานต่อแนวคิด “องค์กรแห่งโอกาส” เตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่รับมือเทรนด์โลกและตลาดจีน

ในโอกาสนี้ นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ได้กล่าวเปิดการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมกล่าวถึงแนวคิดสำคัญของการจัดโครงการ “Possibilities Space for Young Talent Program” ในปีที่ 2 และให้ข้อคิดน่าสนใจกับน้องๆนักศึกษา เกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นในโลกการทำงานยุคนี้ว่า

“เอสซีจี ยังคงเชื่อมั่นใน “ศักยภาพของคน” ว่าเป็นรากฐานสำคัญเหนือกว่าเทคโนโลยีหรือเงินทุน โครงการนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ปล่อยพลัง แสดงความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาตัวเองผ่านการลงมือทำจริง โดยในวันนี้มีอีกหนึ่งโจทย์ที่ท้าทายในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ คือ การเตรียมความพร้อมให้พวกเขาสามารถปรับตัวรับกระแสโลกและตลาดจีน”

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี องค์กรแห่งโอกาส
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี

“และนี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญให้ในปีนี้เอสซีจีเลือกหยิบโจทย์ “ตลาดจีน” มาเป็นแกนหลัก เนื่องจากจีนเป็นทั้งตลาดกลยุทธ์ โอกาสด้านนวัตกรรม และซัพพลายเชนระดับโลก ซึ่งถ้าเรายังไม่ปรับตัว ตลาดจีนจะเป็นภัยคุกคาม แต่หากปรับตัวและหาทางค้าขายกับจีนได้ จะกลายเป็นโอกาสมหาศาล”

“นอกจากนั้น เอสซีจี ยังตั้งใจให้โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลองผิดลองถูกกับโจทย์ธุรกิจจริงภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่นำไปต่อยอดในการทำงานจริงได้ในอนาคต เพราะโลกในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะมีความท้าทายสูงมาก และนักศึกษาจำเป็นต้องมีทักษะสำคัญเพื่อก้าวเข้าสู่โลกการทำงานด้วยความพร้อม ไม่ว่าจะเป็น

  • ทักษะการทำงานร่วมกับ AI ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสูง คนที่จะรอดและรุ่งคือคนที่ใช้ AI เป็น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้ที่สูงขึ้น
  • ทักษะภาษาโดยเฉพาะภาษาจีน การสื่อสารภาษาจีนได้ถือเป็นแต้มต่อที่สำคัญมากในปัจจุบัน เพราะจะช่วยเปิดโอกาสในการทำงานร่วมกับพันธมิตรจากจีนที่กำลังเข้ามามีบทบาทในไทยและอาเซียนอย่างมาก
  • ทักษะการสร้าง Impact ยุคนี้ คนที่ได้เปรียบ ไม่ใช่แค่มีความคิดดีๆ อยู่ในหัว แต่ต้องสามารถเปลี่ยนความคิดนั้นให้กลายเป็น “Collective Action” หรือผลลัพธ์ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ต้องเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่เรียนเพื่อความเข้าใจในตำราเพียงอย่างเดียว เพราะคนที่ทำงานจริงและแก้ปัญหาได้คือคนที่จะอยู่รอดในโลกธุรกิจในปัจจุบัน
  • การเรียนรู้ตลอดชีวิต โลกเปลี่ยนเร็วกว่าในอดีตมาก ทักษะสำคัญที่สุดคือการ “อย่าหยุดเรียนรู้” โดยควรสร้างวินัยและกิจวัตรในการแสวงหาทักษะและฐานความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • การปรับตัวและใช้มุมมองต่อความล้มเหลวที่ถูกต้อง ในการแข่งขันหรือการทำงาน แม้จะไม่ได้รับรางวัลหรือล้มเหลว แต่หากได้เรียนรู้สิ่งใหม่กลับไปก็นับว่า “ชนะทุกคน” ขอให้มองว่าทุกอุปสรรคคือการขยายฐานชีวิตให้กว้างขึ้นและก้าวหน้ากว่าตัวเองในวันวาน

เมธา ประภาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคคลกลาง เอสซีจี ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาฝึกงานและเรียนรู้ในบรรยากาศการทำงานจริงที่ เอสซีจี “องค์กรแห่งโอกาส” ว่า

“เอสซีจี เตรียมความพร้อมให้กับนิสิตนักศึกษาตั้งแต่ยังไม่เข้าทำงาน ผ่าน 3 แพลตฟอร์มหลัก เพื่อให้สามารถทำงานได้ทันทีเมื่อเข้าสู่โลกธุรกิจจริง ทั้ง Excellence Internship Program โครงการฝึกงานที่เน้นทักษะรายบุคคลตามสายงาน (Functional) ซึ่งดำเนินการมานานกว่า 20-30 ปี สหกิจศึกษา (Co-op) การฝึกงานระยะยาว 5-6 เดือน เพื่อการเรียนรู้ที่เข้มข้น และ Possibilities Space โครงการล่าสุดที่เน้นการทำงานเป็นทีมข้ามสายงาน (Multidisciplinary) และการแก้โจทย์ธุรกิจจริง”

“โดยทุกแพลตฟอร์ม จะเน้นเรียนรู้จาก ประสบการณ์จริง โจทย์ธุรกิจจริง ภายใต้การดูแลของเมนทอร์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ลองผิดลองถูกและล้มในสนามจำลองก่อนเจอโลกธุรกิจจริง นอกจากนั้น ที่ เอสซีจี ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำงานข้ามศาสตร์ (Multidisciplinary Collaboration) โดยเน้นการจัดกลุ่มนักศึกษาจากหลากคณะและหลายมหาวิทยาลัย เพื่อฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมร่วมกับคนที่มีภูมิหลังต่างกัน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในชีวิตการทำงานจริง”

“และไม่ใช่แค่การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ชาวไทยเท่านั้น แต่ เอสซีจี ยังได้ขยายโครงการ China Excellence Internship Program ไปสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน (C9) เพื่อรับนักศึกษาจีนมาฝึกงานในไทย และเปิดรับนักศึกษาไทยที่เรียนในจีนเข้าฝึกงาน เพื่อสร้างเครือข่ายและเตรียมคนให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดจีน ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา เอสซีจี ใช้โจทย์เรื่องตลาดจีนมาลับคมความคิด เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต จึงต้องการสร้างพื้นฐานความเข้าใจเรื่องธุรกิจจีน (Business Acumen) ให้แข็งแกร่ง”

“ทุกแพลตฟอร์มและทุกโครงการที่กล่าวมา สานต่อมาสู่แนวคิดการบริหารคนเพื่ออนาคต โดยเอสซีจีต้องการเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพหรือปล่อยแสงอย่างเต็มที่ และยังมอบโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตอย่างรวดเร็วผ่านทางลัดหรือ “บันไดงู” หากเขามีศักยภาพสูง และแม้ว่าการฝึกงานจะจบลง แต่เอสซีจีมุ่งหวังที่จะรักษาความสัมพันธ์กับคนเก่งเหล่านี้ไว้เพื่อดึงกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอสซีจีในอนาคตอีกด้วย”

 เอสซีจี scg x ธรรมศาสตร์
Possibilities Space for Young Talent Program 2026

แชร์ประสบการณ์จากนักศึกษา 4 ทีมชนะเลิศ จากเวที “Possibilities Space for Young Talent Program” ปี 2

ดังที่ได้เกริ่นมาว่าจาก 12 ทีม ที่มาร่วมชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศนี้ จะมีเพียง 4 ทีมเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งเราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับตัวแทนของ 4 ทีมผู้ชนะในแต่ละโจทย์ ได้แก่

นายวิศรุต ปริวัติ ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นางสาวณัฐนพิน พันธุ์รักษา ชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ Zhejiang University ทีมผู้ชนะในโจทย์ Minerals China Market

นายธีรภัทร กาบแก้ว ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นางสาวอภิชยา ทรงศิริ ชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์ (ภาษาจีน) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทีมผู้ชนะในโจทย์ China Market  Entry & Expansion Strategy

นายไพศาล สมบูรณ์ ชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายศิวัฒม์ ลีรักษา ชั้นปีที่ 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีมผู้ชนะในโจทย์ China Globalization in SE Asia

นายมาตุภูมิ พืชเพียร ชั้นปีที่ 4 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นางสาวกนกพิชญ์ อภิชล ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมผู้ชนะในโจทย์ China as a High-Quality Sourcing Hub

โดยตัวแทนนักศึกษาจากทีมผู้ชนะทั้ง 4 ทีม ได้แชร์ประสบการณ์และความประทับใจผ่านมุมมองที่หลากหลาย ทั้งในแง่การทำงานจริง การใช้เทคโนโลยี และการปรับตัวเข้ากับโลกธุรกิจยุคใหม่ในหลายมุมมองที่น่าสนใจต่อไปนี้

  • สร้างประสบการณ์สุดพิเศษจากการแก้โจทย์ธุรกิจเฉพาะทางสุดท้าทาย โดยแต่ละทีมต่างได้รับโจทย์ที่แตกต่างกันและมีความท้าทายที่แตกต่างกันไป

ทีมชนะเลิศโจทย์ Minerals China Market โจทย์สำคัญของน้องๆนักศึกษาทีมนี้ คือ การเพิ่มมูลค่าทรัพยากร แคลเซียมคาร์บอเนต ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักกว่า 60-70 % ในธุรกิจแร่ของเอสซีจี และนำมาผ่านกระบวนการบดแร่ เพื่อทำให้ “หินหลักร้อยสู่ผงหลักพัน” โดยวางกลยุทธ์ทำ MOU และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับจีนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการบดแร่ให้มีคุณภาพสูงขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการจ้าง OEM จากภายนอก

ทีมชนะเลิศโจทย์ Minerals China Market scg
นายวิศรุต ปริวัติ ชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นางสาวณัฐนพิน พันธุ์รักษา ชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ Zhejiang University ทีมผู้ชนะในโจทย์ Minerals China Market

ทีมชนะเลิศโจทย์ China Market Entry & Expansion Strategy นำเสนอแผนธุรกิจโดยกำหนดบทบาทให้ SCGC วางบทบาทเป็น Certified Upsteam Enabler เพื่อส่งวัตถุดิบรีไซเคิลและวัสดุวิศวกรรมที่ผ่านมาตรฐานให้กับผู้ผลิตคอมปาวน์ในจีนแทนการแข่งในตลาดโดยตรง พร้อมแผน go-to-market ที่มีเป้าหมายหลัก คือ การสร้างฐานใน Supple Chain EV ในจีนอย่างยั่งยืน

ทีมชนะเลิศโจทย์ China Market Entry & Expansion Strategy
นายธีรภัทร กาบแก้ว ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นางสาวอภิชยา ทรงศิริ ชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์ (ภาษาจีน) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทีมผู้ชนะในโจทย์ China Market  Entry & Expansion Strategy

ทีมชนะเลิศโจทย์ China Globalization in SE Asia ได้รับโจทย์การพัฒนาแผนธุรกิจเพื่อตอบโจทย์โอกาสตลาดก่อสร้างสีเขียวซึ่งกำลังเติบโตในอาเซียนและจีน โดยทางทีมเลือกใช้เทคโนโลยี CCUS เปลี่ยนคาร์บอนเป็นวัสดุก่อสร้าง และ แพลตฟอร์ม AI Carbon Data สำหรับการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รวมถึงการใช้วัสดุฉนวน Nano Silica เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานที่ใช้ในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทีมชนะเลิศโจทย์ China Globalization in SE Asia
นายไพศาล สมบูรณ์ ชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายศิวัฒม์ ลีรักษา ชั้นปีที่ 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีมผู้ชนะในโจทย์ China Globalization in SE Asia

ทีมชนะเลิศโจทย์ China as a High-Quality Sourcing Hub ทางทีมได้หยิบเอาโจทย์การสร้างตลาดวัสดุก่อสร้างในประเทศนิวซีแลนด์ที่เป็น Red Ocean ทำให้วัสดุก่อสร้างมีราคาสูงและมีแบรนด์ที่ผูกขาดเพียงไม่กี่แบรนด์ ทั้งที่มีดีมานด์จากมาตรฐานอาคารใหม่และมีความต้องการวัสดุก่อสร้างสูง ทีมจึงเสนอแนวทางการใช้โมเดล OEM Sourcing จากจีน เพื่อส่งวัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาดนิวซีแลนด์

ทีมชนะเลิศโจทย์ China as a High-Quality Sourcing Hub SCG
นายมาตุภูมิ พืชเพียร ชั้นปีที่ 4 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นางสาวกนกพิชญ์ อภิชล ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมผู้ชนะในโจทย์ China as a High-Quality Sourcing Hub
  • ได้เรียนรู้ทักษะและการใช้ AI อย่างถูกต้องและเหมาะสมในการทำงาน

ทุกคนมีโอกาสในการใช้ AI คำนวณตัวเลขทางไฟแนนซ์ที่ซับซ้อน, รวบรวมข้อมูลการตลาด, ช่วยร่างสคริปต์การนำเสนอแบบ Storytelling, และทำสไลด์ให้รวดเร็วขึ้น ทว่า ในการนำ AI ไปใช้ น้องๆ ก็เน้นย้ำว่า AI อาจให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง 100% จึงต้องมีการ Re-check และหาแหล่งอ้างอิงจริงควบคู่ไปด้วยเสมอ โดยเฉพาะข้อมูลเชิงลึกที่ต้องใช้ความรู้สึกและความเข้าใจในพฤติกรรมมนุษย์

  • ได้โอกาสทำงานร่วมกันข้ามศาสตร์ (Multidisciplinary Collaboration)

การจัดกลุ่มที่ผสมผสานนักศึกษาจากหลากคณะ (วิศวกรรม, บัญชี, ศิลปศาสตร์, วิทยาศาสตร์) และต่างมหาวิทยาลัยของแต่ละทีมเป็นการผสานความต่าง เช่น เพื่อนจากคณะศิลปศาสตร์ช่วยเรื่องภาษาและวัฒนธรรมจีน, เพื่อนวิศวะช่วยเรื่องเทคนิคัล, และเพื่อนจากบริหารธุรกิจช่วยเรื่องกลยุทธ์การตลาด ซึ่งแม้จะมีการทะเลาะกันบ้างจากการเห็นต่างในช่วงแรก แต่สุดท้ายความกล้าพูดและความเข้าใจกันทำให้ทีมกลายเป็น “Perfect Group” ที่ทำงานได้เป้าหมายเดียวกันในเวลาอันสั้น

  • แชร์ความประทับใจต่อแบรนด์ SCG กับแนวคิด “องค์กรแห่งโอกาส”

“จากที่เคยมองว่า SCG เป็นเพียง “บริษัทขายปูนที่แก่เก่า” แต่หลังจากเข้าร่วมโครงการ กลับพบว่าเป็นองค์กรที่ “ต้อนรับ Gen Z” และเปิดพื้นที่ให้ “ปล่อยแสง” หรือแสดงศักยภาพอย่างแท้จริง” นี่เป็นเสียงสะท้อนจากคนรุ่นใหม่ Gen Z ต่องอค์กร SCG  นอกจากนั้น ทุกคนยังมีความประทับใจพี่เลี้ยงและผู้บริหารที่ให้คำแนะนำแบบเจาะลึก ช่วยตีกรอบโจทย์ให้แคบลงและนำไปใช้ได้จริง ที่สุดแล้ว น้องๆนักศึกษาส่วนใหญ่คาดหวังว่าแผนธุรกิจที่พวกเขาตั้งใจทำจะถูกนำไปพัฒนาต่อในอุตสาหกรรมจริง และหลายคนแสดงความต้องการที่จะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอสซีจีในอนาคตเพื่อสานต่อไอเดียเหล่านั้นให้สำเร็จด้วย

แบรนด์ SCG แนวคิด องค์กรแห่งโอกาส

เวทีการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ประลองไอเดียสร้างสรรค์

AIS ออกไอเดียชวนคนรุ่นใหม่ เปลี่ยน ขยะอิเล็กทรอนิกส์

AIS Academy เปิด 3 ไอเดีย ผู้ชนะ JUMP THAILAND Hackathon 2025

Previous articleOpenAI AI Agent หลุด Sandbox เจาะระบบ Hugging Face: เกิดอะไรขึ้น และอันตรายแค่ไหน
Next articleMicro-credentials คืออะไร? เครื่องมือพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ปิดช่องว่าง Skill Gap ยุค AI
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์