นับตั้งแต่ปี 2023 เม็ดเงินกว่า 3.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวหนึ่งล้านล้านบาท ไหลเข้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย โดยหนึ่งในสามมุ่งไปที่แผงวงจรพิมพ์ (PCB) และชิ้นส่วนขั้นสูง โจทย์ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทยจึงไม่ใช่ว่าจะดึงการลงทุนได้หรือไม่ แต่คือจะสร้างบุคลากรทักษะสูง 100,000 คนภายใน 5 ปีให้ทันคลื่นลงทุนนี้ได้อย่างไร

หนึ่งล้านล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดินหรือโปรเจกต์กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนของ “ห่วงโซ่เทคโนโลยีโลก” ที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างรุนแรง สู่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังปักหมุดลงในประเทศไทยโดยที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต มูลค่าการลงทุนกว่า 3.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่ไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศนับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่การหวนคืนของยุค ‘เสือตัวที่ห้า’ ที่เคยรุ่งเรืองด้วยโรงงานประกอบชิ้นส่วน หากแต่เป็นบทเริ่มต้นของเกมใหม่ที่เดิมพันด้วยอนาคต

ทำไมเม็ดเงินลงทุนโลกจึงไหลเข้าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย

คลื่นพลังงานเทคโนโลยีซัดเข้าหาเมือง สื่อถึงเม็ดเงินลงทุนหนึ่งล้านล้านบาทในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย

กระแสธารของตัวเลขการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้เกิดขึ้น มีผลลัพธ์จากการแตกร้าวของห่วงโซ่อุปทานโลกที่ต้องคำนึงถึงเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ในการกระจายความเสี่ยง รวมถึงความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดของยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ต้องการฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงเป็นเชื้อเพลิง เมื่อมหาอำนาจทางเทคโนโลยีเริ่มกระจายความเสี่ยงออกจากฐานการผลิตเดิม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ได้กลายเป็นสมรภูมิแห่งใหม่ และไทยคือหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่ถูกจับตา การที่หนึ่งในสามของเม็ดเงินลงทุนมหาศาลนี้ หรือกว่า 3.31 แสนล้านบาท มุ่งเป้าไปที่โครงการแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง คือสัญญาณที่ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่แค่การย้ายฐานการประกอบ แต่คือการฝังรากของเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

การลงทุนรอบนี้ต่างจากยุค ‘เสือตัวที่ห้า’ อย่างไร

แผงวงจรพิมพ์ PCB ระยะใกล้ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่ไทยได้รับการลงทุนกว่า 3.31 แสนล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวย้ำถึงความแตกต่างนี้ไว้อย่างเฉียบคมว่า “The investments flowing into Thailand’s electronics sector today are fundamentally different from those of three decades ago. They are driven by frontier technologies, proprietary knowledge, and highly skilled labor.” คำพูดนี้คือหัวใจของเรื่องราวทั้งหมด มันชี้ให้เห็นถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่ และในขณะเดียวกันก็เปิดเปลือยให้เห็นถึงความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุด

คนที่โรงงานชิปต้องการคือ ‘นักบวชแห่งเทคโนโลยี’ ไม่ใช่แรงงานสายพาน

โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์และชิปขั้นสูงที่กำลังผุดขึ้นจากนิคมอุตสาหกรรมนั้น ไม่ได้ต้องการแรงงานในสายพานการผลิตแบบเดิมอีกต่อไป แต่ต้องการ ‘นักบวชแห่งเทคโนโลยี’ กลุ่มใหม่ ที่รู้ภาษาของการพิมพ์วงจรด้วยแสง (Lithography) และการประกอบชิ้นส่วนระดับจุลภาค

เป้าหมาย 100,000 คนใน 5 ปี: ทุนมนุษย์คือคอขวดตัวจริง

พื้นผิวแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอน วัตถุดิบตั้งต้นของการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง

รัฐบาลตระหนักถึงความท้าทายนี้ดี ดังที่นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ว่า “รัฐบาลมุ่งมั่นใช้โอกาสจากการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ จากการเป็นเพียงฐานประกอบสินค้า สู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ ทำให้คนไทยได้ยกระดับทักษะ มีรายได้เพิ่มขึ้น เสริมขีดความสามารถการแข่งขันอย่างยั่งยืน” วิสัยทัศน์นี้ถูกขานรับด้วยเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องให้ได้กว่า 100,000 คนภายใน 5 ปี

สร้างคนทันความเร็วของเม็ดเงินลงทุนหรือไม่

แต่คำถามสำคัญที่ก้องอยู่ในห้องประชุมของเหล่าผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีคือ เราจะสร้างกองทัพบุคลากรทักษะสูงนี้ได้ทันต่อความเร็วของเม็ดเงินลงทุนที่ไหลบ่าเข้ามาหรือไม่?

ยุทธศาสตร์ BOI 4 ด้าน กับการเดิมพันเทคโนโลยี Photonics ‘ชิปแสง’

การเดิมพันครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการตั้งรับ BOI กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 4 ด้านอย่างแข็งขัน ตั้งแต่การส่งเสริมอุตสาหกรรมมูลค่าสูงไปจนถึงการเสริมสร้างซัพพลายเชนในประเทศ และที่น่าสนใจคือการมองการณ์ไกลไปสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง Photonics หรือ ‘ชิปแสง’ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับ AI และ Data Center ยุคถัดไป โดยมีโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมแล้วกว่า 82,700 ล้านบาท นี่คือความพยายามที่จะไม่ใช่แค่การ ‘รับ’ การลงทุน แต่เป็นการ ‘สร้าง’ ระบบนิเวศให้พร้อมสำหรับคลื่นลูกต่อไปของเทคโนโลยี

THECA 2026: สัญญาณจาก 300 บริษัท 40 ประเทศ

ความสำเร็จของการจัดงาน Thailand Electronics Circuit Asia (THECA) 2026 ที่ดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีกว่า 300 แห่งจาก 40 ประเทศ เป็นภาพสะท้อนของแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นจริง

มาเลเซีย–เวียดนาม: คู่แข่งที่แย่งเค้กก้อนเดียวกัน

นิคมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ฐานการผลิตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข่าวดีและตัวเลขการลงทุนที่น่าประทับใจ ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีเม็ดเงินลงทุนจริงที่ได้รับการส่งเสริมแล้วกว่า 535,800 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของ AI และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงถึง 127,000 ล้านบาท เราต้องไม่ลืมว่าทั้งมาเลเซียและเวียดนามต่างก็กำลังเร่งเครื่องเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งในเค้กชิ้นเดียวกันนี้อย่างดุเดือด จุดแข็งของไทยในด้านโครงสร้างพื้นฐานและฐานอุตสาหกรรมเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไปในสนามแข่งขันที่วัดกันด้วยความเร็วในการปรับตัวและคุณภาพของทุนมนุษย์

ฐานที่มั่นหรือทางผ่าน: บทสรุปของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย

คลื่นยักษ์มูลค่าหนึ่งล้านล้านบาทได้ซัดมาถึงชายฝั่งของสยามประเทศแล้ว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเราจะสามารถดึงดูดกระแสธารนี้ได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถสร้าง ‘เรือ’ ที่แข็งแกร่งและซับซ้อนพอ ทั้งในแง่ของบุคลากร นวัตกรรมที่เกิดจากคนในชาติ และห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น เพื่อที่จะโต้คลื่นลูกนี้ไปสู่น่านน้ำใหม่ได้สำเร็จ หรือเราจะเป็นเพียงท่าเรือที่สะดวกสบายและสวยงาม ที่คลื่นยักษ์ลูกนี้แวะพักเพียงชั่วคราว ก่อนจะเคลื่อนตัวต่อไปยังดินแดนอื่นที่พร้อมกว่า