Tag: อินเดีย
สาลิกาคาบข่าว Vol.50
รฟท. เร่งเครื่องไฮสปีด 3 สนามบิน จ่อชง ครม. มิ.ย. ปักหมุดก่อสร้าง ส.ค. 69 // ดาต้าเซ็นเตอร์ EEC สะพัด 9.6 หมื่นล้าน ดันดัชนีอุตสาหกรรมฟื้นตัว // “e-Nose” จมูกอัจฉริยะ แกะรอยลายเซ็น PM2.5 ชี้เป้าฆาตกรเงียบแม่นยำ // อินเดียผงาดศูนย์กลาง AI โลก Google ทุ่ม 5.4 แสนล้าน ปักหมุด Hub ปัญญาประดิษฐ์
สาลิกาคาบข่าว Vol.40
จับตา..อีอีซี! รัฐบาลใหม่ลุยเมกะโปรเจกต์แสนล้าน แม่เหล็กดูดบิ๊กเทคโลก ปักธงภาคตะวันออก // ผ่าโจทย์หินรัฐบาลใหม่ 2569! เร่งสลัดภาพ "คนป่วยแห่งเอเชีย" ฝ่ามรสุมหนี้-วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ // คลังกางแผน "BOI Fast Pass" ปลดล็อกลงทุน 4.8 แสนล้าน ดัน “คนละครึ่งพลัส” เพิ่มทักษะคนไทย // อินเดีย 2.0 ยุคทองแห่งเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อ “ชิปจิ๋ว” กลายเป็นหัวใจหลัก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแดนโรตี
สาลิกาคาบข่าว Vol.300
ไทยเสนอตัวเจ้าภาพปราบ scammer ระดับภูมิภาค ร่วมกับ “จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี” หวังกลับสู่จอเรดาร์โลก // เกินคาด! ส่งออก ก.ย. เพิ่ม 19% สูงสุดรอบ 42 เดือน // “พัทยา” ครองแชมป์จุดหมายปลายทางช่วงปิดเทอม ท่องเที่ยวแบบครอบครัว // “อินเดีย” หวนเปิดเที่ยวบินตรงสู่แผ่นดินใหญ่ของจีน หลังระงับนาน 5 ปี
ไทยต้องจับตา “อินเดีย” โดนภาษี Reciprocal 50% สะท้อนการจัดขั้วเศรษฐกิจโลกใหม่
อินเดียกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาษี Reciprocal ของสหรัฐฯ จากเดิม 25% ปรับเพิ่มเป็น 50% ตั้งแต่ 27 ส.ค. 2025 ซึ่งจะกดดันเศรษฐกิจมากขึ้นในระยะต่อไป เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 1 ของอินเดีย คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 18% ของการส่งออกทั้งหมด มาตรการดังกล่าวเป็นการตอบโต้การนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ทำให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญภาษีสูงที่สุดเทียบเท่าบราซิล ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศตึงเครียดขึ้นอีก แม้ภาษีสหรัฐฯ ต่ออินเดีย จะเปิดโอกาสสินค้าไทย แต่การแข่งขันในอาเซียนยังต้องระวังการไหลเข้ามาของสินค้าอินเดียเช่นเดียวกัน
สาลิกาคาบข่าว Vol.241
กพอ. ไฟเขียว “เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ” ใน “อีอีซี” เพิ่ม 5 แห่ง เงินลงทุนสะพัดกว่า 2 แสนล้านบาท // “ทีเส็บ” ยก “ระยอง” ดินแดนไมซ์แห่งใหม่ เปิดศักยภาพก้าวสู่อนาคตไปกับอีอีซี // ธปท. มองคดีนายกฯ ไม่กระทบเศรษฐกิจ เชื่อนโยบายเดินหน้าได้ตามแผน // เริ่มแล้ว! สหรัฐฯเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก “อินเดีย” 50%
สาลิกาคาบข่าว Vol.203
ผู้ส่งออกรายใหญ่แนะเจาะตลาด “อินเดีย” โต 30 – 40% ต่อปี หนีวิกฤตภาษีทรัมป์ // "สุวรรณภูมิ" ขึ้นเบอร์ 1 สนามบินที่มีสายการบินให้บริการมากที่สุดในโลก // ศูนย์วิจัยชี้ติดแผงโซลาร์บนหลังคา ช่วยเซฟค่าไฟ 50% นำไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 200,000 บาท // พลังงานฟิวชันทั่วโลกโตสูงสุดรอบ 3 ปี รับกระแส “เอไอ-บิ๊กดาต้า”
หิมาลัยเดือด! “ซางหนาน” vs “อรุณาจัลประเทศ” เกมเปลี่ยนชื่อในสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์ จีน-อินเดีย
ท่ามกลางม่านหมอกของเทือกเขาหิมาลัยและเสียงกระซิบของลมหนาวที่พัดผ่านยอดเขา “รัฐอรุณาจัลประเทศ” ของ “อินเดีย” ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือสุดของประเทศ กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่กำลังร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อล่าสุด “จีน” ออกมาประกาศตั้งชื่อสถานที่ต่างๆ ในภูมิภาคนี้ด้วยชื่อภาษาจีน “มาตรฐาน” มากถึง 27 แห่ง ทั้งภูเขา แม่น้ำ ช่องเขา หมู่บ้าน และทะเลสาบ การเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนเพียงการเปลี่ยนชื่อธรรมดา แต่แท้จริงแล้วเป็นการปักธงเชิงสัญลักษณ์ที่หนักแน่นยิ่งในเกมภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจเอเชีย
Chengdu Aircraft Industry Group (CAIG) เรื่องราวความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมอากาศยานรบของจีน
Chengdu Aircraft Industry Group (CAIG) ซึ่งเป็นเสาหลักของภาคส่วนอวกาศและการป้องกันประเทศของจีน ได้สร้างเรื่องราวความสำเร็จอันน่าทึ่ง โดยพัฒนาจากผู้ผลิตเครื่องบินรายใหม่ที่ต้องพึ่งพาการออกแบบจากต่างประเทศมาเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีการบินขั้นสูง CAIG ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1958 เป็นบริษัทในเครือของ Aviation Industry Corporation of China (AVIC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านอากาศยานของจีนที่ใหญ่ที่สุด ได้มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงศักยภาพการบินของจีนให้ทันสมัยและได้บุกเบิกตลาดต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของจีนจาก "ผู้ลอกแบบ" สู่ "ผู้สร้าง" เทคโนโลยีอากาศยานสมัยใหม่ โดยเฉพาะในด้านเครื่องบินขับไล่เพื่อการรบที่แข่งขันกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย
สาลิกาคาบข่าว Vol.130
ดัน “เศรษฐกิจดิจิทัล” เครื่องยนต์ใหม่ฝ่าวิกฤตสงครามการค้า เพิ่ม GDP 30% ทอป 30 ระดับโลก // “ปากกาจันติ้งไฟฟ้า” เพิ่มมูลค่าสีเทียนบนผืนผ้า ด้วย วทน. ยกระดับ "ซอฟต์พาวเวอร์" สู่ตลาดโลก // ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงโตต่อเนื่อง 5 ปี กำไร 1.2 หมื่นล้าน เตือน!ผู้ประกอบการ รับมือคู่แข่งเพิ่มขึ้น // อินเดียปิดสนามบิน 32 แห่ง 25 เส้นทาง ทรัมป์ โพสต์ “หยุดยิงแล้ว”
วิกฤตเอเชียใต้! อินเดีย vs ปากีสถาน แตกหัก โลกเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์
เหตุโจมตีก่อการร้ายในหุบเขาแคชเมียร์เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตนักท่องเที่ยว 26 ราย ได้จุดชนวนความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างสองชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์แห่งอนุทวีป “อินเดียและปากีสถาน” แม้เหตุการณ์รุนแรงในแคชเมียร์จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การตอบสนองทางการทูตและการทหารในครั้งนี้กำลังสั่นคลอนสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ที่เปราะบางที่สุดของภูมิภาคเอเชียใต้
















